นักวิเคราะห์แนะซื้อหุ้น MINT พร้อมของขวัญวอแรนต์ MINT-W7 ถือยาว 3-6 เดือน มุ่งราคาเป้าหมาย 26.50 บาท

หลังจากที่บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ได้ประกาศกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 7 (MINT-W7) ในวันที่ 7 สิงหาคม 2563 (Record Date) และวันที่ไม่ได้รับสิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ (XW) เป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2563 โดยการจัดสรร MINT-W7 จำนวน 235,599,007 หน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น 22 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่า ทั้งนี้ MINT-W7 นี้มีอายุ 3 ปี อัตราใช้สิทธิแปลงสภาพ 1 หน่วย ต่อ 1 หุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ 21.60 บาท กำหนดใช้สิทธิทุกวันที่ 15 ของเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และ พฤศจิกายนของทุกปี

ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่า การออก MINT-W7 ส่งผลต่อจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น หรือ Dilution จากการแปลงสภาพหุ้นสามัญในอนาคตน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยจำนวนหุ้นที่จะเกิดจากการแปลงสภาพ MINT-W7 มีเพียง 235.6 ล้านหุ้น น้อยกว่าที่ขอจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้เดิมคือไม่เกิน 313.8 ล้านหุ้น ซึ่งคิดเป็นผลกระทบจากการออกหุ้น หรือ share dilution เพียง 4.3%

นอกจากนี้ การออก MINT-W7 ถือว่า มีโอกาสในการใช้สิทธิสูง หรือ ทำให้มีสภาวะ in-the-money โดยเร็ว ซึ่งมองว่าผู้บริหารตั้งใจให้ MINT-W7 เป็นผลตอบแทนใจที่ไม่ได้จ่ายปันผลปีนี้ โดยคำนวณมูลค่า MINT-W7 ในภาวะ out-of-the-money หรือ มีโอกาสในการใช้สิทธิต่ำ เมื่อเทียบกับราคาหุ้นของ MINT ปัจจุบันที่ 20.60 บาท MINT-W7 จะมีมูลค่า 6-7 บาท ทำให้ผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทน หรือ yield 1.5% เป็นระดับที่ไม่ได้เลวร้ายในภาวะปัจจุบัน

รวมทั้งมูลค่า MINT-W7 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยหากราคาหุ้นสามัญ หรือ MINT ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคำนวณพบว่าทุก ๆ หุ้นสามัญ MINT ที่เพิ่มขึ้น 1 บาทจะทำให้ราคา MINT-W7 เพิ่มขึ้นประมาณ 0.7 บาท

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการประเมินสถานการณ์บริษัทยังคงมีผลขาดทุนในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ แต่นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน หรือ gearing ratio จะลดลงจาก 1.6 เท่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ เป็น 1.5 เท่า ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และลดลงเหลือ 1.3 เท่า ภายในสิ้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งกลับมาใกล้เคียงนโยบายบริษัทและต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงินที่ไม่เกิน 1.75 เท่า โดยหากมีการแปลงสภาพ MINT-W7 จะมีส่วนของทุนเพิ่มมา อีก 5,100 ล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะให้สถานะทางการเงินของบริษัทจะดีขึ้นเรื่อย ๆ       

นอกจากนี้การเปิดเผยรายละเอียดของ MINT-W7 จะทำให้รายละเอียดของแผนการเพิ่มทุนแบบเบ็ดเสร็จ ไม่เหลือเรื่องค้างคาสำหรับนักลงทุน หรือ overhang และความไม่ชัดเจนที่มาหยุดยั้งการขึ้นของราคาหุ้นอีกต่อไป ถือเป็นรอบจริงรอบใหม่แล้วสำหรับหุ้นของ MINT โดยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปีนี้ บนมูลค่ากิจการ ที่คำนวณได้ 143,700 ล้านบาท ซึ่งจะต่ำกว่าการคิดลดกระแสเงินสด หรือ DCF 20% และเมื่อรวมกับการใช้สิทธิหุ้นเพิ่มทุน และการแปลงเป็นหุ้นสามัญของ MINT-W7 ที่ 5,418 ล้านหุ้น จะได้ราคาเป้าหมาย MINT ที่ 26.50 บาท ซึ่งมีผลกำไรส่วนต่าง หรือ capital gain คุ้มค่าแก่การลงทุน โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT นักลงทุนสามารถลงทุนไปอย่างน้อย 3-6 เดือน และรอรับ MINT-W7 รวมทั้งรับโอกาสการฟื้นตัวจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งถือเป็นการวิเคราะห์แบบ surprise consensus ที่แตกต่างจากนักวิเคราะห์รายอื่น

บทความก่อนหน้านี้“คุณหญิงกัลยา” น้อมรับคำติชม ขอเดินหน้าทำงานวางรากฐานการศึกษาไทย เผยปฏิรูปการศึกษาต้องใช้เวลา เพราะเน้นไปที่ตัวผู้เรียน
บทความถัดไป“ดีป้า” จับมือสถาบันการศึกษา อัพสกิลคนพันธุ์ดิจิทัล