ปลัด มท. เปิดอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 82 พร้อมบรรยายพิเศษ “ทำไมต้อง Change for Good” เน้นย้ำ นปส.82 ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไขในสิ่งผิด ทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข”

ปลัด มท. เปิดอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 82 พร้อมบรรยายพิเศษ “ทำไมต้อง Change for Good” เน้นย้ำ นปส.82 ทุกคนต้องร่วมกันแก้ไขในสิ่งผิด ทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” เพื่อรักษาโลกใบเดียวที่สวยงามนี้ให้ลูกหลานของเรามีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนสืบไป                        

วันนี้ (17 มิ.ย. 67) เวลา 08.30 น. ที่ห้องแซฟไฟร์ 112 อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ : จิตอาสา นปส. ในหลักสูตร “ผู้นำการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โครงการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 82 พร้อมบรรยายพิเศษ “ทำไมต้อง Change for Good” โดยมี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวณัฐนิช อินทสระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน นางสาวรัตนา สรภูมิ ผู้อำนวยการวิทยาลัยมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นเกียรติ โดยเป็นการถ่ายทอดการประชุมและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ (Zoom Cloud Meeting) ร่วมกับผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 100 คน ซึ่งรับฟังบรรยายจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานอันมุ่งมั่นแน่วแน่ในการทำให้ประชาชนคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 “เราจะสืบสานรักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และต่อมาได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ข้าราชบริพารในพระองค์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และพวกเราทุกคนในฐานะข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้น้อมนำมาเป็นหลักชัยในการปฏิบัติราชการ ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งทั้ง 2 องค์นั้น มีนัยสำคัญในการทำสิ่งดีสอดคล้องกับคำว่า “Change for Good” นั่นคือ “การแก้ไขในสิ่งผิด” อันเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถช่วยกัน ดังที่พระพุทธเจ้าได้มีคำสอนตามหลักอริยสัจ 4 “ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค” เพื่อการค้นหาสาเหตุแห่งการดับทุกข์ เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีอย่างยั่งยืนกับประเทศชาติและประชาชน

“ปัญหาโลกร้อนหรือโลกเดือดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พวกเราจะต้องช่วยกัน “Change for Good” เพราะในอดีตเราเคยทำในสิ่งที่ผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ โดยต้องเริ่มจากที่ตัวเรา เริ่มจากจุดเล็ก ๆ หลายจุดรวมกันจนกลายเป็นจุดใหญ่ ที่ทำให้เกิดผลประโยชน์ต่อส่วนรวม จึงเป็นที่มาของการเป็น “จิตอาสา” ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแต่เก่าก่อนที่ประเทศไทยเคยมีที่เราต้องนำกลับมา จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับ “การทำสิ่งที่ดี” เริ่มจากการแก้ไขในสิ่งผิดในการทำงาน ด้วยการที่เราไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน อาทิ การน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามโครงการ “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” เพื่อสร้างความมั่นคงทางทหาร ที่พวกเราขับเคลื่อนในฐานะ “ผู้นำต้องทำก่อน” ผ่านการปลูกผักสวนครัวเป็นตัวอย่างที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด บ้านพักนายอำเภอทุกแห่ง เพื่อให้มีพื้นที่ต้นแบบในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพได้ให้กับประชาชน” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อไปอีกว่า การ “Change for Good” นั้น เราต้องไม่ติดกับดักเพียงเพราะการทำสิ่งใหม่เท่านั้น แต่ “สิ่งเก่าที่ดีก็ต้องนำกลับมา” ทำการ “Re-Engineering” รื้อฟื้นปรับปรุงระบบการทำงานเดิม ให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันตามภูมิสังคม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริ “โคก หนอง นา อารยเกษตร” ที่พระองค์ ทรง “สืบสาน รักษาและต่อยอด” พระราชดำริและทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 40 ทฤษฎี มาทำให้เกิดสิ่งที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดความยั่งยืนได้ เราในฐานะข้าราชการต้องทำงานตามหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ลงมือทำเอง ลงพื้นที่เรียนรู้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งเรียนรู้สิ่งที่ดีในอดีตนำมาประยุกต์ใช้ ช่วยกันพัฒนาทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทำงานของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “รองเท้าสึกก่อนก้นกางเกงขาด” ด้วยการลงพื้นที่ไปพิสูจน์ค้นหาปัญหาด้วยตนเอง พบปะพูดคุยกับชาวบ้านสร้างความสนิทสนมคุ้นเคย ดังพุทธศาสนสุภาษิต “วิสฺสาสปรมา ญาติ : ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง” เพื่อเชื้อเชิญให้เกิดทีมหรือภาคีเครือข่ายไปทำสิ่งที่ดี ตามหลักการทรงงาน 4 กระบวนการ คือ “ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์” อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีอย่างยั่งยืน

“กระทรวงมหาดไทยกระตุ้นผลักดันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกภาคส่วน ได้มีเป้าหมายการทำงานที่ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีอย่างยั่งยืน ตามประกาศเจตนารมณ์ “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” ร่วมกับสหประชาชาติประจำประเทศไทย พุ่งเป้าไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG 17 Goals) ซึ่งเป็นที่มาของการ Change for Good โดยตระหนักว่าเป้าหมายของเราทุกคน คือ “การทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข” ซึ่งทั้ง 2 สิ่งต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปพร้อมกัน” โดยมีปัจจัยที่สำคัญที่ต้องเริ่มจาก “คน” ดังที่ ดร.อินาโมริ คาซึโอะ อดีตผู้บริหารบริษัท Kyocera ต้นแบบของผู้นำนักบริหารเคยกล่าวไว้ว่า “คน” คือ สิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร เพราะคนที่มี “Passion” แม้ว่ามีความรู้ไม่มาก แต่มีทัศนคติดี (Attitude) มีแรงปรารถนาดี (Passion) ก็จะกระตุ้นผลักดันให้เกิดการทำสิ่งดีหรือการทำงานให้สำเร็จได้ (Success) ดังนั้น นปส. ทุกคนต้องอบรมกล่อมเกลาให้บุคลากรของเราทำสิ่งที่ดีต่อองค์กร ต่อส่วนรวม ทำให้เกิดทีมหรือภาคีเครือข่ายในการทำสิ่งดีร่วมกัน ตั้งแต่ทำให้ผู้ใต้บังคับชามีความคิดที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาทำในสิ่งที่ดีตามที่เราอยากให้ทำ ขยายผลไปสู่การทำให้ทีมเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกย่างก้าวการทำงาน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า การฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้นำการขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โครงการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) ในครั้งนี้ เพื่อให้เราทุกคนได้มาร่วมกันทำตาม 4 กระบวนการ “ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับประโยชน์” โดยมีเป้าหมายเพื่อกลับไปทำให้เกิดความยั่งยืน เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่หมู่บ้าน เพราะจุดแตกหักของการพัฒนาอยู่ที่หมู่บ้าน เราต้องทำให้ทุกหมู่บ้านเป็น “หมู่บ้านยั่งยืน : Sustainable Village” ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยต้องเริ่ม “ทำทันที (Action now)” จากมือของพวกเรา เพราะ “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” นปส.ทุกคน ต้องไม่รีรอว่าเดี๋ยวค่อยทำ เพราะเวลาไม่เคยรอใคร จึงขอให้พวกเราช่วยกัน “Change for Good” เริ่มเรียนรู้ ฝึกฝนตั้งแต่ในการฝึกอบรมแล้วขยายผลสู่การทำงาน เพื่อก่อให้เกิดผลดีในชีวิตการทำงานทั้งในวันนี้และวันต่อไป ช่วยกันสร้างและรักษาโลกใบเดียวที่สวยงามนี้ เพื่อให้ลูกหลานของเรามีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนสืบไป

#WorldSoilDay #วันดินโลก #soilswherefoodbegins #Soils4Nutrition #FAO #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #ChangeforGood