กปภ. พร้อมลุย 6 โครงการ ตามมติ ครม. เพิ่มประสิทธิภาพการบริการและผลิตน้ำประปา

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ขานรับมติคณะรัฐมนตรีให้ กปภ. ดำเนินการเพื่อการพัฒนาปี 2563 (เพิ่มเติม) จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 11,451.564 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการผู้ใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น พร้อมการขยายการให้บริการน้ำประปาอย่างทั่วถึงและเพียงพอ

นายกฤษฎา ศังขมณี รองผู้ว่าการ (วิชาการ) รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า น้ำประปาเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง กปภ. ได้ขานรับมติคณะรัฐมนตรีดำเนินการเพื่อการพัฒนาปี 2563 (เพิ่มเติม) จำนวน 6 โครงการ วงเงิน 11,451.564 ล้านบาท เพื่อจัดทำแผนงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายและแผนการบริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย โดยมีพื้นที่ดำเนินการประกอบด้วย 1) กปภ.สาขาเพชรบูรณ์ – หล่มสัก 2) กปภ.สาขาเดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 3) กปภ.สาขาสมุทรสาคร – นครปฐม 4) กปภ.สาขาด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และโครงการก่อสร้างปรับปรุงกิจการประปาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 2 สาขา ได้แก่ กปภ.สาขานครศรีธรรมราช (องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเรือ) และ กปภ.สาขานครศรีธรรมราช (เทศบาลตำบลการะเกด) ดำเนินการปรับปรุงระบบประปาทั้งระบบ โดยจะมีการก่อสร้างระบบน้ำดิบ (โรงสูบน้ำแรงต่ำ เครื่องสูบน้ำแรงต่ำ วางท่อน้ำดิบ) ระบบผลิตน้ำประปา (ก่อสร้างระบบผลิตน้ำและถังน้ำใส) ระบบจ่ายน้ำ (ก่อสร้างโรงสูบน้ำแรงสูง วางท่อส่งน้ำ – ท่อจ่ายน้ำ) และดำเนินการบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียในระบบผลิตจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบผลิต ระบบส่งน้ำ และระบบจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ที่ประสบปัญหาให้สามารถบริการน้ำประปาแก่ประชาชนได้เพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างพอเพียง อย่างไรก็ตาม เมื่อการลงทุนทั้ง 6 โครงการแล้วเสร็จ สามารถผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้น 216,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมกำหนดเป้าหมายลดปริมาณน้ำสูญเสียไม่เกินร้อยละ 20 และในการดำเนินโครงการนี้ทำให้สามารถรองรับผู้ใช้น้ำได้เพิ่มขึ้น 97,100 ครัวเรือน

รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว นับเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ภารกิจของ กปภ. บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า มุ่งสู่องค์กรที่เป็นเลิศและยั่งยืน ด้านการให้บริการและบริหารจัดการน้ำประปาดังนั้น หากโครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยให้ประชาชนที่อยู่ในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบลและชุมชนโดยรอบในพื้นที่เขตจำหน่ายน้ำของแต่ละโครงการ ได้รับบริการน้ำสะอาดที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอสำหรับใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค

บทความก่อนหน้านี้เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล คว้า 3 รางวัลด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหาร
บทความถัดไป‘พิธา’ เผย ผบช.น. จับแกนนำ-ผู้ชุมนุมกว่า 100 คน ลั่นเตือนแล้วจะขอออกพื้นที่ไม่ได้