เมื่อต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

เมื่อต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 เรื่อง มาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน โดยการไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน อาทิ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน โดยเริ่มมาตรการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่ามาตรการนี้เกิดประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชน ถือเป็นการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งเป็นไปตามหลักการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี

โดยปัจจุบันยังคงพบปัญหาการทุจริต หลอกลวง ของมิจฉาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตรประจำตัวประชาชนอยู่เสมอ มุมบริการ โดยกรมการปกครอง ฉบับนี้ขอนำเสนอข้อควรตระหนักในการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กับงานบริการต่างๆ จากภาครัฐและเอกชน แม้มีการยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนในการบริการภาครัฐ และภาคเอกชนบ้างแห่งแล้ว แต่ยังคงมีงานบริการบ้างประเภทที่ใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเป็นเอกสารยืนยันตัวตนอยู่ เช่น การรับมอบอำนาจระหว่างบุคคล เป็นต้น ดังนั้น เมื่อต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนสิ่งสำคัญที่ต้องพึงระมัดระวัง มีดังนี้

1. อย่านำบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองให้ผู้อื่นใช้โดยเด็ดขาด
2. หากบัตรประจำตัวประชาชนสูญหาย ต้องรีบแจ้งความบัตรหายและทำใหม่โดยเร็ว เพื่อ…ป้องกันการนำบัตรที่สูญหายไปใช้
3. เมื่อมีการรับรอง “สำเนาถูกต้อง” ควรดำเนินการ ดังนี้
3.1 ขีดเส้นคู่ขนานจากมุมล่างซ้ายไปมุมบนขวา
3.2 เขียนข้อความใช้ “เพื่ออะไร…” ลงท้ายด้วยคำว่า “เท่านั้น” พร้อมเครื่องหมาย “#” ปิดหัวท้ายข้อความ เพื่อ…ป้องกันการตามข้อความ
3.3 ระบุ วัน เดือน ปี กำกับทุกครั้ง เพื่อ..ยืนยันวันที่ใช้งาน
3.4 รับรองสำเนาถูกต้อง พร้อม ลงลายมือชื่อทับรูปถ่าย เพื่อ..ป้องกันการเปลี่ยนรูปถ่าย
3.5 ควรใช้ปากกาหมึกสีดำลงลายมือชื่อ เพื่อ…ป้องกันการดูดสี
3.6 ให้ถ่ายสำเนาบัตรที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลขณะขอมีบัตรของผู้ถือบัตร เฉพาะที่ปรากฏอยู่บนหน้าบัตรเพียงด้านเดียวเท่านั้น เพื่อ…ลดภาระค่าใช้จ่าย
4. ถ่ายสำเนาเพียงหน้าบัตรด้านเดียว ไม่ต้องถ่ายหลังบัตร ซึ่งมีข้อมูลที่สำคัญครบถ้วนแล้ว เนื่องจากด้านหลังบัตรเป็นข้อมูลรหัสกำกับบัตร สำหรับควบคุมการจ่ายบัตรให้กับหน่วยบริการของกรมการปกครองเท่านั้น มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลข CVV (Card Verification Value) ด้านหลังบัตรแต่อย่างใด

บัตรประจำตัวประชาชนที่มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อตัวชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ แถบบาร์โค้ด และหมายเลขคำขอ (เลขใต้รูป) เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการยืนยันตัวบุคคลเบื้องต้น หากข้อมูลดังกล่าวนี้ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลและนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบได้ อีกทั้งไม่สามารถเข้าระบบเพื่อทำ E-Banking ได้แต่อย่างใด เพราะการตรวจสอบต้องได้รับการยืนยันจากเครื่องอ่านบัตรโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ในปัจจุบันหน่วยงานรัฐ และเอกชนบางแห่งได้ทำการยกเลิกการใช้สำเนาบัตรแล้ว หากมีความจำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรในบางบริการ เจ้าหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้รับบริการ เพื่อลดภาระแก่ประชาชน อันได้แก่ ค่าใช้จ่าย เวลา เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วและความพึงพอใจในการรับบริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1548
—————————————————-

บทความก่อนหน้านี้“เซ็นจูรี่” ปลุกกระแส Cover Dance สนั่น ทีม “สาวอวบ” เข้าวิน สร้างปรากฏการณ์ใหม่เด็กโคฟ
บทความถัดไป“นายกฯ”บินญี่ปุ่น 21-24 ต.ค. ร่วมงานพิธีบรมราชาภิเษก “สมเด็จพระจักรพรรดิ”