กรมการจัดหางานรับมอบห้องฝึกอบรมเตรียมความพร้อมด้านภาษา ก่อนไปทำงานต่างประเทศ

กรมการจัดหางานรับมอบห้องฝึกอบรมเตรียมความพร้อมด้านภาษา ก่อนไปทำงานต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นประธานในพิธีรับมอบห้องฝึกอบรมเตรียมความพร้อมด้านภาษาจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมภาษาเกาหลีหลักสูตร 150 ชั่วโมง รุ่นที่ 1 จำนวน 40 คน โดยมี นางสุกัญญา วิริยะเมตตากุล VP ฝ่ายบริการแลกเปลี่ยนและโอนเงินระหว่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวมอบห้องฝึกอบรม ณ ห้องฝึกอบรม สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม

นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน มีนโยบายในการส่งเสริมให้แรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย รวมทั้งส่งเสริมให้มีทักษะฝีมือสูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการตลาดแรงงาน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานไทยถูกหลอกลวงและลักลอบไปทำงานต่างประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้จำนวนมาก จากประมาณการรายได้ที่คนหางานในต่างประเทศส่งกลับโดยผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ปีละไม่ต่ำกว่า 120,000 ล้านบาท และปัจจุบันยังมีแรงงานไทยนิยมไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความไม่พร้อมด้านภาษาเป็นปัญหาและอุปสรรคในการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย ทำให้มีการลักลอบไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี หรือที่เรียกว่า ‘ผีน้อย’ ดังนั้น การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการเตรียมความพร้อมคนหางานก่อนไปทำงานต่างประเทศด้านภาษาและทักษะฝีมือให้ได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนหางานต้องได้รับการพัฒนาก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งจังหวัดนครพนมยังมีความต้องการไปทำงานต่างประเทศจำนวนมาก จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการเตรียมความพร้อมคนหางานที่ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพการเตรียมความพร้อมคนหางานที่ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศของจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะด้านทักษะภาษาให้ได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ 2. เพื่อจัดฝึกอบรมทักษะทางภาษาและวัฒนธรรม เพื่อลดปัญหาการถูกหลอกลวงและลักลอบเข้าไปทำงานต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย (ผีน้อย) ซึ่งมีอัตราการลักลอบเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก อีกทั้งรองรับการสมัครทดสอบความสามารถภาษาเกาหลีและทักษะการทำงานครั้งที่ 7 ซึ่งเพิ่งปิดการรับสมัครไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา 3. เพื่อให้คนหางานผู้ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศได้รับการเตรียมความพร้อม และป้องกันการหลอกลวงจากสาย/นายหน้าจัดหางาน รวมทั้งป้องกันการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอีกด้วย 4. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาเกาหลี ซึ่งโดยทั่วไป โรงเรียนสอนภาษาเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 9,500 บาทต่อคน โดยรุ่นที่ 1 ที่เรียนจบหลักสูตรในครั้งนี้มีจำนวน 40 คน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเรียนได้ 380,000 บาท

การฝึกอบรมภาษาเกาหลีในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 248,000 บาท โดยนำมาปรับปรุงห้องฝึกอบรม อุปกรณ์การเรียนการสอน รวมทั้งค่าวิทยากรภาษาเกาหลี หลักสูตร 150 ชั่วโมง จำนวน 2 รุ่น นับว่าเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ทำงานแบบบูรณาการร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของแรงงาน ทำให้ได้มีโอกาสเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาเกาหลีก่อนสอบโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ในปี 2561 แรงงานไทยในจังหวัดนครพนมได้รับอนุญาตไปทำงานต่างประเทศและแจ้งการเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 3,492 คน มีรายได้ส่งกลับประเทศไม่ต่ำกว่า 1,047,600,000 บาทต่อปี (เฉลี่ย 25,000 บาท/คน/เดือน) โดยประเทศที่นิยมไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ ไต้หวัน อิสราเอล และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้และอิสราเอล เพราะการไปทำงานแบบรัฐต่อรัฐ แรงงานมีความมั่นใจ มีรายได้และประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด

อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้ให้โอวาทแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม โดยขอให้ทุกคนแสดงศักยภาพฝีมือ มีความตั้งใจ มีเป้าหมาย มุ่งมั่น อดทน มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย ใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้ต่างชาติรับรู้ พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์แก่พี่น้องแรงงานชาวจังหวัดนครพนมในครั้งนี้ และเป็นประโยชน์ต่อการไปทำงานต่างประเทศของแรงงานไทย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการลักลอบไปทำงานแบบผิดกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลี (ผีน้อย) ได้ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ | ประชานิยมฝ่ายซ้าย : ที่มาและทรรศนะ (จบ)
บทความถัดไปหนุ่มเมืองจันท์ | บทเรียนชื่อ “ป๋าเปรม”