กลุ่มบริษัททีเอพี สานต่อแผนแม่บท Brewing a Better World ในการเติบโตไปพร้อมชุมชน ส่งโครงการ “Grow Plant Grow Community” มอบปุ๋ยแปรรูปและต้นไม้ เพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจน ลดอุณหภูมิรอบบ้าน พร้อมสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน

กลุ่มบริษัททีเอพีมอบปุ๋ยและต้นขนุนให้แก่ ตัวแทนผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนชุมชนหมู่ 2 ต.ไทรใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

กรุงเทพฯ 4 มิถุนายน 2563 – กลุ่มบริษัททีเอพี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มไฮเนเก้น ไทเกอร์ และเชียร์ ในประเทศไทย ส่งโครงการ “Grow Plant Grow Community ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลกด้วยการชวนชาวบ้านในชุมชนใกล้โรงเบียร์ ช่วยกันปลูกต้นไม้บ้านละ 1 ต้น เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดมลพิษทางอากาศ และลดอุณหภูมิบริเวณรอบบ้าน โดยในโครงการนี้ทางกลุ่มบริษัททีเอพีได้นำปุ๋ยแปรรูปที่ได้จากการจัดการกากของเสียในกระบวนการผลิตมาพัฒนาใช้ประโยชน์ จำนวน 1,000 กิโลกรัม พร้อมได้รับการสนับสนุนต้นกล้าขนุน จำนวน 200 ต้น จากสถานีเพาะชำกล้าไม้ จังหวัดนนทบุรี มาร่วมส่งมอบให้แก่ชุมชนหมู่ 2 ต.ไทรใหญ่ จังหวัดนนทบุรี กว่า 200 ครัวเรือน เพื่อนำไปปลูกในบริเวณบ้าน รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียว และช่วยดูดซับมลพิษพร้อมยังสามารถบริโภคผลผลิตได้ต่อไป อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดียิ่งขึ้นตามแผนแม่บท Brewing a Better World

Ms. Sujanya Sethanandha

นางสาวสุจรรยา เศรษฐนันท์ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและพัฒนาความยั่งยืน กลุ่มบริษัททีเอพี กล่าวว่า กลุ่มบริษัททีเอพี มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เรียกว่า Brewing a Better World” ซึ่งเป็นแผนแม่บทจาก Heineken อันทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับ 6 เรื่องหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์แหล่งน้ำ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัย เป็นต้น”

“เราเล็งเห็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอันมีผลกระทบต่อชุมชนในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่โรงเบียร์ของเราตั้งอยู่
ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศอย่าง
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แม้กระทั่งภาวะโลกร้อนของอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจาก
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(Co2) ในชั้นบรรยากาศ โดยเราตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการสร้างพื้นที่สีเขียวในชุมชนรอบๆ โรงเบียร์ พร้อมรณรงค์การลดมลพิษและเพิ่มออกซิเจนในบรรยากาศอันสอดคล้องจากผลการศึกษาของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่พบว่า ต้นไม้ใหญ่เพียงหนึ่งต้นสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 9-15 กิโลกรัมต่อปี ช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านได้ 2-4 องศาเซลเซียส และดักจับฝุ่นได้ 1.4 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งการปลูกต้นไม้ถือเป็นหนึ่งในวิธีในการช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับชุมชน จึงเป็นที่มาของโครงการ Grow Plant Grow Community” เพื่อ
ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรง
เบียร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและยังช่วยในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย” นางสาวสุจรรยากล่าว

Ms. Nannaphat Khanvaraphantichai

ทางด้าน นางสาวนันท์นภัส ขันธ์วราพันธิชัย ตัวแทนฝ่ายสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัททีเอพี กล่าวเสริมว่า “โรงเบียร์ของเราคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกรายละเอียดขั้นตอน เราทำการรับผิดชอบต่อการปล่อยน้ำเสียจากโรงเบียร์ด้วยการบำบัดน้ำเสีย ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดโดยบ่อบำบัดของเราเองหรือจากบริษัทภายนอกก่อนที่จะปล่อยคืนลงสู่แหล่งน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศน์ในการใช้อุปโภคบริโภคของคนในชุมชนที่เราอาศัยอยู่ ซึ่งปุ๋ยที่เรามอบให้กับชุมชน คือ ปุ๋ยคุณภาพจากการแปรรูปของเสียในกระบวนการผลิต ผ่านกระบวนการบำบัดกากตะกอนหรือสลัดจ์ เพื่อนำส่งต่อให้กับบริษัทภายนอกเพื่อแปรรูปให้กลายเป็นปุ๋ยคุณภาพที่สามารถใช้เพื่อประโยชน์ในการเกษตรได้  ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการและบริหารทรัพยากรอย่างยั่งยืน ที่ไม่เพียงแต่ลดปริมาณของขยะของเสียหลังกระบวนการผลิต แต่ยังช่วยต่อยอดให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัททีเอพี มุ่งหวังว่าโครงการ Grow Plant Grow Community จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงงานให้เติบโตอย่างยั่งยืนและขยายวงกว้างอย่างทั่วถึง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
ที่ชุมชนในจังหวัดนนทบุรีกำลังประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบอยู่
นอกจากนี้ บริษัทฯพร้อมสนับสนุนโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันให้ผู้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

#GrowPlantGrowCommunity

ปุ๋ยจากการแปรรูปของเสียในกระบวนการผลิตจากกลุ่มบริษัททีเอพี จำนวน 1,000 กิโลกรัม พร้อมต้นกล้าขนุน 200 ต้นในโครงการ “Grow Plant Grow Community”

ชุมชนหมู่ 2 ต.ไทรใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ร่วมโครงการ “Grow Plant Grow Community” ปลูกต้นไม้ที่ได้รับมอบ

เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในการสร้างออกซิเจนและลดอุณหภูมิบริเวณรอบบ้าน พร้อมนำปุ๋ยที่ได้ไปใช้ในการเกษตร

###

TAP Group Continues Its Brewing a Better World Ambition in Growing with Community

Through the Launch of “Grow Plant Grow Community” Project by Handing Out Fertilizers and Trees

To Increase Oxygen, Reduce Temperature Around the House and Create Green Areas

Bangkok, 4 June 2020 – TAP Group, the manufacturer and distributor of Heineken, Tiger, and Cheers in Thailand launches “Grow Plant Grow Community” project to celebrate World Environment Day by encouraging the community nearby TAP brewery to grow 1 big tree per family, to reduce Co2 emissions, air pollution and temperature around the house. TAP Group handed out 1,000 kilograms of processed fertilizers from waste management in the production process to develop and use. Together with a support from Environmental Conservation Organization, Nonthaburi, in providing 200 jackfruit trees to 200 households in Moo 2 Sai Yai Subdistrict, Nonthaburi province. To plant in their house area and increase green area, moreover, to absorb air pollution and able to consume produces. These are the part of “Brewing a Better World” ambition in order to growing with communities and enhance quality of life.

Ms. Sujanya Sethanandha, the corporate communication and sustainability department of TAP Group said, “TAP Group strives to conduct its business with responsibilities toward society and environment under the sustainability mission called “Brewing a Better World”, a main focus area that aligned with HEINEKEN’S® global sustainability strategy, that keeps continuing for 25 years. The strategy focuses on 6 pillars such as Protecting Water Resources, Reducing Co2 Emissions, Sourcing Sustainability, Responsible Consumption, Growing with Communities, and Promoting Health & Safety.”  

“We foresee environmental problems affecting communities in Nonthaburi province, where our brewery is located.  People are facing with the air pollution like PM 2.5, including the effects of global warming that caused by continuous increases of temperature and Co2 in the atmosphere. Which we intend to be part of supporting the creation of green area in the community nearby our brewery. We encourage people to help reduce air pollution and increase oxygen in the atmosphere consistent with the research of the Department of Public Works and Town & Country Planning, which founds that a single big tree can absorb approximately 9-15 kilograms of carbon dioxide per year, reduce temperature around the house 2-4 C, and trap 1.4 kilograms of dust per year. We believe that growing trees is one way to help solve environmental problems sustainably and trees are friendly to the community. These are the reason why we launch “Grow Plant Grow Community” project to emphasize our commitment of improving the quality of life in the community nearby our brewery, while also help reducing Co2 in the atmosphere,” said Ms. Sujanya.

Ms. Nannaphat Khanvaraphantichai, the representative of environmental department of TAP Group added that “Our brewery considers the environmental impact in every process. We take responsible for releasing wastewater from the brewery by treating wastewater using our treatment pond and we also have supplier who service on treating wastewater as well before releasing back to the community’s water resource, which is an integral part of the community consumption ecosystem. The fertilizers that we have delivered to community are the quality fertilizers from waste management in the production process through sludge treatment process, then we transfer it to the supplier to transmute it into quality fertilizer that can be used for agriculture. This has considered as part of sourcing sustainability management, which not only reduces the amount of post-production waste but also helps the community to make use of this resource as well.”

TAP Group believed that “Grow Plant Grow Community” project will help improve the quality of life in communities nearby TAP brewery, to grow sustainably and expand widely. As well as being part of helping prevent and solve environmental problems that the communities in Nonthaburi province are currently facing or being affected. In addition, the company will continue to support projects that are beneficial to society and the environment while also push forward people in the community to have a better quality of life.

#GrowPlantGrowCommunity

บทความก่อนหน้านี้“จึงรุ่งเรืองกิจ” แจงโครงการ “สมัครใจลาออก” ไทยซัมมิทออร์เดอร์หดจ่าย 18 เดือน
บทความถัดไปองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ Philips Ultrasound ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามอาการทางปอดและหัวใจในผู้ป่วยโควิด-19 ได้