ลิกซิล ประเทศไทย วางมาตรฐานอุตสาหกรรมสุขภัณฑ์ในยุค ‘New Normal’ วางแนวทางที่จะทำให้สุขอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในอนาคต

1 กรกฎาคม 2563 ประเทศไทย ลิกซิลคือผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยและสุขภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาความท้าทายที่ผู้ใช้งานต้องประสบในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นที่จะเนรมิตบ้านที่ดีกว่าเดิมให้แก่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก วันนี้ลิกซิล ประเทศไทย นำโดยออดรีย์ โหย่ว ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ (LWT) ของบริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน พูดถึงลิกซิลในแง่ของนวัตกรรมและแนวโน้มของโลกใน “ยุค New Normal หลังหมด COVID” ซึ่งจะมาเป็นตัวเปลี่ยนมุมมองที่ผู้บริโภคมีต่อสุขอนามัย

 

COVID-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติต่าง ๆ ในโลกเป็นอย่างมากตามที่เราทราบกัน เมื่อผู้บริโภคเปิดใจให้กับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว พวกเราจะเริ่มเรียนรู้ที่จะรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยไว้ในระดับที่สูง โดยจะใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยส่วนบุคคลมากยิ่งขึ้น สำหรับพวกเราที่ลิกซิลแล้ว เวลานี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะเร่งเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมตามที่เราได้วางแผนไว้ ด้วยเพราะจุดเด่นสำคัญของเราคือการก้าวนำคู่แข่งรายอื่น ๆ ในด้านของนวัตกรรม ลิกซิลยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงานในทุก ๆ แง่มุม เราสังเกตพฤติกรรม และทำการรวบรวมข้อมูลผู้บริโภคแบบเชิงลึกเพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงปัจจัยต่าง ๆ แม้แต่ความต้องการที่ไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจน เราจะตั้งคำถามต่อตัวเราเองเสมอว่า เราทุกคนที่นี่นั้นจะสามารถปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ลูกค้าได้อย่างไรได้บ้าง

 

“เป็นที่คาดการณ์ได้ว่า หลังจากหมดวิกฤต COVID-19 ไปแล้ว ผู้บริโภคจะมีความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบใหม่ของพวกเขามากยิ่งขึ้น ซึ่งวิถีชีวิตแบบใหม่นี้จะเป็นตัวเปลี่ยนแนวทางการใช้ชีวิตต่าง ๆ ของพวกเขา และเมื่อ “สุขอนามัย” มีความจำเป็นเช่นนี้แล้ว ความต้องการในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างก๊อกน้ำและสายฉีดแบบไร้การสัมผัส หรือผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ ของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเหล่านี้นั้นล้วนเป็นสิ่งที่หาได้จากทางลิกซิล ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเราพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการดำเนินวิถีชีวิตใหม่ของพวกเขาได้ด้วยดี ยิ่งไปกว่านั้น ผู้คนยังเลือกที่จะเดินทางน้อยลง และใช้เวลาอยู่กับบ้านมากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาเล็งเห็นถึงความสำคัญในการตกแต่งหรือต่อเติมบ้าน ในขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานต่าง ๆ ก็ต้องมีมาตรการการจัดการด้านสุขอนามัยที่ดี เพื่อทำให้ผู้เช่ามั่นใจ และยังเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าโดยรวมให้แก่อาคารอีกด้วย” ออดรีย์กล่าว

 

นอกจากนี้ เธอยังเพิ่มเติมอีกว่า การเป็นองค์กรระดับโลกทำให้ลิกซิลมีความได้เปรียบคู่แข่งเจ้าอื่น ๆ เนื่องจากทางองค์กรนั้นมีบุคลากรและเทคโนโลยีสุดล้ำจากทั่วทุกมุมโลกอยู่ในทีมวิจัยและพัฒนา ทีมออกแบบ และทีมการตลาด ลิกซิลให้บริการสินค้าที่มาเติมเต็มความต้องการด้านสุขอนามัยและการใช้งานอย่างยั่งยืนของผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันผ่านแบรนด์ชั้นนำด้านเทคโนโลยีการใช้น้ำอย่างอเมริกัน สแตนดาร์ด โกรเฮ่ และอิแน็กซ์

 

สำหรับในประเทศไทยนั้น อเมริกัน สแตนดาร์ดถือเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมสุขภัณฑ์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 140 ปี โดยได้รับเลือกเป็น Thailand’s Most Admired Brand ถึง 4 ปีซ้อน นอกจากวิสัยทัศน์ในการรังสรรค์ห้องน้ำที่ให้สุขอนามัยที่ดีขึ้น มีความปลอดภัย และมีความสวยงามมากยิ่งขึ้นแล้ว ทางแบรนด์ยังได้นำเทคโนโลยี HygieneClean ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของทางอเมริกัน สแตนดาร์ดมาใช้อีกด้วย

 

เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากอเมริกัน สแตนดาร์ด ได้แก่

  • ระบบชำระล้าง SiphonMax มาพร้อมกับ Power Rim พิเศษในเรื่องของการชำระล้างสิ่งสกปรกได้อย่างรวดเร็วหมดจดด้วยระบบสูญญากาศ มอบความสบายใจให้กับคุณด้วยพลังฟลัชที่ผลักและดูดสิ่งสกปรกออกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ด้วยดีไซน์แบบไร้ขอบ Rimless ทำให้ลดการสะสมของคราบน้ำและสิ่งสกปรกต่างๆ รวมทั้งการออกแบบตำแหน่งการปล่อยพลังน้ำ Double Vortex ออกมาพร้อมกัน 2 จุด ให้ระบบชำระล้างดั่งพายุหมุนมีประสิทธิภาพสูง ในขณะที่ประหยัดในแง่ของการใช้น้ำ
  • Aqua Ceramic คือเทคโนโลยีซูเปอร์ไฮโดรฟิลลิกที่ได้รับรางวัล โดยเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สารเคลือบลงบนโถสุขภัณฑ์ที่สามารถป้องกันและช่วยให้คราบสกปรกรวมทั้งคราบน้ำหลุดออกไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีล้างห้องน้ำหรือออกแรงขัดถู
  • Comfort Clean คือนวัตกรรมเซรามิกที่เคลือบด้วยออกไซด์สังกะสี ซึ่งจะช่วยขจัดแบคทีเรียอีโคไลในโถสุขภัณฑ์อย่างหมดจดและมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางลิกซิลยังได้จัดแคมเปญที่มีชื่อว่า Contactless Smart Hygiene ด้วยความมุ่งมั่นในการที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเรื่องของ Contactless is the New Normal ในประเทศไทย ทางแบรนด์มีความต้องการที่จะเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ทั้งในเรื่องของการออกแบบ ความสวยงาม รวมถึงการใช้งาน ไปพร้อม ๆ กับเทคโนโลยีที่ไม่มีใครเทียบเท่าซึ่งได้รับการการันตีโดยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการสุดประทับใจแก่ลูกค้าทุกคน ซึ่งรวมถึงการติดตั้งสินค้าให้ถึงที่บ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

“สำหรับตลาด B2B ในปีนี้นั้น เราได้จับมือกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็น Key Influencers ที่ทำให้เราสามารถตอบรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีโอกาสได้เข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำหลายราย ซึ่งให้ความไว้วางใจในการนำผลิตภัณฑ์ล้ำสมัยที่ลดการสัมผัสอย่างเทคโนโลยีก๊อกน้ำและระบบฟลัชน้ำแบบเซ็นเซอร์มาใช้ในโครงการ อีกทั้ง เรารู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทางคู่ค้าของเรา

ตอนนี้ ลิกซิล ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำของประเทศไทย มีขนาดอยู่ที่ 18% เมื่อเทียบกับธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเราทั้งหมด (ไม่รวมจีนและญี่ปุ่น)  โดยเราได้ทำการตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่า ธุรกิจนี้จะเติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากประเทศไทยนั้นถือเป็นตลาดที่สำคัญตลาดหนึ่งสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้กลุ่มบริษัทของเรา รวมถึงมีความหลากหลายในแง่ของธุรกิจ และการดำเนินงานของลิกซิลโดยรวม” ออดรีย์กล่าวปิดท้าย

 

เกี่ยวกับลิกซิล

ลิกซิลเป็นผู้บุกเบิกด้านผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยและสุขภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานได้ประสบในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นที่จะเนรมิตบ้านที่ดีกว่าเดิมให้แก่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ด้วยการยึดมั่นในนวัตกรรมที่มีถิ่นกำเนิดจากญี่ปุ่น เราได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะมาทำให้บ้านเป็นสถานที่ที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่ลิกซิลไม่เหมือนใครคือแนวทางที่ทางบริษัทใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ เราทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งาน จิตวิญญาณของผู้ประกอบการ ความทุ่มเทที่จะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ และการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แนวทางเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นผ่านแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมอันได้แก่ อเมริกัน สแตนดาร์ด โกรเฮ่ อิแน็กซ์ และทอสเท็ม โดยพนักงานราว 75,000 คน ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกของเรานั้นมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกในแต่ละวัน

บริษัท ลิกซิล กรุ๊ป คอร์ปอเรชัน (รหัส TSE: 5938) ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นธุรกิจภายใต้กลุ่มหลักทรัพย์ของลิกซิล

  ####

  

LIXIL Thailand sets the standard for the Sanitaryware industry in the New Normal era

Hosts a media roundtable to talk about how Hygiene will be an important factor driving consumers demands in the coming years

1 July 2020, Thailand: LIXIL is a maker of pioneering water and housing products that solve everyday, real-life challenges, making better homes a reality for everyone, everywhere. LIXIL Thailand led by Audrey Yeo, General Manager, LWT, LIXIL (Thailand) Public Company, today, hosted a media roundtable. During the session, she spoke about LIXIL’s outlook towards the ‘new normal- post COVID era’, innovation and trends which will transform the way people view hygiene.

COVID-19 has significantly altered the course of the world as we knew it. As consumers are accepting this, they are learning to maintain high standards of hygiene, paying more attention to their personal hygiene. For us at LIXIL, it is about accelerating our already planned innovation as our strength lies in being ahead of the curve in Innovation. Consumer Centricity is at the core of every offering at LIXIL- we observe and gather consumer insights to understand even their unarticulated needs. We always ask ourselves how we can make things better to add more value to the customer.

It can be expected that subsequent to the COVID19 crisis, consumers will become familiar with their new ways of life, altering their daily routines. The need for Hygienewill surge the overall demand for products and technologies like touchless faucets, Shower toilets, IoT enabled solutions. These are products and technologies that we at LIXIL already offer and hence well poised to cater to the new trends and needs of our consumers. People would also choose to travel less and spend more time at home increasing a demand in home renovations. Commercial buildings too will need better hygiene management measures.  It will be a key decider for tenants, increasing the overall value of the properties which offer these solutions.”  said Audrey.

She also added that being a global organization gives LIXIL an edge over others, as the organisation has utilized the best of talent and technology in R&D, Design and Marketing from across the world. LIXIL already offers products which cater to Hygiene and Sustainability needs for consumers across all lifestyles, through its Water Technology brands- American Standard, GROHE and INAX.

In Thailand, American Standard is the leading brand in sanitaryware industry with over 140 years of heritage. It has been voted as Thailands Most Admired Brand for 4 consecutive years. With a clear vision of providing healthier, safer, and beautiful bathrooms the brand aims to focus on bathroom hygiene through its proprietary technology called Hygiene Clean.

 

The brand offers cutting edge technologies like

  • SiphonMax flushing technology with Power Rim features a dynamic vacuum mechanism with side water jets to create a powerful swirl
  • With its rimless design and two water ejection holes, Double Vortex allows for efficient flushing performance while minimizing water usage
  • Aqua ceramic is an awardwinning superhydrophilic technology that prevents dirt and dark ring stains from sticking to ceramic surfaces
  • Comfort Clean is a revolutionary ceramic glaze with zinc oxide that effectively kills E. coli bacteria inside the toilet bowl for the long term and beyond

Recently, LIXIL also initiated a campaign called Contactless Smart Hygiene. This is backed by the brand’s determination to be a leader in driving the concept of Contactless is the New Normal in Thailand. With this, the brand wants to fulfill the needs of Thai consumers both in terms of design and aesthetics; and practical functionality, coupled with exemplary technology guaranteed by global safety standards. Importantly, the brand also aims at providing impressive services for all customers, including free installation.

This year we are launching B2B initiatives with the real estate developers, our key influencers that enable us to meet the evolving demands of the Thai consumers. We also got a chance to partner with several leading real estate developers by presenting LIXILs cutting edge contactless technology, like sensor faucets and sensor flushes. And we are very happy with the response we have got from our partners.

Currently LWT Thailand is 18% of our overall Asia Pacific business (for LIXIL Asia Pacific does not include China and Japan). This number is set to grow as Thailand remains a critical market in terms of diversity of our brands, businesses and overall LIXIL presence.” said Audrey.

About LIXIL

LIXIL makes pioneering water and housing products that are designed to solve everyday, real-life challenges, making better homes a reality for everyone, everywhere. Drawing on our Japanese heritage, we create world-leading technology and innovate to make high quality products that transform homes. But the LIXIL difference is how we do this; through meaningful design, an entrepreneurial spirit, a dedication to improving accessibility for all, and responsible business growth. Our approach comes to life through industry leading brands, including INAX, GROHE, American Standard, and TOSTEM. Approximately 75,000 colleagues operating in more than 150 countries are proud to make products that touch the lives of more than a billion people every day.

 

LIXIL Group Corporation (TSE Code: 5938) is the listed holding company for LIXIL’s portfolio of businesses.

บทความก่อนหน้านี้“พีที” ชูโรงบริการจัดส่งน้ำมันฉุกเฉิน “สด ใหม่ ดิลิเวอรี” ทั่วประเทศไทย เติมความอุ่นใจไปกับ “Max Service” ความพิเศษเหนือระดับเฉพาะ PT Max Card เท่านั้น
บทความถัดไปเอไอเอส เซเรเนด ผนึก พันธมิตรร้านอาหารชื่อดัง มอบสิทธิพิเศษเต็มอิ่ม ทั้งทานที่ร้านและซื้อกลับบ้าน รับฟรีจานเด็ด!! ลดเมนูดังกว่า 50 %!!