“สุดปลื้ม” ก้าวสู่วันที่ 18 ของการแสดงออกถึงพลังแห่งพสกนิกรไทยทั่วประเทศที่พร้อมใจร่วมกิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“สุดปลื้ม” ก้าวสู่วันที่ 18 ของการแสดงออกถึงพลังแห่งพสกนิกรไทยทั่วประเทศที่พร้อมใจร่วมกิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” อย่างต่อเนื่อง เพื่อถวายความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันนี้ (18 มิ.ย. 67) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้จัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งได้เริ่มต้นการจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ทั้ง 10 จังหวัดต้นทาง (จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย บึงกาฬ นครพนม อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด สงขลา สตูล และจังหวัดกาญจนบุรี) และได้ทำการส่งต่อธงตราสัญลักษณ์ฯ ให้กับจังหวัดต่าง ๆ ถัดไป ทั้ง 10 เส้นทาง เพื่อนำเข้ามาสู่กระทรวงมหาดไทย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้นว่า สำหรับการเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติฯ นั้น จะประกอบไปด้วย จังหวัดต้นทาง 10 จังหวัด ที่ได้รับธงตราสัญลักษณ์ฯ เส้นทางละ 72 คัน รวม 10 เส้นทาง 720 คัน เพื่อทำการจัดกิจกรรม และส่งต่อธงตราสัญลักษณ์ฯ ไปยังทุกจังหวัด พร้อมเคลื่อนริ้วขบวน เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ฯ จากทุกภูมิภาคเข้ามายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเข้าขบวนเชิญคนโทน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

“โดยวันนี้เข้าสู่วันที่ 18 ของการจัดกิจกรรม ซึ่งปัจจุบันแต่ละสายทั้ง 10 สายทาง มีการรวมสายแล้ว 2 สาย คือ สายที่ 3 กับ สายที่ 4 และสายที่ 8 กับสายที่ 9 ทำให้มีขบวนเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ฯ คงเหลือทั้งสิ้น 8 สาย และมีระยะทางจากการทำกิจกรรมรวมกันทั้งหมด 8,700 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางอันยาวไกลที่หลั่งไหลมาจากทั่วทั้งประเทศ โดยภาพรวมบรรยากาศการจัดกิจกรรม ตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่การเตรียมการจัดกิจกรรม การจัดนิทรรศการเฉลิมฉลอง ต่อเนื่องจนมาถึงวันนี้ ที่จะเป็นการส่งต่อธงตราสัญลักษณ์ฯ ให้แก่จังหวัดรอยต่อถัดไป ซึ่งด้วยการนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และพี่น้องประชาชน ล้วนแสดงให้เราได้เห็นถึงความตั้งใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีความหลากหลาย และพร้อมใจกันเข้ามาร่วม เดิน วิ่ง ปั่น ถึงแม้ว่าจะมีทั้งสายฝนที่โปรยปราย และแสงแดด ที่สาดส่องลงมาในทุกเส้นทางแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน อันก่อเกิดเป็นภาพแห่งความ “ปลื้มปิติ” ของพสกนิกรคนไทยทุกคนที่ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่สุดมิได้” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

“นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ภายในงานของทุกจังหวัดได้มีการจัดพิธีรับมอบธงตราสัญลักษณ์ฯ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ เกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมไปถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงการเสียสละของพระองค์ท่านที่ทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด พร้อมจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในการสร้างกิจกรรมแห่งความดีให้กับประชาชนทุกคนได้มีจิตอาสาทำความดีเพื่อสังคม และมีการเฉลิมฉลองธงตราสัญลักษณ์ฯ พร้อมส่งต่อธงตราสัญลักษณ์ฯ ให้กับจังหวัดข้างเคียงที่เป็นจังหวัดเป้าหมายลำดับถัดไป ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่การจัดงานวันแรกของแต่ละจังหวัดต้นทาง ตลอดมาจนถึงวันนี้ ถือว่าได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ในวันนี้เราทุกท่านได้เห็นแล้วว่าทุกจังหวัดสามารถประสานร้อยรวมดวงใจของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าให้เข้ามาร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจ และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยหลังจากนี้ แต่ละจังหวัดทั้งจังหวัดต้นทาง และจังหวัดรอยต่อต่าง ๆ ในแต่ละสาย จะได้นำธงตราสัญลักษณ์ฯ ที่ได้รับมอบทำกิจกรรมเฉลิมฉลอง และส่งต่อให้กับจังหวัดถัดไป อันได้แก่ สาย 1 จังหวัดนครสวรรค์ ทำการจัดตั้งธงไว้ยัง ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ สาย 2 จังหวัดพิจิตร เวลา 09.00 น. จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองฯ การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ และกิจกรรมจิตอาสา ณ โครงการพัฒนาบึงสีไฟ จ.พิจิตร สาย 3 รวมธงกับสาย 4 สาย 4 จังหวัดลพบุรี เคลื่อนขบวนธงจากอำเภอโคกสำโรง มาอำเภอเมือง ลพบุรี และจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองฯ การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ และกิจกรรมจิตอาสา ณ บริเวณพิธีในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี สาย 5 จังหวัดสระบุรี ทำการจัดตั้งธงไว้ยัง สนามกีฬากลางจังหวัดสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี สาย 6 จังหวัดปทุมธานี ทำการจัดตั้งธงไว้ยัง อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี สาย 7 จังหวัดสมุทรปราการ ทำการจัดตั้งธงไว้ยัง ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ สาย 8 รวมธงกับสาย 9 สาย 9 จังหวัดเพชรบุรี จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองฯ การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ และกิจกรรมจิตอาสา ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี และสาย 10 จังหวัดนนทบุรี ทำการจัดตั้งธงไว้ยัง ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ ทุกจังหวัดที่ได้รับช่วงต่อ ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในการจัดงาน พร้อมต้อนรับพี่น้องประชาชนทุกคนที่จะได้เข้ามาร่วมกิจกรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นความตั้งใจของชาวมหาดไทย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ตลอดจนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ร่วมส่งกำลังใจผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งมาให้กำลังใจตลอดเส้นทาง และการรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์และสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย”

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ ทุกภูมิภาคของประเทศ ได้ร่วมแรงแข็งขัน ร้อยรวมใจกันเข้าร่วมกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ฯ ที่จะจัดขึ้นในแต่ละจังหวัด และถึงแม้ว่าบางจังหวัดจะมีการส่งมอบธงตราสัญลักษณ์ฯ ให้จังหวัดถัดไปแล้ว หรือ กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมอบธงตราสัญลักษณ์ฯ อยู่ พี่น้องประชาชนทุกท่านก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกันทำกิจกรรมในครั้งนี้ได้ผ่านการกดถูกใจ หรือ กดแชร์กิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่นธงตราสัญลักษณ์ฯ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมแสดงความเห็นในเชิงสร้างสรรค์ว่ามีความประทับใจอย่างไร เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของเราทุกคน และแสดงถึงความรักของคนไทยที่มีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการปฏิบัติบูชา โดยลุกขึ้นมา เดิน วิ่ง ปั่น ออกกำลังกายเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทที่ทรงเป็นต้นแบบของการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทั้งนี้ สำหรับหน่วยงาน องค์กร หรือ พี่น้องประชาชนที่มีความปรารถนาตั้งใจอยากจะสนับสนุนอาหาร อาหารว่าง หรือ น้ำดื่ม สำหรับการจัดกิจกรรมของแต่ละจังหวัด สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัด หรือ สำนักงานจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารศาลากลางจังหวัด หรือ แจ้งที่ที่ทำการปกครองอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเชิญชวนในช่วงท้าย