ม.รังสิต ร่วมรับทุนวิจัยจาก SEASAC สหภาพยุโรป เผยผลสำรวจล่าสุดทักษะทางด้านการขายและการตลาด

มหาวิทยาลัยรังสิตเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SEASAC (South-East Asian Sales Competition) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนกว่า 39 ล้านบาทจากสหภาพยุโรป ภายใต้สังกัดทุน Erasmus โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรในภาคธุรกิจ และมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเพิ่มพัฒนาศักยภาพทางด้านการการขายและตลาดธุรกิจแบบ International B2B (Business-to-Business) ในกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

 

 

 

 

โดยมีมหาวิทยาลัยจากหลากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ เช่น Edinburgh Napier University สหราชอาณาจักร, Turku University of Applied Sciences ประเทศฟินแลนด์, Binus University ประเทศอินโดนิเซีย โดยมีมหาวิทยาลัยจากประเทศไทยเข้าร่วม 2 สถาบันได้แก่ มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยกลุ่มผู้ดำเนินงานจากองค์กรทั่วโลกจะช่วยกันทำงานวิจัย เพื่อสร้างหลักสูตรทางการขายและการตลาด ที่ทันสมัย และตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคปัจจุบัน และนำไปสู่การจัดการแข่งขันร่วมกันระหว่าง ตัวแทนจากภูมิภาคต่างๆ ในอาเซียน โดยจะมีโครงการจัดการแข่งขันทางด้านการขายแบบInternational B2B ในอนาคต

ดร.กุลบุตร โกเมนกุล รองคณบดีฝ่ายบริหารและวิเทศสัมพันธ์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม Working Package 1: Conceptualization ของโครงการ SEASAC ได้นำเสนอผลงานวิจัย การสำรวจทักษะด้านการขายแบบInternational B2B ในงานประชุมวิชาการ ณ มหาวิทยาลัย Binus กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนิเซีย ล่าสุดนี้ว่า “จากการสำรวจผู้บริหาร ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจแบบ International B2B จำนวน 135 บริษัท ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

โดยทีมวิจัย WP1 พบว่า Customer-Oriented และ Value-Based Selling เป็นตัวแปรหลักสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพทางการขายแบบ B2B กล่าวคือ การให้ความสำคัญกับลูกค้า นอกจากการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้ว พนักงานขายต้องพร้อมช่วยเหลือ และแก้ปัญหาต่างๆของลูกค้า โดยคำนึงถึงการช่วยให้องค์กรที่เป็นลูกค้าของบริษัท ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และบรรลุเป้าหมายร่วมกัน นอกจากนี้ พนักงานขาย ยังจำเป็นต้องเข้าใจถึงตัวโมเดลธุรกิจ (Business Model) ของลูกค้าที่เป็นบริษัท เป็นอย่างดี เพื่อสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ และนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์แบบระยะยาวต่อไป” นอกจากนี้ ดร.กุลบุตร ยังพบอีกว่า Adaptive selling หรือการปรับกลยุทธ์แบบฉับพลัน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมต่างๆ มีความสำคัญต่อศักยภาพทางการขาย B2B อีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้วิเคราะห์-อ่านจังหวะ “อภิสิทธิ์” พระเอกลิเก หนีตาย ประกาศไม่เอา “บิ๊กตู่” แต่พร้อมจับมือ พปชร.
บทความถัดไป‘จตุพร’ปูดอาจมี‘งูเห่า’ใน 2 พรรคใหญ่-เตือนประชาธิปัตย์-เพื่อไทยต้องดูแลกันเอง