รวมวิธีการเคลมประกันภัยรถยนต์ที่มือใหม่ต้องรู้

อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดเดา แต่เราสามารถบรรเทาทุกข์ให้เบาลงได้หากมีประกันภัยรถยนต์ติดเอาไว้ เพราะความคุ้มครองของประกันทุกชั้น ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระจากค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่สำหรับมือใหม่ที่พึ่งมีรถอาจยังไม่รู้ว่าควรแจ้งเคลมยังไง มีรายละเอียดอะไรที่ต้องรู้บ้าง ติดตามสาระสำคัญได้ในบทความนี้

การเคลมประกันภัยรถยนต์มี 2 แบบ

อันดับแรกต้องรู้ก่อนว่า การเคลมสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ “เคลมสด” และ “เคลมแห้ง” โดยการเคลมทั้ง 2 แบบมีรายละเอียดดังนี้

เคลมสด

เคลมสด คือ การแจ้งเคลมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที โดยทางบริษัทประกันจะส่งเจ้าหน้าที่มาเพื่อบันทึกหลักฐานต่างๆ ในเหตุการณ์ แล้วทำการประเมินความเสียหายในหน้างานเพื่อออกใบเคลมให้แก่เรา ส่วนใหญ่จะเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างหนัก เช่น รถยนต์ชนท้าย รถชนเสาไฟฟ้า รถชนประสานงา เป็นต้น สามารถแจ้งได้กับประกันรถยนต์ทุกชั้น แต่ผู้ที่เป็นฝ่ายผิดจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ให้กับคู่กรณี ส่วนการชนแบบไม่มีคู่กรณีซึ่งเป็นความคุ้มครองเฉพาะประกันชั้น 1 อาจจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามเงื่อนไข

เคลมแห้ง 

เคลมแห้ง คือ การแจ้งเคลมจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไปแล้ว และทำการแจ้งเคลมภายหลังประมาณ 2-3 วัน เป็นอุบัติเหตุเบาๆ เช่น เฉี่ยวประตูรั้วบ้าน หินกระเด็นใส่กระจก สเกิร์ตขูดทางเท้า เป็นต้น ซึ่งจะเป็นเหตุที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่ โดยการเคลมแห้งทำได้เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น และบริษัทสามารถเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ได้ หากผู้เอาประกันระบุรายละเอียดของเหตุการณ์ไม่ได้

วิธีการเคลมประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภท 

การเคลมประกันรถยนต์มีรายละเอียดในการดำเนินการที่แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ การเตรียมเอกสาร ซึ่งเอกสารเบื้องต้นที่ต้องใช้สำหรับเคลมมีดังนี้

  • เอกสารกรมธรรม์รถยนต์
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
  • สมุดจดทะเบียนรถยนต์ (เล่มสีฟ้า)

ขั้นตอนการเคลมประกันภัยรถยนต์เบื้องต้น 

  • ติดต่อบริษัทประกันภัย แจ้งรายละเอียดกรมธรรม์ ทะเบียนรถยนต์ ชื่อผู้ทำประกัน พร้อมอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น วัน เวลา สถานที่ ลักษณะการชน เพื่อให้บริษัทประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
  • เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง จะต้องมีการประเมินความเสียหายในที่เกิดเหตุก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะออกใบเคลมความเสียหายมาให้
  • ติดต่อศูนย์บริการรถยนต์หรืออู่ในเครือ เพื่อนัดวันเข้าไปซ่อม

รายละเอียดการเคลมสด

การเคลมสดนั้นมีขั้นตอนเหมือนกันการเคลมเบื้องต้นทุกประการ โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ประเมินนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าเราเป็นฝ่ายผิด คุณก็จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ให้กับคู่กรณี เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ให้ยกรถไปที่ศูนย์บริการหรืออู่ในเครือได้เลย

รายละเอียดการเคลมแห้ง 

สำหรับการเคลมแห้ง สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ ถ่ายรูปหรือวิดีโอ เพื่อเป็นหลักฐานให้มากที่สุด โดยเฉพาะภาพความเสียหาย ควรถ่ายไว้หลายๆ มุม จากนั้นให้ติดต่อไปยังบริษัทประกันรับทราบเรื่อง บางบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่มาเช็กร่องรอยว่าเกิดขึ้นตามที่ระบุหรือไม่ จากนั้นก็จะออกใบเคลมมาให้

ค่า Excess กับค่า Deductible ต่างกันอย่างไร 

ค่า Excess และค่า Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกทั้งคู่ ซึ่งค่า Excess จะถูกบังคับให้จ่ายในการแจ้งเคลมแบบไม่มีคู่กรณีเมื่อผู้เอาประกันภัยระบุรายละเอียดไม่ได้ ส่วนค่า Deductible เป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่ายในการแจ้งเคลมเหตุรถชนรถแล้วคุณเป็นฝ่ายผิด แต่ค่า Deductible สามารถตกลงเรื่องวงเงินได้กับบริษัทประกัน

เห็นมั้ยว่า การเคลมประกันรถยนต์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่รู้จักรายละเอียดหรือข้อสำคัญต่างๆ ก็จะทำให้คุณใช้ประโยชน์จากประกันรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยลดภาระค่าซ่อมแซมได้หลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 2+ 3+ และ 3 ยังไงก็คุ้มกว่าต้องออกค่าซ่อมเองอย่างแน่นอน