ดรุณวรรณ ชวนคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ปลูกจิตสำนึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใช้พลังอย่างสร้างสรรค์ร่วมกันพัฒนาชาติ

12 ส.ค.2563 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีกลุ่มนักศึกษาที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ออกมารวมตัวกันชุมนุมประท้วง ส่วนตัวเคารพถึงการแสดงออกและมองว่าเป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถทำได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หากเป็นการประท้วงโดยสงบ ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และที่สำคัญไม่ควรก้าวล่วงถึงสถาบันที่เป็นที่เคารพของสังคมไทย

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกบางอย่างอาจเกิดจากความไม่รู้ หรือไม่ได้ซึมซับถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่ครั้งในอดีต จึงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ ชี้แนะ เพื่อไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่บางกลุ่มที่ต้องการสร้างความแตกแยกโดยมีเป้าหมายบางประการ

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการโดยรัฐมนตรีช่วยฯ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีนโยบายเสริมสร้างการอ่านการเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ที่ได้ผลักดันและเปิดตัวมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเวลาไม่นาน โดยมีหลักคิดในการใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย มาปรับเปลี่ยนวิธีการสอนของครู และจัดกระบวนการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนประวัติศาสตร์ไทยอย่างเข้าใจ สนุก ท้าทาย ไม่น่าเบื่อ และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รวมถึงปลูกฝังจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้กับนักเรียน โดยการนำดิจิทัลมาใช้ในการสอดแทรกวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของประเทศ สร้างจิตสำนึกในการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สำหรับคนรุ่นใหม่

นางดรุณวรรณ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ในขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่เราทุกคนไม่ควรลืมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันดีงาม ที่ถือเป็นรากเหง้าของของสังคมไทย เป็นข้อโดดเด่น ทำให้ประเทศไทยมีความเจริญทางด้านอารยธรรมไม่แพ้ชาติไหน จึงอยากให้น้อง ๆ ทุกคนได้มีโอกาสซึมซับ เรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันมีแหล่งให้เรียนรู้มากมาย และเข้าถึงได้โดยง่ายผ่านสื่อที่มีความทันสมัย อาทิ การนำสื่อเสมือนจริง หรือ “AR” (Augmented Reality) มาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่าน ธนบัตร โดยวิธีการนำโทรศัพท์มือถือสแกนบนธนบัตรมูลค่าต่าง ๆ ในจุดที่กำหนด จะเกิดเป็นภาพ 3 มิติ โดยแต่ละธนบัตร จะมีเรื่องเล่าความเป็นมา สื่อให้เห็นถึงประวัติในแต่ละยุคแตกต่างกันไป ซึ่ง AR ถือเป็นเทคโนโลยีที่พลิกโลกระหว่างความจริงกับการจำลองให้เข้าร่วมเป็นสิ่งเดียว ผ่านการมองผ่านอุปกรณ์ ทำให้ระบบการเรียนการสอนมีความสนุก น่าสนใจ สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

บทความก่อนหน้านี้หมอชลน่าน ขู่วอล์กเอาต์ ถ้าสภาโหวตไม่ส่งรายงานปรองดอง แล้วจะบอก ปชช.ว่าวินาทีนี้ควรโดนยุบ
บทความถัดไปBKER 2020 Happiness Offer ชวนช้อปลุ้นเที่ยวเหนือจรดใต้