ประวิตร ลุย ยโสธร มุกดาหาร สั่งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ

ลุงป้อม พูดไม่เก่ง แต่แก้ปัญหาเเร็ว ลุย ยโสธร มุกดาหาร สั่งเร่งเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ “อ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน”สร้างความอยู่ดีกินดีให้ปชช.

วันนี้ (2 ก.พ. 66) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และมุกดาหาร เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ความก้าวหน้า 10 มาตรการรับมือฤดูแล้ง ปี 2565/66 และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน บ้านหนองบึง ต.ห้องแซง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวต้อนรับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ จ.ยโสธร และผู้แทนกรมชลประทาน นำเสนอผลการดำเนินงาน หลังจากนั้น ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างปรับปรุงตลาดอินโดจีนมุกดาหาร ถ.สำราญชายโขงใต้ ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร และเป็นประธานเปิดโครงการแล้งนี้ต้องมีน้ำ (ต้นแบบ) ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากแม่น้ำโขง ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร รวมทั้งเปิดโครงการเติมน้ำ เติมบุญ เติมทุน พัฒนาอาชีพให้เกษตรกรสวนยางในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ตามลำดับ พร้อมพบปะผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและผลความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ จ.ยโสธร ที่หลายโครงการได้ดำเนินการไปแล้ว โดยโครงการต่างๆ มีความจำเป็นต้องวางแผนปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ลดความเสี่ยงปัญหาการขาดแคลนน้ำในทุกกิจกรรม อีกทั้งเป็นการยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย โดยรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ สทนช.บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน ดำเนินการตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด พร้อมมอบหมายให้กรมชลประทานและ จ.ยโสธร พิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยลิงโจน ให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคตให้เพียงพอในทุกกิจกรรม และการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำอื่นๆ เช่น แก้มลิงบ่อโจ้โก้ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งมอบหมายให้ จ.ยโสธรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำให้ครอบคลุมปัญหาเรื่องน้ำทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้าน ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จ.ยโสธร ประจำปีงบประมาณ 2566 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความจุกักเก็บ 1.79 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 14,713 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 3,926 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับการป้องกัน 2,000 ไร่

สำหรับโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จ.มุกดาหาร เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มความจุกักเก็บ 0.13 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 13,780 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 3,701 ครัวเรือนพื้นที่ได้รับการป้องกัน 3,850 ไร่