ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน

ในภาพ จากซ้ายไปขวา: นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และดร.มณฑิรา อูนากูล  ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนครั้งสำคัญ: ผ่านการร่วมมือระยะยาวกับ UNESCO เพื่อร่วมส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรม และตั้งเป้าสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน

 

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรูหลากหลายแบรนด์ ได้แก่ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ภูมิใจในการประกาศเจตนารมณ์และความสำเร็จครั้งล่าสุดในฐานะบริษัทบริหารจัดการด้านฮอสพิทาลิตี้แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับ UNESCO เพื่อสร้างความยั่งยืนทางวัฒนธรรมร่วมกันในระยะยาว นอกจากนั้นแล้ว        ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อีกด้วย ซึ่งความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักสำคัญในระยะยาวของการขับเคลื่อนธุรกิจของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

 

ทั้งนี้ในด้านความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และ UNESCO จะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรมโดยมีเป้าหมายในการปกป้องและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่บริหารจัดการโดยชุมชนท้องถิ่นในเอเชียและแปซิฟิก โดยความมุ่งมั่นนี้จะถูกนำไปขยายผลกับโรงแรมและรีสอร์ตภายใต้การบริหารจัดการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในเมืองต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการครอบคลุมในหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ ประเทศไทย มาเลเซีย จีนรวมถึงฮ่องกง บังคลาเทศ ลาว และกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตั้งเป้าหมายที่จะรับบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ให้ได้มากกว่า 50 แห่งภายในปี 2025 และเพิ่มเป็น 70 แห่งภายในปี 2028 ซึ่งเป้าหมายในการเติบโตภายใต้กลยุทธ์เชิงรุกเช่นนี้จะยังสอดคล้องไปกับโครงการด้านความยั่งยืนต่างๆ เพื่อมุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันและนักเดินทางรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต และยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการเป็น “ A Tailored Approach to Hospitality” ซึ่งเป็นจุดแข็งขององค์กรในตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาเพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็น “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia” ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ตั้งไว้

สำหรับความร่วมมือกับ UNESCO ในครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำงานด้านการสร้างความยั่งยืนของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งมีโครงสร้างภายใต้เสาหลัก 4 ประการที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับชื่อขององค์กร ดังนี้

  • “O” Opportunity (โอกาส) – มอบโอกาสและความช่วยเหลือแก่เยาวชนและบุคคลที่ขาดโอกาส รวมไปถึง ให้การสนับสนุนไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความจำเป็น
  • “N” Nature (ธรรมชาติ) – ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการความร่วมมือในชุมชน การจัดการขยะ การควบคุมมลพิษ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และอื่นๆ
  • “Y” Youth (เยาวชน) – มีส่วนร่วมในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ โดยให้การสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างสมรรถนะความสามารถ และกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้
  • “X” Collaboration (ความร่วมมือ) – มุ่งสร้างความยั่งยืนทางด้านวัฒนธรรม สังคม ชุมชน และอิ่นๆ ผ่านความร่วมมือกับคู่ค้าธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ในฐานะพันธมิตรระยะยาวเพื่อรวมพลังในการให้บริการชุมชนและจัดทำโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน

 

ในความร่วมมือครั้งนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะผสมผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความร่วมสมัยเข้ากับประสบการณ์การเข้าพักและการบริการของโรงแรมและรีสอร์ตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โครงการริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายไม่เพียงแค่การนำเสนอและเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาเท่านั้น แต่ยังเชิญชวนให้แขกผู้เข้าพักได้ร่วมดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าเพื่อสัมผัสถึงความเชื่อมโยงที่แท้จริงกับชุมชนในพื้นที่โดยรอบที่หมายปลายทาง ซึ่งสิ่งนี้จะมีส่วนสำคัญต่อการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป รวมทั้งยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบโรงแรมและรีสอร์ตอีกด้วย

 

ความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมบริการ ในบริบทการท่องเที่ยงเชิงสร้างสรรค์ การผสมผสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นจะสร้างให้เกิดประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำสำหรับแขกที่มาใช้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมิติเชิงลึกและแท้จริงให้กับโรงแรมของเรา ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้นักเดินทางสามารถเชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางได้ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการบูรณาการทางวัฒนธรรม อาทิ การนำเสนออาหารพื้นถิ่น ของกินพื้นบ้าน ศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิม หรือการร่วมมือกับช่างฝีมือและศิลปินท้องถิ่นในการร่วมออกแบบประสบการณ์ในโรงแรม เป็นต้น

 

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการ “Achieving Sustainable Tourism with Intangible Cultural Heritage and Creative City Network in Waterway Cities of ASEAN” กับทาง UNESCO และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเปิดตัวโครงการฯร่วมกับทาง UNESCO อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพ ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 

นอกจากนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมีโครงการริเริ่มร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF สำนักงานประเทศไทย ผ่านโครงการการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production Project) โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานและการเปลี่ยนแปลงสู่หลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) การส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โครงการอนุรักษ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชน

และอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มีต่อระดับประเทศและระดับสากลในด้านนโยบายการสร้างความยั่งยืน ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเป็น Net Zero Operations โดยในปี 2023 ที่ผ่านมา โรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในเครือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ (Amari Don Muang Airport Bangkok), อมารี หัวหิน (Amari Hua Hin), อมารี พัทยา (Amari Pattaya), อมารี กรุงเทพ (Amari Bangkok), อมารี ภูเก็ต (Amari Phuket), อมารี เกาะสมุย (Amari Koh Samui), โอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya), โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket), โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui), โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence), ชามา เพชรบุรี 47 กรุงเทพ (Shama Petchaburi 47 Bangkok) ได้รับการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆขององค์กรหรือคาร์บอนฟุตปริ้นท์องค์กร โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนนี้ โดยความสำเร็จในครั้งนี้จะยังถูกนำไปต่อยอดกับโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ทุกแห่งในเครือของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทั้งหมดในอนาคตอีกด้วย

 

โครงการริเริ่มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ต่อการสร้างความยั่งยืนผ่านการร่วมจัดการกับประเด็นด้านความยั่งยืนในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การอนุรักษ์วัฒนธรรมไปจนถึงการบริโภคอย่างรับผิดชอบ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนเชิงรุกที่แน่วแน่ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการดำเนินงานที่มุ่งสร้างการเติบโตที่สอดคล้องไปกับเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนระดับสากล รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ