“นฤมล” ร่วมผลักดัน “ไผ่” เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ใช้ PPPP และกองทุนสีเขียว เพิ่มรายได้เกษตรกรโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ

“นฤมล” ร่วมผลักดัน “ไผ่” เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ใช้ PPPP และกองทุนสีเขียว เพิ่มรายได้เกษตรกรโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ุ 2567) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยความคืบหน้า แผนการดำเนินงานขับเคลื่อน “ไผ่” เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ จากนโยบายของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า คณะทำงานภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินงานในรายละเอียดของพื้นต้นแบบ ที่จะดำเนินการส่งเสริมการปลูกไผ่เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ภายใต้กรอบแนวคิดไม่ใช้งบประมาณรัฐบาล แต่เป็นรูปแบบความร่วมมือระหว่าง รัฐบาล เอกชน และประชาชน (PPPP model) โดยรัฐบาลสนับสนุนด้านนโยบายส่งเสริมการปลูกไผ่ ให้เป็นพืชเศรษฐกิจกลุ่มไม้ยืนต้น ซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนกิจการแปรรูปไผ่ ทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรม bio-refinery ในระดับชุมชน ตอบโจทย์เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร

ผู้แทนการค้า กล่าวต่อไปว่าโครงการระยะเริ่มแรกตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10,000 ไร่ ใน 10 ตำบล โดยจะสามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรตำบลละอย่างน้อย 80 ล้านบาท จากนั้น จะขยายผลไปทั่วประเทศ โดยเชิญชวนภาคเอกชนที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งภาครัฐจะสนับสนุนให้มีการเตรียมแหล่งเงินทุนผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Green Investment Trust ที่สำนักงาน กลต ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=975 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail : [email protected] จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2567

“นอกจากผลิตภัณฑ์จากไผ่ในอุตสาหกรรม bio-refinery เรายังได้ carbon credits อีกเป็นจำนวนมหาศาล ที่จะไปช่วยชดเชย carbon footprints ช่วยให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย carbon neutral และ net-zero emissions ภายในปี 2050 และ 2065 ตามลำดับ ส่วนเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่ม จากการใช้เกษตรพันธสัญญา ที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนจะต้องทำสัญญารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เกษตรกรได้กำไรแน่นอน นอกจากนี้ เกษตรกรยังมีสิทธิถือหุ้นในกิจการแปรรูปกลางน้ำและปลายน้ำ โดยได้ส่วนแบ่งผลกำไรเพิ่มอีกด้วย “ ผู้แทนการค้าย้ำ