พิศณุ นิลกลัด : ปณิธานปีใหม่ (ทำไมต้องฮิตเรื่องจะออกกำลังกาย)

พิศณุ นิลกลัด

ปีใหม่ 2562 เป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะตั้งเป้าหมายหรือปณิธานปีใหม่ (New Year”s Resolution)

ชาวตะวันตกนิยมเขียนเตือนตัวเองถึงสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้ได้ในปีใหม่เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น โดยแต่ละคนก็จะมีปณิธานปีใหม่ที่แตกต่างกันไป

เช่น ตั้งใจจะเก็บออมเงิน เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดี หรือออกไปเรียนรู้ทำสิ่งใหม่ๆ ฯลฯ

หนึ่งในปณิธานปีใหม่ยอดฮิตของคนยุคนี้คือ จะออกกำลังกายเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปร่างและทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น

หลายคนอาจจะรู้สึกว่าการตั้งปณิธานปีใหม่ว่าจะออกกำลังกายดูเป็นเรื่องที่ซ้ำซากจำเจ ตั้งแบบนี้กันทุกปี สุดท้ายก็ล้มเหลว ยอมแพ้กันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

ซึ่งเป็นเรื่องจริง

จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแครนตัน (University of Scranton) รัฐเพนซิลเวเนีย พบว่า เมื่อถึงสิ้นปี มีคนเพียงแค่ 8% เท่านั้นที่ทำได้สำเร็จตามปณิธานที่ตัวเองตั้งไว้เมื่อต้นปี

แม้ว่าสิ่งต่างๆ จะไม่เป็นไปตามที่เราตั้งใจไว้ แต่อย่างน้อยการตั้งปณิธานปีใหม่ให้กับตัวเองทุกๆ ปีก็เป็นโอกาสที่จะทำให้เราพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

สําหรับปีใหม่ปีนี้ ใครที่มีปณิธานว่าจะออกกำลังกายเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง วันนี้เรามีเทคนิค 4 ประการที่จะช่วยให้ไม่ล้มเลิกปณิธานปีใหม่ไปกลางคัน

1. วางแผนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา

แม้ว่าโดยธรรมชาติเราจะเป็นคนที่ไม่ชอบการแข่งขันกับคนอื่น แต่การได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาอะไรสักรายการหนึ่งจะช่วยดึงศักยภาพของเราออกมาได้เยอะมาก

เมื่อมีการแข่งขันกีฬารออยู่ข้างหน้า เราก็จะเกิดแรงกระตุ้นให้ตัวเองวางแผนการฝึกซ้อมระยะยาวให้กับตัวเอง

ดร.เชลซี่ เดย์ (Dr.Chelsi Day) นักจิตวิทยากีฬาและคลินิกของทีมกีฬา มหาวิทยาลัยอินเดียนา (Indiana University Bloomington) บอกว่า การสมัครเข้าแข่งขันกีฬาครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง 5 กิโล หรือวิ่งมาราธอน จะช่วยเสริมสร้างสัญชาตญาณความต้องการประสบความสำเร็จในตัวเรา

สิ่งสำคัญคือ ต้องสมัครแข่งขันให้เร็วที่สุดทันทีที่เข้าสู่ปีใหม่ เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัวนานขึ้นและไม่รู้สึกตื่นกลัวเมื่อการแข่งขันใกล้เข้ามา

2. ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ทุกเดือน

สำหรับคนที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ในการออกกำลังกายลดน้ำหนักเริ่มตั้งแต่ช่วงปีใหม่ไปจนถึงสิ้นปี การตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้เราได้วัดมาตรฐานตัวเองในแต่ละเดือนก็จะช่วยให้เรารักษาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายไว้ได้ตลอดทั้งปี วิธีนี้จะช่วยให้เราเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ไปทีละขั้นๆ แทนที่จะมองเห็นแต่ภาพใหญ่ๆ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เริ่มรู้สึกท้อ

เชลซี่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ถ้าฉันสั่งให้คุณกินสเต๊กชิ้นใหญ่ให้หมดภายในคำเดียว คุณคงรู้สึกกลัวและไม่กล้าสั่งสเต๊กมากิน

แต่ถ้าคุณหั่นสเต๊กออกเป็นชิ้นพอดีคำ คุณก็จะรู้สึกเพลิดเพลินกับการกินสเต๊ก

เช่นเดียวกัน ถ้าคุณมีปณิธานว่าปีนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ 30 กิโลกรัม ก็ควรแบ่งเป้าหมายลดน้ำหนักเป็นเดือนละ 3 ถึง 5 กิโลกรัม แบบนี้จะทำให้เราสนุกกับความสำเร็จที่จับต้องได้ไปทีละนิดจนถึงเป้าหมายใหญ่

3. หาเพื่อนออกกำลังกาย

การมีเทรนเนอร์ส่วนตัวหรือเพื่อนที่มีความรับผิดชอบคอยชวนเราไปออกกำลังกายคือการสร้างแรงบันดาลใจที่ทรงพลัง จะทำให้เรารักษาปณิธานไว้ได้ตลอดทั้งปี

การศึกษาของ American Society of Training and Development พบว่าการมีเพื่อนออกกำลังกายด้วยกันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพาตัวเราไปให้ถึงเป้าหมายได้สำเร็จถึง 95%

สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกเพื่อนที่คอยเคี่ยวเข็ญให้เราไปยิมอยู่เสมอ และจะไม่ยอมอนุญาตให้เราพักเพียงเพราะเหตุผลว่าวันนี้เราไม่มีอารมณ์จะเข้ายิม

4. ทำสิ่งท้าทายความสามารถ

หลังจากการออกกำลังกายเริ่มเข้ามาเป็นกิจวัตรในชีวิตของเรา การเข้ายิมไปทำกิจกรรมเดิมๆ ทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน อาจจะเริ่มกลายเป็นเรื่องที่รู้สึกน่าเบื่อ ก็ถึงเวลาที่ควรหาอะไรแปลกใหม่และท้าทายให้ตัวเองทำเป็นครั้งคราวเพื่อให้ชีวิตเร้าใจ

เราอาจจะพาตัวเองหนีจากยิมเดิมๆ ไปออกกำลังกายข้างนอกสักเดือนละครั้ง

เช่น การไปยิมปีนหน้าผาจำลอง หรือการออกไปเล่นกิจกรรมข้ามอุปสรรคที่เรียกว่า Ninja Warrior คือการทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายที่กำลังได้รับความนิยมและมีรูปแบบการแข่งขันที่เหมาะสำหรับทุกเพศทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และก็มีหลายยิมที่ออกแบบมาเพื่อการฝึกฝน Ninja Warrior โดยเฉพาะ

5. เซลฟี่พาไปสู่ความสำเร็จ

สำหรับคนที่ตั้งใจว่าจะออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน อย่าใช้ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักเป็นตัววัดความก้าวหน้า แต่ให้ถ่ายเซลฟี่รูปร่างของตัวเองไว้เป็นหลักฐานแทน

วิธีนี้จะทำให้เรามีหลักฐานเป็นรูปธรรมเห็นชัดว่าเราลดน้ำหนักได้จริงๆ มากกว่าการมาคร่ำเคร่งกับตัวเลขน้ำหนักที่เห็นบนตาชั่ง

และทางที่ดี ถ้าเราเป็นคนกล้าแสดงออก ควรแชร์รูปตัวเองลงโซเชียลมีเดียให้คนอื่นเห็นด้วย

เพราะมีการศึกษาเมื่อปี 2013 พบว่า ผู้ร่วมศึกษาที่แชร์ความก้าวหน้าในการออกกำลังกายของตัวเองลงทวิตเตอร์ สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่เก็บผลลัพธ์ไว้ดูเองคนเดียว

ขอให้ทุกท่านบรรลุปณิธานที่ตั้งไว้…สวัสดีปีใหม่ครับ

บทความก่อนหน้านี้ผ่าช่องข่าวใน “ยูทูบ” เติบโตกันเท่าไหร่ ? และ “รางวัลใหญ่” ที่ “มติชน-ข่าวสด” คว้ามาได้
บทความถัดไป‘สุเทพ’ให้กำลังใจกกต.ชี้เลื่อนยังไงก็ต้องได้เลือกตั้งเเน่ เเต่ต้องคุยกับปชช.เชื่อปชช.มีเหตุผลพอ