‘ดวงดาว’ | กนกศักดิ์ พ่วงลาภ : ประกวดกวีนิพนธ์มติชนอวอร์ด

‘ดวงดาว’ | กนกศักดิ์ พ่วงลาภ

ประกวดกวีนิพนธ์มติชนอวอร์ด

 

แต่ก่อนนั้นสำคัญว่าโลกแบน ลอยบนแผ่นผืนสมุทรสุดกว้างใหญ่

พอเรือแล่นรอบครบบรรจบไป จึงรู้ได้โลกนั้นสัณฐานกลม

เคยเชื่อดาวคล้อยเคลื่อนลอยเกลื่อนฟ้า เพราะเทวาจัดวางอย่างเหมาะสม

ดาวดวงคล้อยลอยเห็นเป็นวงกลม ยึดนิยมโลกเป็นเช่นศูนย์กลาง

แต่ต่อมาค้นพบประสบได้ ดวงดาวไซร้เคลื่อนไปในทิศต่าง

เพราะแรงดึงดูดไปหลายทิศทาง โลกมิใช่ศูนย์กลางจักรวาล

โลกเราครั้นกลับกลายคล้ายหมุนวน รอบพระสุริยนสีแดงฉาน

และโลกกลายคล้ายเป็นบริวาร โคจรผ่านอาทิตย์เถิดเกิดฤดู

แลทิวาราตรีนั้นมีสอง มีครรลองมืดสว่างอย่างเป็นคู่

วิทยาศาสตร์สามารถรู้ ที่เป็นคู่เพราะโลกวนรอบตนเอง

ลูกไม้หล่นไม่พ้นโคนต้นไม้ มิลอยไปฟ้ากว้างคว้างเคว้ง

เป็นเพราะแรงโน้มถ่วงของโลกเอง เป็นแรงเร่งลัดลู่สู่ปฐพี

ฟิสิกส์เก่าแสงดาวเดินเส้นตรง ตามแสงคงพบดาวได้ไม่หลีกหนี

ควอนตัมใหม่ว่าผิดคิดอีกที เพราะแสงนี้โค้งไปได้เหมือนกัน

ทุกสิ่งส่วนล้วนวิทย์คิดกำหนด เก่ามีกฎผิดพลาดอาจแปรผัน

ทฤษฎีใหม่คิดแทนแสนเร็วพลัน แต่ดาวนั้นมิได้หมองต้องราคิน

ดาวคือดาววันยันค่ำไม่พร่ำคิด ดาวดลจิตสกาวราวทรัพย์สิน

ดาวเป็นดาวไม่เปลี่ยนไปใช้ใจจินต์ ไม่ยลยินสิ่งใดให้กล้ำกลืน

ดั่งดวงดาวพราวพร่างกลางภพฟ้า ยังพราวตาทุกสมัยไม่เป็นอื่น

มองดูดาวสุขล้ำยามค่ำคืน ยลจิตชื่นด้วยจิตไซร้ใช่ทฤษฎี •