อธิบดี พช. พบสื่อ เล่าขานงานพัฒนาชุมชน ปี 2562 เน้นกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความสุขให้แก่ประชาชน

อธิบดี พช. พบสื่อ เล่าขานงานพัฒนาชุมชน ปี 2562 เน้นกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความสุขให้แก่ประชาชน

วันนี้ (13 ส.ค. 62) นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ประเด็น “อธิบดี พช. เล่าขานงาน พช. ปี 2562” ณ ห้อง VIP อาคารชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า การดำเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชนที่ผ่านมาได้กำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ “ก้าวย่างพื้นฐาน” เน้นการขับเคลื่อน “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” พัฒนาให้ชุมชนมีความ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สร้างความ “มั่นคง” ผ่านกิจกรรมจิตอาสาในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงทั้งประเทศ “ทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เตรียมความพร้อมให้ชุมชนได้มีการวางแผนชุมชนที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ มีการบริหารจัดการขยะในชุมชน ร่วมมือกับหน่วยงานหลักขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะอย่างจริงจัง ส่งเสริมการจัดทำบัญชีครัวเรือน สร้างความเข้าใจให้ประชาชนรู้จักการกำหนดเป้าหมายในครัวเรือน และการสร้างความ “มั่งคั่ง” เน้นส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชน โดยพิจารณาจากข้อมูลครัวเรือนตกเกณฑ์ พัฒนาอาชีพเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ การพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการส่งเสริมการออมในครัวเรือน ในส่วนของการสร้างความ “ยั่งยืน” มุ่งเน้นการแก้ปัญหาครัวเรือนยากจน ส่งเสริมหมู่บ้านปลอดยาเสพติด และสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับคนในชุมชน

ขณะที่ “ก้าวย่างการพัฒนา” ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มี “คุณภาพ มาตรฐาน ก้าวสู่ความเป็นสากล” โดยเมื่อเอ่ยถึง “คุณภาพ” ในประเภทผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์ต้องสะอาด ปลอดภัย No Foam ถ้าเป็นประเภทผ้า ผลิตภัณฑ์ต้องมีดีไซน์ทันสมัย Mix & Match มีบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย ถ้าเป็นของที่ระลึก ต้องเล็ก ดี มีคุณภาพ ดู Inter เป็นที่ยอมรับ ซึ่งมาชมกันได้ในงานศิลปาชีพฯ ที่จัดขึ้นอยู่ในขณะนี้พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีโรงเรียน OTOP Academy สอนพื้นฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “มาตรฐาน” คือ ความเป็นอัตลักษณ์ และมีมาตรฐานสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ OTOP และสุดท้าย “การก้าวสู่ความเป็นสากล” ขยายโอกาสด้านการตลาดสินค้า OTOP ในตลาดต่างประเทศ อาทิ OTOP on board/ Modern trade/ E-Commerce ซึ่งวันนี้กรมฯ ได้มีการเปิดตัว www.otoptoday.com โฉมใหม่ แหล่งรวมสินค้า OTOP มากที่สุดในประเทศไทย ที่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จะได้จำหน่ายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้สู่ชุมชน

“ก้าวย่างแห่งความยั่งยืน” สร้างความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนงานกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และเกิดนวัตกรรมในการทำงาน การดำเนินงานเกี่ยวกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (SE) เพื่อต่อยอดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี รวมถึงการส่งเสริมการตลาด ในรูปแบบ e-Commerce เพื่อขับเคลื่อนสู่เทคโนโลยียุคใหม่ และภาพรวมความสำเร็จชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีอยู่ในระดับที่ค่อนข้างน่าพอใจ เพราะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าในบางชุมชนยังมีปัญหาติดขัดอยู่บ้าง แต่กรมฯ ก็เร่งดำเนินการเพื่อให้ทุกชุมชนหมู่บ้านสามารถขับเคลื่อนโครงการนี้ได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ดังตัวอย่างความสำเร็จของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว อาทิ ชุมชนบ้านแพะ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ,บ้านดอนไก่ดี อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ,บ้านป่าตาล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านแม่แจ๋ม อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นต้น

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำงานเป็นทีมโดยเน้นสร้างความสุข” ซึ่งกรมฯ ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล ให้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานดังกล่าวที่สามารถก่อให้เกิดการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กรมฯ จะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อบำรุงสุขให้แก่ประชาชนทุกหมู่บ้าน/ชุมชน นอกจากนี้ เรายังมีบุคลากรของกรมฯ ที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวบ้านในหมู่บ้าน/ชุมชนทั่วประเทศ และทุกคนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างและก้าวเดินไปพร้อมกับประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในครอบครัวและชุมชนได้อย่างยั่งยืน เพราะความสุขของประชาชน คือเป้าหมายสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่น

บทความก่อนหน้านี้COUNTING (นับ) เรื่องเล่าจากบทสนทนาและการเฝ้ามองวิถีชีวิตคนเมือง
บทความถัดไปพช. เปิดเว็บไซต์ OTOPTODAY.COM แหล่งรวมสินค้า OTOP คุณภาพมากที่สุดในประเทศไทย ช้อปตรงจากผู้ผลิต กระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมให้บริการ 7 วัน 24 ชั่วโมง