มิวเซียมสยาม ชวนชม Site Museum มิวเซียมใต้ดินแห่งแรก ณ สถานีสนามไชย

นิทรรศการภายในสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย Site Museum

29 มิถุนายน 2563, กรุงเทพฯ – มิวเซียมสยาม ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เตรียมเปิด Site Museum มิวเซียมใต้ดินภายในสถานีรถไฟฟ้าสนามไชย (Site Museum) ให้ชมในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือ มิวเซียมสยาม โดยจัดพื้นที่การเรียนรู้ในพื้นที่ขนส่งสาธารณะ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์พื้นที่รอบบริเวณสนามไชยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยใช้เป็นแหล่งให้ความรู้กับ คนไทยและนักท่องเที่ยวที่ได้เดินทางสัญจรผ่านไปมายังเส้นทางนั้น ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่สาธารณะ รูปแบบใหม่ (Site Museum) ที่อยู่ภายในสถานีรถไฟฟ้าในเมืองไทยแห่งแรก พร้อมเชิญชวนทุกคนมาค้นพบความเป็นมาของพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญของกรุงเทพฯ ไปด้วยกัน

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า “การจัดทำนิทรรศการในครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค ซึ่งทำให้การเดินทางเข้าเยี่ยมชมมิวเซียมสยาม มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมิวเซียมสยามได้ร่วมมือกับ รฟม. และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยการพัฒนาพื้นที่บริเวณทางขึ้น-ลงภายในสถานีสนามไชยในรูปแบบ Site Museum มิวเซียมใต้ดิน และจัดทำนิทรรศการภายในสถานีรถไฟฟ้า และทำพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นแหล่งการเรียนรู้ความสำคัญของพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจแห่งนี้ ออกมาเผยแพร่ในวิธีการผสมผสานเข้ากับการนำเสนอแบบสมัยใหม่ที่ทุกคนสามารถศึกษาและเข้าใจได้ง่าย เพื่อต่อยอดในการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทางเรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจสร้างสรรค์นิทรรศการชุดนี้ขึ้นมาสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นการปลุกความรู้ให้มีชีวิต จุดประกายความคิด ปูทางชีวิตอุดมปัญญา”

สำหรับสถานีสนามไชยเป็นสถานีรถไฟฟ้าแห่งเดียวในพื้นที่บนเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน ถือเป็นประตูสู่สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของประเทศ โดยพื้นที่ของมิวเซียมสยามรวมถึงบริเวณโดยรอบ มีประวัติศาสตร์ทับซ้อนหลายชั้นมาก เริ่มจากสมัยอยุธยา ทำให้การจัดทำพิพิธภัณฑ์ประจำแหล่งโบราณคดี หรือ Site Museum ที่ปล่องทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยในครั้งนี้ ต้องมีการระดมพลของผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นนักโบราณคดี และนักประวัติศาสตร์ศิลป์ สถาปัตยกรรม ที่มาร่วมถอดรหัสจากสิ่งที่ได้ค้นพบ

รวมทั้งภัณฑารักษ์และนักออกแบบนิทรรศการที่ได้ร่วมกันตีความข้อมูลใหม่ เพื่อถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้ชม นักเดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งการออกแบบนิทรรศการได้รับแนวคิดและแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์พื้นที่รอบบริเวณสนามไชย นำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวทำให้ผู้เข้าชมเห็นภาพได้ชัดเจนและเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) ประวัติพื้นที่บางกอก 2) กลุ่มวังท้ายวัดพระเชตุพน และ 3) การจำลองท้องพระโรงวังเก่าในสมัยโบราณ ซึ่งเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดด้วยการใช้สัญลักษณ์ของวัตถุ ที่ค้นพบในชั้นดินที่ต่างกันไป โดยชั้นด้านล่างคือ ชั้นดินสมัยอยุธยา ชั้นบนสุดคือสมัยปัจจุบัน และมีการจัดแสดงด้วยการจำลองโมเดลป้อม วัง และกระทรวง เพื่อให้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนไปของพื้นที่อีกด้วย

นอกจากนี้ มิวเซียมสยามได้เพิ่มความพิเศษและความน่าสนใจให้กับนิทรรศการชุดนี้ ด้วยการจัดฉายภาพยนตร์แอนิเมชันแสดงประวัติของพื้นที่จากอดีตจนเป็นมิวเซียมสยามในปัจจุบัน พล็อตเรื่องโดยคุณรอมแพง ผู้ประพันธ์นวนิยายบุพเพสันนิวาสอันโด่งดัง ซึ่งเนื้อหาของภาพยนตร์ชุดนี้ ดำเนินเรื่องโดยหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีชีวิตเป็นอมตะ ผ่านกาลเวลามาทุกยุคทุกสมัย มาเป็นผู้เล่าความเป็นมาของพื้นที่จนเธอได้มาเป็นพนักงานที่ มิวเซียมสยามในปัจุบัน

สำหรับ Site Museum มิวเซียมใต้ดิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานระหว่างการก่อสร้าง มีกำหนดคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดข่าวสารข้อมูลความคืบหน้าของการดำเนินงานได้ทาง Social Media ของมิวเซียมสยาม พร้อมรับชมวีดิทัศน์เบื้องหลังการทำ Site Museum มิวเซียมใต้ดินได้ผ่านทางเว็ปไซต์ www.museumsiam.org เฟซบุ๊ก www.facebook.com/museumsiam หรือ www.youtube.com/watch?v=lty9wJkhbAk

บทความก่อนหน้านี้‘วิษณุ’ เผย แก้พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่ทันใช้ช่วงโควิด
บทความถัดไปขอเชิญชวนร่วมใช้และสวมใส่ผ้าไทย เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่อัตลักษณ์ผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่ สนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ แก่พี่น้องประชาชนในท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนให้เข้มแข็ง