BKER แถลงผลประกอบการไตรมาส 3/2563 ดีขึ้นมาก ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.13 บาทต่อหน่วย คิดเป็นผลตอบแทน 7.29%

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง เค.อี. รีเทล (BKER) โดยคุณกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการ บริษัท เค.อี.รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ฯ เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2563 ว่ามีกำไรมากกว่าไตรมาสก่อนถึง 8 เท่า จากการผ่อนคลายมาตรการปิดห้างฯ หลังเหตุการณ์โควิด19 โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 132.1 ล้านบาท กองทรัสต์ฯ มีรายได้จากการให้เช่า และบริการอยู่ที่ 327.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 92% บริษัทฯ มีนโยบายรักษาผู้เช่าไว้ให้ได้มากที่สุด โดยพยายามคงอัตราค่าเช่าเดิมให้แก่ผู้เช่า ทำให้อัตราการเช่าพื้นที่ในช่วงไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเป็น 91.4% จากไตรมาสก่อนที่ 90.5% และมีอัตราการต่อสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นมากเป็น 90% จากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 74% จากผลประกอบการที่ดีขึ้นในไตรมาสที่ 3 นี้ ทางกองทรัสต์ฯ จึงได้ประกาศจ่ายเงินให้ผู้ถือหน่วย (Distribution) ที่ 0.13 บาทต่อหน่วยลงทุนในรูปแบบของการลดทุน คิดเป็นเงินทั้งหมด 113.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วน 90.75% ของกำไรสุทธิภายหลังปรับปรุงแล้ว โดยมีกำหนดปิดสมุดทะเบียนเพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยที่จะมีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ และจะจ่ายปันผลได้ในวันที่ 9 ธันวาคม คุณกวินทร์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราผลตอบแทนของเงินปันผลต่อปีของกองทรัสต์ฯ คำนวณจากผล 12 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 7.29% ซึ่งเป็นอัตราที่สูง และน่าสนใจเป็นที่น่าดึงดูดกับนักลงทุนมาก ท่ามกลางสภาวะในตลาดปัจจุบัน

คุณกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์

ปัจจุบัน กองทรัสต์  BKER มีมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด 12,261 ล้านบาท มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิประมาณ 140,000 ตารางเมตรใน 10 โครงการ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแบบ Specialty และ Neighborhood Shopping Mall ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ Crystal Design Center, The Crystal รามอินทรา, The Crystal ราชพฤกษ์, อมอรินี, แอม พาร์ค จุฬาฯ, เพลินนารี วัชรพล, สัมมากร รามคำแห่ง, สัมมากร รังสิต, สัมมากร ราชพฤกษ์ และ เดอะซีน ทาวน์ อิน ทาวน์ เนื่องจากศูนย์การค้าทั้งหมดในกองทรัสต์ฯ อยู่ในแหล่งชุมชน เน้นกลุ่มเป้าหมายครอบครัว ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดประเทศแต่อย่างใด

Processed with VSCO with c1 preset

สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคต กองทรัสต์  BKER มีการศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจที่มีอยู่ และเพื่อเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย การพัฒนาระบบ การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ล่าสุดการนำระบบ SKY OS ที่ บริษัท เค อี กรุ๊ป จำกัด ร่วมลงทุนกับ อาลีบาบา คลาวด์ ในการพัฒนานิวโมเดล แพลตฟอร์ม ในธุรกิจรีเทล และเรียล เอสเตท อาทิ การทำรอยัลตี้โปรแกรมโดยระบบอัจฉริยะด้านข้อมูลเพื่อลูกค้า เป็นต้น กองทรัสต์  BKER มีแผนขยายการลงทุนเพิ่มในอีก 2-3 โครงการภายในระยะเวลา   12 เดือนข้างหน้านี้ โดยจะมีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 600-900 ล้านบาท นอกจากนี้ กองทรัสต์ฯ ได้มีการติดตามสภาวะการดำเนินธุรกิจอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนกลยุทธ์ของธุรกิจให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่อย่างสม่ำเสมอ และได้เดินหน้าแผนธุรกิจ และการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมตอบรับกับกระแสธุรกิจออนไลน์ เศรษฐกิจดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังเหตุการณ์โควิด19 ด้วย  

บทความก่อนหน้านี้“ดีป้า” เผยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งสัญญาณบวก พร้อมเดินหน้าสู่อุตสาหกรรม 4.0
บทความถัดไปลุ้นราคาถุงมือยางพุ่งต่อ ส้มหล่น “ศรีตรัง” หลัง “ท้อปโกลฟ” ปิด 28 โรงงาน