พิศณุ นิลกลัด : นางงามนักกีฬา กับ “ความหวัง” ว่าในอนาคต นักกีฬาหญิงจะมีรายได้เท่าเทียมชาย

พิศณุ นิลกลัด

สัปดาห์นี้เขียนเรื่องการประกวดนางงามจักรวาลปี 2018 ซึ่งเมืองไทยของเราเป็นเจ้าภาพ มีสาวงามจากทั่วโลก 94 คนเข้าร่วมประกวด

วันที่ 17 ธันวาคมนี้ ก็คงทราบแล้วว่าสาวชาติใดจะได้เป็นมิสยูนิเวิร์ส

การประกวดสาวงามปีนี้มีเรื่องที่คนชอบกีฬาให้ความสนใจ เพราะนางงามตัวแทนของสหราชอาณาจักร หรือ Great Britain มีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใคร สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสหราชอาณาจักร

และเป็นความภาคภูมิใจของผู้หญิงผิวเข้มทุกคน

เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีการจัดประกวด Miss Universe Great Britain 2018 ที่เมืองนิวพอร์ต (Newport) ประเทศเวลส์ เพื่อหาสาวงามหนึ่งเดียวที่จะเป็นตัวแทนของประเทศต่างๆ ในสหราชอาณาจักร อันได้แก่ อังกฤษ, ไอร์แลนด์เหนือ, สกอตแลนด์, เวลส์ และดินแดนโพ้นทะเลของบริเตน (British Overseas Territories) เข้าประกวดมิส ยูนิเวิร์สที่เมืองไทย

ผู้ชนะการประกวดครั้งนี้คือ ดีแอนน์ เคนทิช รอเจอร์ส (Dee-Ann Kentish Rogers)

เป็นสาวงามผิวเข้มคนแรกของสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ที่มีการจัดเวทีประกวดครั้งแรกเมื่อปี 1952

ดีแอนน์ สาวสวยวัย 25 ปี มาจากเกาะแองกวิลลา (Anguilla) เกาะเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน ขนาดเล็กกว่าเกาะภูเก็ต 6 เท่า

ปัจจุบันเธอตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ เคยเป็นนักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันกีฬาระดับโลกมาแล้ว

ดีแอนน์บอกว่า ในตอนนี้ที่เธอชนะการประกวด Miss Universe ของสหราชอาณาจักร เธอคิดว่าเธอไม่ได้ชนะแค่ในนามของดีแอนน์ เคนทิช รอเจอร์ส

แต่เป็นชัยชนะในนามของผู้หญิงผิวเข้ม โดยในช่วงที่เข้าประกวด เธอไว้ผมทรงเดรดล็อก (dreadlock) เป็นทรงถักเปียที่เป็นเอกลักษณ์ของคนผิวเข้มที่มีผมยาว

ซึ่งช่วงนั้นก็มีหลายๆ คนถามว่า เธอคิดที่จะปล่อยผมให้ยาวลงมาหรือยืดผมให้ตรงหรือเปล่า เพราะกังวลว่าจะมีคนมองการไว้ทรงผมเดรดล็อกของเธอว่าดูไม่เหมาะสมกับการเข้าประกวด

ดีแอนน์ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าจะไม่เปลี่ยนทรงผม เธอบอกว่า การแสดงให้เห็นอัตลักษณ์ทางวัฒธรรมของเธอบนเวทีประกวดเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกว่าสำคัญมาก เพราะสิ่งนี้คือส่วนหนึ่งในสิ่งที่เธอเป็น

ถ้ามีใครจะมาเอาสิ่งที่เป็นตัวตนของเธอออกไปสักอย่างหนึ่ง ก็มาเอาตัวตนของเธอออกไปให้หมดเลย

ดีแอนน์ได้รับข้อความที่ส่งมาหาเธอมากมายตั้งแต่ชนะการประกวด Miss Universe Great Britain

ส่วนหนึ่งเป็นข้อความจากคุณแม่ที่มีลูกสาว เขียนมาหาเธอว่า ชัยชนะของดีแอนน์ก็เปรียบเหมือนชัยชนะของพวกเธอเช่นกัน

ซึ่งนั่นทำให้ยิ่งใกล้การประกวดรอบสุดท้ายที่ประเทศไทยมากเท่าไร ดีแอนน์ก็ยิ่งรู้สึกถึงความล้ำค่าหากเธอชนะการประกวดในครั้งนี้

ไม่ใช่แค่เพื่อผู้หญิงผิวเข้มทั้งหลาย แต่เพื่อคนสหราชอาณาจักรทุกคน

ความจริงแล้วการประกวด Miss Universe Great Britain ไม่ใช่ความฝันสูงสุดของดีแอนน์ เพราะแรกเริ่มเดิมทีเธอต้องการเป็นนักสัตตกรีฑา (Heptathlon) เพื่อไปแข่งโอลิมปิกให้กับทีมสหราชอาณาจักร

สัตตกรีฑาเป็นการแข่งกีฬา 7 ประเภท (ประกอบด้วย วิ่งข้ามรั้ว 100 เมตร กระโดดสูง ทุ่มน้ำหนัก วิ่ง 200 เมตร กระโดดไกล พุ่งแหลน และวิ่ง 800 เมตร แข่งเสร็จภายใน 2 วัน) โดยเธอเคยลงแข่งขันกีฬาเครือจักรภพอังกฤษ (Commonwealth Games) ให้กับทีมแองกวิลลามาแล้วสองครั้งในปี 2010 และ 2014 แต่โชคร้ายเธอได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าตอนแข่งสัตตกรีฑาในปี 2014

ทำให้ความฝันของเธอในการเป็นนักกีฬาโอลิมปิก 2016 เป็นอันต้องสิ้นสุดลง

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้เธอเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตใหม่ และหันหน้าเข้าสู่เวทีการประกวดสาวงาม

เธอบอกว่า การประกวด Miss Universe Great Britain ก็มีความหมายพอๆ กับการได้เป็นนักกีฬาโอลิมปิกตัวแทนทีมสหราชอาณาจักร

แต่ดีแอนน์บอกว่า การเตรียมตัวเข้าประกวดสาวงามยากกว่าการเตรียมตัวเพื่อแข่งขันกีฬา เพราะเธอต้องผ่านการพิจารณาทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของตัวเองอย่างละเอียด ค้นหาเป้าหมายและความทะเยอทะยาน จัดการเรื่องความคิดและประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำกันจนกว่าพวกเขาจะอายุมากไปแล้ว

การเตรียมตัวเพื่อจะแข่งขัน Commonwealth Games ส่วนใหญ่ทำกันในสนาม เน้นฝึกฝนเตรียมกล้ามเนื้อแขนและขา

แต่การประกวดสาวงาม สิ่งสำคัญคือ การเตรียมความคิดและจิตใจให้พร้อม ซึ่งดีแอนน์คิดว่าสมองเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่ยากที่สุดในการจะพัฒนาให้เชี่ยวชาญ

แม้จะมีหลายคนคิดว่าการประกวดสาวงามเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้วสำหรับสาวๆ ในยุคปัจจุบัน

แต่ดีแอนน์กลับมองว่านี่เป็นเวทีให้สาวๆ ได้แสดงพลังและมีสิทธิ์มีเสียงในการพูดสิ่งที่โดยปกติแล้วไม่มีใครสนใจจะรับฟังเลย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ผู้หญิงในศตวรรษที่ 21 ทั้งหลายต้องเผชิญ

เมื่อถามว่า การแข่งขันที่เน้นเรื่องความสวยงามของรูปร่างหน้าตาผู้หญิงเช่นนี้จะมามีอิทธิพลในด้านดีให้แก่เด็กสาวรุ่นใหม่ได้จริงๆ หรือ

ดีแอนน์ตอบว่า ในฐานะที่เธอได้เคยผ่านประสบการณ์ประกวดมาแล้วครั้งหนึ่ง ได้สัมผัสและได้เข้าใจสิ่งต่างๆ เธอขอสนับสนุนให้เด็กสาวรุ่นใหม่ได้มาเข้าร่วมการประกวด เพราะสาวงามที่มาร่วมประกวดพร้อมกับเธอ ปัจจุบันได้กลายเป็นคนรู้จักหรือมีช่องทางการติดต่อสื่อสารถึงกัน ในตอนนี้ หลายๆ คนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกเธอออกไปไล่ล่าความฝันของตัวเองอย่างเต็มกำลัง และประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ในส่วนความฝันของดีแอนน์ เธอต้องการจะเป็นทนายความ ซึ่งเธอจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮมในปี 2016

และเธอก็เพิ่งสอบผ่านเนติบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยลอนดอนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ดีแอนน์หวังว่า ชัยชนะและเสียงสนับสนุนที่เธอได้รับจากการประกวด Miss Universe Great Britain จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กสาวรุ่นใหม่โดยเฉพาะสาวผิวเข้ม สาวเอเชีย และคนเชื้อชาติต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรได้เห็นว่าความฝันของพวกเธอก็สามารถเป็นจริงได้

และกล้าลุกขึ้นมาทำตามความฝันของตัวเอง ซึ่งในอนาคตถ้ามีสาวๆ เหล่านี้มาร่วมประกวดกันมากขึ้น ดีแอนน์ก็คงรู้สึกปลาบปลื้มยินดี เพราะถือว่าเธอได้ทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จแล้ว

ดีแอนน์ตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้ตำแหน่ง Miss Universe Great Britain ของเธอในการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าสนใจให้กับนักกีฬาหญิง เพื่อดึงดูดสปอนเซอร์และสื่อมวลชนให้สนใจในนักกีฬาหญิง

และหวังว่าในอนาคต นักกีฬาหญิงจะมีรายได้เท่าเทียมกับนักกีฬาชาย

บทความก่อนหน้านี้สรุปข่าวต่างประเทศ : เทปเสียงนาทีสังหาร ‘คาช็อกกี’ / อัยการญี่ปุ่นแจ้งข้อหา อดีต ปธ.นิสสัน / ห้ามขายไอโฟนในจีน
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” พยักหน้า ไม่ปฏิเสธ ต่างชาติ สังเกตการณ์เลือกตั้งไทย โยนกกต.เคาะเอง