ประกวดเรื่องสั้นทั่วไป : ดวงราชครู

โดย : ชาลี ศิลปรัศมี

ครั้งสุดท้ายด้วยวัย 72 ปี ที่ครูชาห์รับเชิญไปสอนนายหมู่ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ม.3 โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง กับเด็กชายไมล์ลูกศิษย์คนโปรด ที่แต่งตัวเต็มยศด้วยสายสะพาย จากโรงเรียนเอกชนเพื่อมาสอนการถักสายยงยศด้วยเชือกหนัง เพียงย่างเข้ามาในสนามหน้าโรงเรียนท่ามกลางสายตาครูนับร้อย นักเรียนนับพันเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการสอนลูกเสือราวเดือนมกราคม พ.ศ.2558

ในชีวิตการเป็นครูสอนลูกเสือสามารถปลูกฝังจิตสำนึกของลูกเสือทุกประเภทให้เสี่ยงชีวิตตนเองช่วยเหลือชีวิตคนอื่น เช่น อุบัติเหตุ ไฟไหม้ อุบัติเหตรถชน ไฟฟ้าช็อร์ต เด็กตกน้ำ ฯลฯ จนได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสรรเสริญจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ถึง 14 นาย (คน) ซึ่งไม่มีครูคนใดในประเทศไทยสามารถทำได้เหมือนครูชาห์ ดังนั้น ความเป็น “บรมครู” ในกิจการลูกเสือจึงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

ก่อนอายุ 72 ปี ครูชาห์มีประสบการณ์บริหารจัดการโรงเรียนสมุนไพรสอนเภสัชกรรม เวชกรรม ตามหลักสูตรกระทรวงสาธารณสุขที่มีผู้เรียนสำเร็จหลักสูตรไปนับ 100 คน ในเวลา 12 ปี

ก่อนอายุ 72 ปี ครูชาห์บริหารจัดการการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนและร่วมสอนเป็นเวลานับ 20 ปี ร่วมกับวัดมะนาวหวานพระอารามหลวง

ก่อนอายุ 72 ปี ครูชาห์มีบทความทางวิชาการด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมประเพณี ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประมาณ 700 เรื่องเศษ

ก่อนอายุ 72 ปี ครูชาห์มีผลงานเกียรติยศได้เข้าเฝ้าเจ้านายระดับสูง ณ พระที่นั่งดุสิดาลัย 3 ครั้ง ในปี พ.ศ.2543 และเดือนเมษายน 2547 กับเดือนมิถุนายน 2547

แต่แล้วสัตว์โลกก็ย่อมเป็นไปตามกรรมสังขาร ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่เป็นส่วนประกอบเข้าเป็นเนื้อหนังมังสาและชีวิตวิญญาณมันก็เหนื่อยล้าลงเหมือนเครื่องจักรที่เครื่องหลวมใกล้น้ำมันจะหมดและขาดการซ่อมบำรุง

 

มือกับเท้าเริ่มเหนื่อยล้าเคลื่อนไหวขาดความสัมพันธ์กัน ไปหาหมอเสนารักษ์ที่โรงพยาบาลกองทัพภาคที่ 4 นครศรีธรรมราช หมอเทสต์มวลกระดูกยังดีอยู่ให้ยามากินแนะให้ทำกายภาพบำบัดและฉีดยา พอไปครั้งที่ 2-3 หมอก็แนะให้ไปกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวางใกล้บ้าน เป็นเวลา 2-3 เดือน มีการยืดตัวนอนเตียงน้ำร้อน ช็อร์ตไฟฟ้าอ่อนๆ ซึ่งครูชาห์ก็ไม่รู้สาเหตุว่าต้องช็อร์ตไฟฟ้าทำไม

ต่อมาเปลี่ยนเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นโรคหัวใจโตอยู่แล้ว คิดว่าเจ้าหน้าที่บอกกันแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านประมาณ 10 ชั่วโมง ปากเริ่มเบี้ยว ใจสั่น พูดจาสับสน เลือดในหัวใจแข็งตัว สมองทางขวาทำงานน้อยส่งผลให้มือซ้ายและขาทางซ้ายอ่อนแรงและเล็กลงจนผิดสังเกต เดินก็ไม่ได้ ลูกสาว เมีย และลูกเขยเห็นผิดสังเกตจนกระทั่งเวลารุ่งเช้าก่อนเที่ยงซึ่งอาการของความเสื่อมของโรคาพยาธิเดินทางไปสู่อาการหนักแล้ว การบึ่งรถไปหาหมอที่เชื่อถือได้ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดระยะทาง 65 กิโลเมตร นับว่าทีมงานตัดสินใจถูกต้อง เพราะไม่ต้องรอคิวใครและมีทีมหมอให้เลือก แต่กระนั้นก็ตามต้องขอตอบว่า

22 วัน กับ 22 คืน บนเตียงโรงพยาบาลเอกชน จึงกลับมาสู่ปกติทุกระบบและกลับบ้านได้ในสภาพเต็มร้อย และดูเหมือนว่ากลับหนุ่มกว่าเดิม

 

การมีชีวิตอยู่อย่างระแวดระวังและหยุดขับรถชั่วนิรันดร์ได้เกิดขึ้น แต่การทำงานง่ายๆ กับคนที่มีร่างกายเป็นปกติ เช่น ทำสวนครัว ดูแลตกแต่งต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ ปลูกไม้ดอก เลี้ยงหลาน ไปดูแลสวนผลไม้ รับสอนและบรรยายให้ฟรีในห้องสมุดส่วนตัวที่บ้านทั้งนักเรียนมัธยม ครู นักศึกษามหาวิทยาลัยและนักวิชาการก็ถือเป็นเรื่องปกติของคนเคยชินกับบริบทเดิมๆ

แต่ความเสื่อมที่กำลังคืบคลานเข้ามาต่อสู้ทำลายกับยาหลากชนิดที่หมอให้มามันไม่ได้บอกว่าอยู่ในสภาพมิติใดทั้งมิติของโรคหัวใจ สมองอ่อนล้า ความดัน น้ำตาลและไขมันในเลือด ภาวะกรดไหลย้อน ระบบย่อยอาหารไม่ดี การตกตะกอนของไขมันในถุงน้ำดีส่งผลให้การขับถ่ายฝืดเคืองทำงานช้าจนถึงจุดระเบิดเข้าจนได้

คับแค้นแน่นในอก วิธีแก้ปัญหาที่คิดได้ในขณะนั้นรีบวิ่งขึ้นเตียงนอน สิ่งมองเห็นคือเพดานห้องวิ่งไล่กันเป็นลูกระนาดวิงเวียนศีรษะ คลื่นเหียนไม่ได้ยินเสียงใครๆ ที่เรียกหาอยู่รอบข้าง

ไม่ว่าจะเป็นยาหอมยาลมยาดมยาหม่องดูจะสะพรั่งพร้อมไปหมดจากฝีมือของเมีย ลูก และหลาน

แล้วลูกเขยมันหายไปไหน!! คนขับรถ

ความรู้สึกที่นึกคิดได้ คือ นั่งบรรยายเรื่องความสำคัญของการจับช้างป่าในภาคใต้ประมาณ 2 ชั่วโมง ให้อาจารย์ 2 คนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี วิทยาเขตสุรินทร์ ฟัง พออาจารย์ออกไปจากบ้านเกิดภาวะแน่นอก จุกเสียด วิงเวียนศีรษะ อย่างกะทันหัน ความคิดช่วยตนเองเป็นแบบฉับพลันคือวิ่งขึ้นเตียง

ด้วยภาวะทางจิตสับสนดังกล่าวแล้ว ฝาและเพดานห้องวิ่งไล่กันสักครู่ใหญ่ แล้วเตียงนอนก็เริ่มหมุน

แล้วทุกอย่างก็ไร้ความรู้สึก สำนึกให้สำเหนียก!!

นานและนานเท่าไรไม่รู้ได้ เหมือนกับนานชั่วนิรันดร์ มารู้สึกตัวเมื่อเข็มฉีดยาบรรจงแทงอย่างประณีตลงบนแขนซ้ายบนเตียงในห้องพยาบาลฉุกเฉินของโรงพยาบาลนครพัฒน์ที่เดิม ความสบายแบบไร้ขอบเขตก็เกิดขึ้น

แล้วความรู้สึกก็เงียบหายไปอย่างจับรหัสไม่ได้ว่ามันหายไปไหน จากสภาพที่ลูกเมียและญาติพี่น้องมองเห็นคือ อาการคลุ้มคลั่งของครูชาห์ที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่กับเตียงพยาบาล ปากพร่ำเพ้อเรื่องราวต่างๆ มากมาย มีหมอผู้เชี่ยวชาญ 5-6 คนรุมล้อมพร้อมนางพยาบาลผู้มากประสบการณ์ 3-4 คน และเครื่องมือแพทย์
พี่สาวคนหนึ่งของครูชาห์ผู้เชื่อมั่นทางโหราศาสตร์รีบบึ่งไปหาหมอผู้ขมังเวทย์หลังจากพูดกับหมอจนรู้เรื่องก็เอาวันเดือนปีเกิดของครูชาห์ให้หมอลงอักขระอย่างเร่งด่วน ไหว้ครูหมออาคม ไหว้พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ตามวิธีการแล้ว บอกว่า ราหูเข้าพระเสาร์แทรก บุญญาบารมี ราศีขาด เพราะอายุครบ 6 รอบพอดี 72 ปี บอกญาติพี่น้องเตรียมทำงานศพได้ พี่สาวใจงามวางเงินให้หมอ 1,000 บาท และจากมาด้วยน้ำตานองหน้า โทร.ไปหาภรรยาของครูชาห์ที่โรงพยาบาลบอกเรื่องราวทั้งหมดแล้วบอกว่าจะเตรียมการงานศพแล้วนะ ภรรยาครูชาห์นิ่งงันไปพักหนึ่งก็ตอบตกลง

เมื่อนายแพทย์เจ้าของไข้ทราบเรื่องจากภรรยาครูชาห์ ก็ตกลงใจเห็นด้วย

การติดต่อประสานงานของพี่สาวในฐานะเจ้าภาพก็เกิดขึ้น เช่น ติดต่อเจ้าของเต็นท์ คนรับจ้างทำครัว รถแทร็กเตอร์ เคลียร์พื้นที่ตั้งบริเวณงาน คนทำดอกไม้ พิธีการทางพระสงฆ์ซึ่งปัจจุบันมีคนอาสารับหมด เจ้าภาพเพียงแต่รอจ่ายเงิน

สถานที่บำเพ็ญกุศลก็เป็นที่บ้านตลาดจันดี

 

ฝ่ายน้องสาวครูชาห์ซึ่งไปเยี่ยมพี่ชายที่โรงพยาบาลก็บึ่งไปหาเจ้าอาวาสใกล้บ้านผู้เก่งทางอาคม เอาวันเดือนปีเกิดครูชาห์ไปเรียงวันเดือนปีตามวิธีหมอดู บังเอิญน้องชายของเจ้าอาวาสผู้เชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์มาเยี่ยมเจ้าอาวาส ความเข้มข้นทางการตัดสินใจก็ยิ่งเพิ่มทวีขึ้น เจ้าอาวาสบอกว่า ต้องบูชาดาว 72 นพเคราะห์ ไม่ใช่นพเคราะห์ธรรมดา เพราะเป็นคนเก่งกล้าด้วยบุญบารมี ดาวราศีที่เป็นศัตรูเลยเก่งกล้าไปด้วย แต่ชะตาราศีขาดอายุแล้ว 72 ปีเต็มจะเอาบุญบารมีระดับสูงสุดที่มีอยู่หรืออำนาจอันใดเข้ามาช่วยก็ยากที่จะต่ออายุติด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ส่วนมากคนชะตาขาดแล้วขาดเลยไม่มีทางต่อติด

เจ้าอาวาสพูดเป็นเชิงรำพึงขึ้นว่า “หากต่อติด…” แล้วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งพูดกับน้องชายว่า “หากต่ออายุติด อายุจะเพิ่มขึ้นอีก 50 ปี”

“อ้า…” น้องชายเจ้าอาวาสตบเข่าผาง “เป็นไปได้อย่างไร” น้องสาวของครูชาห์หยุดเช็ดน้ำตา

“72 นพเคราะห์” เจ้าอาวาสยื่นธูป 7 ดอก ให้น้องสาวครูชาห์

น้องสาวครูชาห์พนมมือไหว้เจ้าอาวาสแล้วรับธูป 7 ดอก ตาลีตาเหลือกออกมาขึ้นรถกลับไปโรงพยาบาล

 

ส่วนลูกเขยและลูกสาวร้องห่มร้องไห้ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังต้องละล้าละลังกับลูกเล็กทั้ง 2 คน 7 ขวบ กับ 3 ขวบ โดยเฉพาะลูกเขยแกตกใจสุดขีดในอากัปกิริยาของพ่อตาที่ละเมอเพ้อพกและชักดิ้นชักงอเลยตกลงใจกันว่าจะโทร.ไปหาแม่ของแกซึ่งเป็นร่างทรงมือฉมังอยู่ที่กรุงเทพฯ ดีกว่าทอดอาลัยตายอยากว่าพ่อตาตายแล้ว

เหมือนหมอที่โรงพยาบาลตัดสินใจ

เหมือนหมอดูคนที่ 1 ตัดสินใจ

เหมือนหมอดูคนที่ 2 ตัดสินใจ

และเหมือนเจ้าอาวาสตัดสินใจอย่างลังเล

 

แม่หมอร่างทรงรับโทรศัพท์จากลูกชายด้วยอาการสงบเยือกเย็นเมื่อรู้เหตุการณ์และอาการคนป่วยดีแล้วพร้อมวันเดือนปีเกิดก็ชำระสะสางเนื้อตัวให้สะอาดอย่างใจเย็น นุ่งขาว ห่มขาว จุดธูปเทียน บูชาเจ้าที่เจ้าทาง สวดมนต์ ภาวนา บอกจุดประสงค์เทพเจ้าที่บูชาแล้วก็นั่งนิ่งทางในจมดิ่งลงสู่ความเป็นหนึ่งแห่งความว่างเปล่า

ในท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขตนั้น ไร้รส ไร้กลิ่น ไร้สี นิ่งและนานค่อยๆ ปรากฏภาพเทพเจ้าเรืองรองขึ้น ยิ้มน้อยๆ ให้แม่หมอ โดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่แม่หมอกลับเข้าใจเอาเองว่า นั่นคือ เทพเจ้าประจำตัวครูชาห์ เป็นองค์เทพที่รู้จักดีและนึกไม่ถึงว่าเป็นเทพประจำตัวครูชาห์ ทำไมจึงมีเทพสูงส่งขนาดนั้นคุ้มครอง

ร่างแม่หมอถอยกลับมาช้าๆ ภาพเทพเจ้านั้นปรากฏขึ้นต่อหน้าแจ่มชัดกว่าเดิมแล้วจางหายไป และตารางชะตาราศีของครูชาห์ปรากฏขึ้นเลื่อนๆ ไล่หลังองค์เทพ

ร่างแม่หมอดูเหมือนว่าจะถอยกลับมาสู่ที่เดิมอีก แล้วภาพเทพเจ้าองค์นั้นปรากฏชัดขึ้นกว่าเดิม ยิ้มแย้มกว่าเดิม ดูเหมือนจะพูดอะไรสักคำแต่ไม่พูดแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว

แต่แม่หมอร่างทรงกลับถอยหลังมาอย่างแรงแล้วหลุดปากออกมาเสียงดังว่า “ดวงราชครู”

 

เกือบจะทันทีที่ร่างทรงของแม่หมออุทานออกมาเสียงดัง ดวงตาของครูชาห์ที่ทุกคนคิดว่าตายแล้วเพราะปิดนิ่งสนิทมานานแล้ว “ขยิก” ขึ้น 2-3 ครั้ง หลังจากหมอทุกคนเดินจากไปจากเตียงเพราะตัดสินใจแล้ว!!

แต่นางพยาบาลคนสุดท้ายที่กำลังเก็บเครื่องมือแพทย์เหลือบมาเห็นพอดี จึงอุทานเสียงดังขึ้นว่า

“หมอ ยังไม่ตาย” หมอพรชัยหมอประจำตัวผู้ป่วยผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรมโรคหัวใจ ซึ่งเดินคล้อยหลังไปหลังเพื่อนได้ยินเสียงนางพยาบาลอุทานออกมาด้วยความตกใจกลับมาเอามือเลิกเปลือกตาทางขวาครูชาห์ขึ้น ก็ทันเห็นนัยน์ตาข้างนั้นขยิก 2 ครั้ง เหมือนบอกว่า

“กูยังอยู่”

หมอยิ้มน้อยๆ พูดกับหัวหน้านางพยาบาลห้องไอซียูว่า

“ฉีดยากระตุ้นหัวใจ” ในขณะที่หัวหน้าพยาบาลเตรียมยา หมอหัวหน้าทีมเข้ามายิ้มน้อยๆ กับครูชาห์บีบแขนข้างซ้ายแล้วพูดว่า

“ท้ายที่สุด ลุงก็ชนะ เยี่ยมมาก เดี๋ยวฉีดยาเบาๆ สักเข็ม คืนนี้นอนกับผม ผมจะเฝ้าลุงเอง” แล้วหมอก็ต้องตกใจเมื่อมือข้างนั้นของลุงจับหมับกับมือหมอแล้วบีบแน่นเหมือนขอบคุณกับคำพูดของหมอหรือเอาหมอเป็นที่พึ่งเป็นแม่นมั่น แต่หมอเองกลับคิดไปไม่ถึงว่าคนป่วยชะตาขาดที่ญาติพี่น้องสั่งเตรียมทำงานศพจะมีพละกำลังถึงขนาดนั้น

เมื่อยาขนานวิเศษสุดถูกบรรจงฉีดเข้าเส้นเรียบร้อยแล้วหมอสั่งเตรียมเตียงคนป่วยใหม่ แต่งตั้งทีมเฝ้าไข้ใหม่ เตรียมรับสถานการณ์ระดับสุดยอดโดยมีหมอเป็นหัวหน้าทีมเองด้วยน้ำใจอันสูงส่งเพราะขณะนี้เป็นเวลา 24.00 น. แล้วหมอก็ยังไม่ยอมกลับบ้านไปพบลูกเมียเหมือนทุกวัน

แต่เมียของลุงคนป่วยก็ไม่ยอมละทิ้งสามี ยอมนอนเฝ้าอยู่หน้าห้องไอซียู บนม้านั่งรวมกับญาติคนป่วยคนอื่นๆ รอเวลาสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นจากเสียงเรียกของหมอ

 

แม่หมอร่างทรงที่กรุงเทพฯ หายใจหอบ เหนื่อยเมื่อสติสัมปชัญญะกลับคืนมาสูดลมเข้าปอดแรงๆ 2-3 ครั้ง จัดผ้าห่มสไบเฉียงสีขาวนวลให้เข้าที่เข้าทางแล้วรำพึงเบาๆ กับตนเองว่า

“ดวงราชครู เยี่ยมมากชะตายังไม่ขาด บุญบารมีสูงส่งเทียบชั้นเทพ” แล้วแม่หมอก็กราบงามๆ 3 ทีลงกับพื้นหมู่เทพบูชาตรงหน้าก่อนที่จะลุกขึ้นช้าๆ ไปดื่มน้ำที่ตู้เย็นเหมือนกับไม่ตกใจ ตื่นเต้นอันใดกับเหตุการณ์แทบช็อกที่ผ่านมา จิ้มนิ้วลงบนเบอร์โทร. โทร.กลับไปหาลูกชายแล้วพูดเป็นเสียงเชิงเย้ยหยันนิดๆ ว่า

“พ่อตาเอ็งยังไม่ตาย มันดวงราชครู” ลูกเขยลนลานบอกลูกสาวคนป่วย ลูกสาวตาลีตาเหลือกโทร.ไปหาแม่ที่โรงพยาบาล แม่รีบละล่ำละลักเข้าไปหาหมอ

ฝ่ายหมอผู้เฝ้าไข้กลับพูดเบาๆ ตอบว่า “ผมรู้แล้ว”

กลับทำให้เมียของครูชาห์ฉงนฉงายเป็นที่ยิ่งว่าหมอรู้ได้อย่างไร

บังเอิญพี่สาวของคนป่วยรายงานการเตรียมงานศพไปให้เมียของคนป่วยทราบ จึงได้รับการบอกกลับอย่างร้อนรนว่า

“ยกเลิกงานทั้งหมด มันยังไม่ตาย”

“เอ๊ะ” เสียงตอบกลับอย่างตกใจ

แต่ทั้งสองฝ่ายกลับได้ยินเสียงเหมือนปีศาจร่วมหัวเราะประสานเสียงเข้ามาในสายอย่างเกรียวกราวด้วยความตลกขบขันจนทั้งสองฝ่ายยกมือถือออกจากหูไม่ทัน แต่เสียงเย้ยหยันก็หลอนหลอกออกเป็นคลื่นอยู่ในโสตประสาทอยู่อีกนาน

หัวหน้าพยาบาลเฉพาะเตียงรายงานอาการป่วยให้หมอทราบทุกชั่วโมง หมอเปลี่ยนยาฉีดและยาบางตัวประกอบอื่นๆ ในน้ำเกลือจนครูชาห์ตอบสนองทั้งอาการหายใจ ลืมตา กระดิกมือ กระดิกเท้า ระดับความดัน น้ำตาลในเลือด ระบบการทำงานสมอง ออกซิเจนในปอดทำงานสู่ระดับปกติ

อาการหลังความตายของลุงที่หมอเป็นห่วงพ้นขีดอันตราย คุณหมอผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมก็แอบกลับบ้านไปเมื่อราวตีสี่ของวันรุ่งขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่วายบอกนางพยาบาลหัวหน้าทีมเฉพาะกิจว่า โทร.หาได้ตลอดเวลา


ก่อนรุ่งสว่างของวันใหม่ น้องสาวครูชาห์บึ่งรถมาจากต่างอำเภอ กำธูป 7 ดอกมาแอบสอดไว้ใต้ที่นอนครูชาห์ นับว่าแทนดาว 72 นพเคราะห์พร้อมเงินบาท 7 เหรียญ

ขอซื้อเตียงที่นอนจากผู้ตายที่เคยนอนเตียงนี้มาก่อนเพื่อให้พี่ชายของตนนอนหลับสบายและปลอดภัย

โดยที่ไม่มีใครรู้เห็นเพราะทุกคนกลับเห็นว่า น้องสาวมาเยี่ยมพี่ชายแบบธรรมดา การกระซิบกระซาบกับเทวดาหรือเจ้าของเตียงก็ดูจะเป็นการกระซิบพูดกับพี่ชายให้หายจากโรคภัยเหมือนการพูดกันทั่วไป

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูน ERROR TODAY : คำถาม
บทความถัดไปตลกต่างแดน : “เวลา” ช่วยรักษา “แผลรถยนต์” ก็ได้!!!