เรียนอะไร? ทำงานแบบไหน? ใช้ passion ในตัวเองหาคำตอบ

การศึกษาภาคบังคับของไทยในปัจจุบันยังคงเป็นระบบแพ้คัดออก ตีกรอบความคิด สร้างค่านิยมชื่นชมคนเก่ง เน้นผลลัพธ์ด้วยอันดับตัวเลข ส่งผลให้การเรียนรู้ที่เน้น “กระบวนการ” และ “ระบบความคิด” เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ ถูกลดทอนความสำคัญลงไป และกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักเรียนนักศึกษาจำนวนมากในปัจจุบันยังไม่รู้ และไม่มีคำตอบเมื่อถูกตั้งคำถามว่า อยากเรียนอะไร? อยากมีอาชีพลักษณะไหน? หรืออยากทำงานอะไร?

จริงๆ แล้ว มีพลังขับเคลื่อนชีวิตและความคิดที่นำพามนุษย์ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีจุดมุ่งหมาย นั่นคือ passion ซึ่งหมายถึงแรงผลักดัน หรือความชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลุ่มหลง เมื่อได้ลงมือทำตาม passion จะสร้างความสุขให้ชีวิต ช่วยให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความล้มเหลว แน่นอนว่า เราสามารถใช้ passion เป็นเครื่องมือในการหาคำตอบให้ตัวเองในการวางแผนการเรียนและกำหนดเส้นทางชีวิตการทำงานของเราในอนาคต

มีมุมมองที่น่าสนใจจาก ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ หรือ หมอวิน เพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ บอกว่า passion เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำเราให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในเป้าหมายของชีวิต เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น แรงผลักดันนี้ทำให้เราลงมือทำในสิ่งที่ชอบซ้ำๆ ซึ่งเป็นการพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นทักษะที่โดดเด่น สามารถเป็นอาชีพทำรายได้ การออกแบบชีวิตไปตามแรงผลักนี้ต้องขึ้นอยู่กับโอกาส การสนับสนุนจากครอบครัว และระบบการศึกษาที่รองรับ ซึ่งควรเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการสร้างวิธีคิด ขั้นตอนกระบวนการ เพื่อไปถึงผลลัพธ์

ลองตั้งคำถาม “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” กับเด็กเล็กๆ เราจะพบคำตอบแทบจะทันที แต่คำถามเดียวกันนี้เรากลับพบความนิ่งเงียบ หรืออาจได้คำตอบไม่ชัดเจนเมื่อถามนักเรียนมัธยม หรือนักศึกษามหาวิทยาลัย เช่นนี้อาจกล่าวได้หรือไม่ว่า นอกจากครอบครัวแล้ว ระบบการศึกษาในช่วงชีวิตที่เด็กเรียนรู้และเติบโตขึ้นมา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ passion ค่อยๆ เลือนหายไปและยังลดทอนความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของพวกเขา

“การออกแบบชีวิตไปตามแรงผลักนี้ต้องขึ้นอยู่กับโอกาส ผมมองว่า passion ในตัวเราทุกคนเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาจนกลายเป็นงานอาชีพได้หากครอบครัวสนับสนุนและมีระบบการศึกษาที่รองรับ” หมอวินหมายถึง ระบบการศึกษาที่ต่างไปจากเดิมทั้งกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องมีการสร้างชุดทักษะการทำงาน องค์ความรู้ในหลักสูตร การจัดสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงออก รวมถึงบทบาทใหม่ของคณาจารย์ในฐานะผู้ชี้แนะและที่ปรึกษา

เมื่อพูดถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่การเรียนรู้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนากระบวนการคิด ความชัดเจนที่สังคมไทยรับรู้มาอย่างต่อเนื่องคือ รูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และตอนนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ของสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำที่ส่งเสริมโอกาสให้นักศึกษาค้นหา passion ในตัวเองให้พบและเรียนรู้วิธีการต่อยอด passion เพื่อสร้างแผนที่ชีวิตของตนเองสู่ความสำเร็จ

การเรียนการสอนแบบ Project-based learning ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนคุ้นชินกับการคิดวิเคราะห์มากกว่าท่องจำ รู้จักการหาความร่วมมือและทำงานเป็นทีม ค้นพบความชอบด้วยตัวเอง และไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ เรียนด้วยการลงมือทำและประสบการณ์การทำงานจากผู้นำมืออาชีพในโลกธุรกิจ การเรียนรู้จะไม่ถูกจำกัดด้วยชื่อคณะที่เข้ามาถ้าหาก passion ของนักศึกษาต้องอาศัยชุดทักษะและความรู้ข้ามศาสตร์ข้ามสาขา ก็สามารถออกแบบการเรียนรู้ของตัวเองได้ในแบบเฉพาะตัว ระบบการเรียนเช่นนี้ ช่วยสร้างนิสัยใฝ่เรียนรู้ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของคนที่ก้าวทันโลกได้ตลอดเวลาอีกด้วย

อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวไว้ตอนหนึ่งในงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2563 ว่าด้วยเรื่อง passion ที่ช่วยกระตุกความคิดให้นักศึกษาว่า การเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบเป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุดจากตัวเราเอง หากอยากรู้ว่าเรามี passion ในเรื่องใด ให้ใช้เวลาสังเกตตัวเอง ว่ามีความสนใจเรื่องใดมากที่สุด สนใจมากชนิดที่ว่าไม่ต้องให้ใครมาบังคับหรือมาบอกให้ชอบ และเป็นความสนใจที่เราเองจะหาทางเรียนรู้ในสิ่งนั้นด้วยตัวเองอย่างกระตือรือร้นและลงมือทำอย่างสนุกสนาน

การศึกษาในแบบมหาวิทยาลัยกรุงเทพมุ่งเน้นองค์ประกอบ 3 ส่วนสำคัญคือ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ความพร้อมใช้เทคโนโลยี (Technology) และความคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ที่นี่มีกระบวนการเรียนการสอนที่สร้างชุดทักษะจำเป็นรอบด้านเพื่อการทำงานอย่างมืออาชีพ มีองค์ความรู้ในหลักสูตรทันยุคหลากหลายสาขาวิชา มีการจัดสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดและผลงานได้เต็มที่ และมีความร่วมมือมากมายจากตัวจริงในแวดวงธุรกิจชั้นนำมาเป็นบันใดให้ผู้เรียนได้พัฒนาตัวเองและต่อยอดความรู้ได้ไม่สิ้นสุด

ไม่ว่า passion ของคุณคืออะไร มหาวิทยาลัยกรุงเทพคือที่ที่จะมอบโอกาสให้ได้ต่อยอด Passion ของตัวเองจนแข็งแกร่งด้วยหลักสูตรวิชาที่สอดคล้องกับยุคสมัย บ่มเพาะความคิดให้เป็นคนรักการเรียนรู้ (Passionate) ทันโลก(Street Smart) มีความคิดสร้างสรรค์(Creative) ฉลาดในการตั้งคำถามเพื่อเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ต่อไป(Curious) และสามารถประสานความร่วมมือในการทำงานกับหลายภาคส่วนได้อย่างเหมาะสม(Collaborative) ซึ่งเป็น DNAs ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

บทความก่อนหน้านี้การุณ ชวน ชัชชาติ ตัดสินใจใหม่ เชื่อคนกรุงเทพให้โอกาสทั้งพรรคทั้งคนสมัคร
บทความถัดไปE-DUANG : ความเงียบ จากการชู กระดาษเปล่า กลายเป็นความอึกทึก อันครึกโครม