องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ Philips Ultrasound ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามอาการทางปอดและหัวใจในผู้ป่วยโควิด-19 ได้

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ Philips Ultrasound ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามอาการทางปอดและหัวใจในผู้ป่วยโควิด-19 ได้

โดยรวมหลากหลายโซลูชั่นภายใต้พอร์ทโฟลิโออัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ รวมถึงอัลตร้าซาวด์แบบจัดการทางไกล (Lumify with Reacts) จึงช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย รอยัล ฟิลิปส์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration – FDA) ว่าด้วยเรื่องการอนุญาตให้สามารถใช้อัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ในการวินิจฉัยและติดตามอาการของผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการทางปอดและหัวใจได้ โดยอัลตร้าซาวด์แบบมือถือและพกพาของฟิลิปส์นั้นได้กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดการกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 เนื่องจากให้คุณภาพของภาพจากการตรวจที่ดี สะดวกในการพกพาไปตรวจผู้ป่วย และสามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการอนุมัติในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของวงการ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ฟิลิปส์จึงได้รวบรวมข้อมูลและแนวทางในการจัดการผู้ป่วยโควิด-19 โดยใช้อัลตร้าซาวด์ฟิลิปส์ไว้ตามลิ้งก์นี้ detailed, practical guidance  สำหรับโซลูชั่นอัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ที่ได้รับการอนุมัติจาก U.S. FDA ให้ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ประกอบด้วย อัลตร้าซาวด์รุ่น EPIQ, Affiniti, Lumify, CX50, Sparq รวมถึงระบบวัดและคำนวณอย่าง QLAB Advanced Quantification Software ด้วย

 

อัลตร้าซาวด์ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถใช้ในการตรวจเนื้อเยื่อปอดของผู้ป่วยปอดอักเสบติดเชื้อได้ ซึ่งเป็นอาการเด่นชัดของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนมากจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จึงอาจจะมีผลทำให้หัวใจทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจได้ การตรวจวินิจฉัยด้วยอัลตร้าซาวด์ จึงสามารถช่วยประเมินได้ว่าผู้ป่วยจะมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนที่หัวใจหรือไม่ นอกจากนี้ การใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ยังสามารถช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้ป่วยคนอื่นหรือบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลได้ เนื่องจากสามารถทำการตรวจติดตามอาการของผู้ป่วยโควิด-19 ณ จุดที่รักษาโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปมาในโรงพยาบาล

บิค เลอ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ กล่าวว่า “บุคลากรทางการแพทย์หลายท่านได้บอกเราว่า อัลตร้าซาวด์แบบพกพาเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ โดยทางฟิลิปส์ได้มีการเผยแพร่แนวทางและคำแนะนำในการใช้อัลตร้าซาวด์เพื่อจัดการเกี่ยวกับโรคปอดและหัวใจอันเกิดจากโควิด-19 อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอนนี้ฟิลิปส์ได้ทำการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องมือแพทย์รวมถึงเครื่องอัลตร้าซาวด์เพื่อรองรับการใช้งานของบุคลากรทางแพทย์ทั่วโลก”

ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และอัลตร้าซาวด์ด้านหัวใจ รวมถึงความโดดเด่นของโซลูชั่น อัลตร้าซาวด์แบบพกพาและทางไกล Lumify with Reacts handheld tele-ultrasound solution  ทำให้ฟิลิปส์สามารถนำเสนอนวัตกรรมเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรด้านสาธารณสุขในการต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ได้ โดยเฉพาะโซลูชั่น Lumify with Reacts ซึ่งเป็นเครื่องอัลตร้าซาวด์แบบพกพาที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ตได้ จึงสะดวกในการเคลื่อนย้ายไปยังจุดที่รักษาผู้ป่วย และยังเป็นอัลตร้าซาวด์แบบพกพาเครื่องแรกของโลกที่มีเทคโนโลยีเพื่อการรักษาทางไกล ด้วยการเชื่อมต่อกับแพลทฟอร์ม Reacts ระบบการสื่อสารทั้งภาพและเสียงแบบสองทาง จึงสามารถแสดงภาพอัลตร้าซาวด์แบบเรียลไทม์ ทำให้ทั้งผู้ที่ทำการตรวจผู้ป่วย ณ จุดตรวจและผู้ที่วินิจฉัยอยู่อีกที่หนึ่ง สามารถเห็นภาพอัลตร้าซาวด์และตำแหน่งตรวจได้พร้อมกัน พร้อมทั้ง สามารถสื่อสารกันได้ทันที โซลูชั่นนี้จึงเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงด้านการติดเชื้อให้บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 นี้ 

ด้านนายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อนำโซลูชั่นอัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ไปใช้ในการจัดการผู้ป่วยโควิด-19 ในครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะเห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ ซึ่งโซลูชั่นอัลตร้าซาวด์ของฟิลิปส์ ต้องถือว่ามีคุณสมบัติโดดเด่น มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถตรวจและติดตามอาการเกี่ยวกับปอดและหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ  EPIQ CVx ระบบอัลตร้าซาวด์ด้านหัวใจระดับพรีเมี่ยม ที่สามารถแสดงผลภาพหัวใจสองมิติแบบอัตโนมัติ และสามารถแสดงผลสามมิติของปริมาตรหัวใจห้องล่างขวาและการวัดการบีบตัวของหัวใจได้อย่างแม่นยำ สำหรับฟิลิปส์ ในประเทศไทย เราได้นำเสนอนวัตกรรมและโซลูชั่นต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้ได้มากที่สุด โดยนอกจากเราจะนำเสนอนวัตกรรมแล้ว เรายังจำเป็นต้องให้การบริการอย่างเต็มที่ด้วย เราก็หวังว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อการดูแลและรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชั่น Philips Ultrasound ได้ที่ลิ้งก์ผลิตภัณฑ์

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับฟิลิปส์และการร่วมสู้กับโควิด-19 ได้ที่ https://www.philips.com/a-w/about/news/home

เกี่ยวกับ รอยัล ฟิลิปส์

รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) เป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนภายใต้แนวคิด Health Continuum โดยเริ่มตั้งแต่การดูแลสุขภาพตั้งแต่ที่บ้านด้วยการมีความเป็นอยู่ที่ดี การป้องกันโรค ไปจนถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่โรงพยาบาล จนกระทั่งการกลับไปดูแลรักษาสุขภาพผู้ป่วยต่อที่บ้าน ฟิลิปส์ได้พัฒนาโซลูชั่นแบบครบวงจรด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยข้อมูลเชิงลึกทางคลินิกและความต้องการของผู้บริโภค สำนักงานใหญ่ของฟิลิปส์ตั้งอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และปัจจุบันฟิลิปส์เป็นผู้นำด้านรังสีวินิจฉัย (diagnostic imaging), การรักษาด้วยรังสีภาพนำวิถี (image-guided therapy),  เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพผู้ป่วย (patient monitoring) และระบบการจัดการข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพ (health informatics) รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อการดูแลสุขภาพ และนวัตกรรมดูแลรักษาผู้ป่วยที่บ้านในปีค.. 2019 ฟิลิปส์มียอดขายกว่า 19.5 พันล้านยูโร มีพนักงานกว่า 81,000 คนด้านการขายและการให้บริการ และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับฟิลิปส์ได้ที่ www.philips.com/newscenter

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มบริษัททีเอพี สานต่อแผนแม่บท Brewing a Better World ในการเติบโตไปพร้อมชุมชน ส่งโครงการ “Grow Plant Grow Community” มอบปุ๋ยแปรรูปและต้นไม้ เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจน ลดอุณหภูมิรอบบ้าน พร้อมสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน
บทความถัดไปก้าวข้ามคำสั่งห้าม! ชาวฮ่องกงเตรียมจัดรำลึก 31 ปี เหตุการณ์เทียนอันเหมิน ด้วยการจุดเทียนทุกที่ทั่วเกาะ