เรื่องสั้น : รุ่งอรุณ ของชายผู้มีอายุขัย ห้าร้อยกว่าปี (1) / อรุณธารา

เรื่องสั้น / อรุณธารา

 

รุ่งอรุณ ของชายผู้มีอายุขัย ห้าร้อยกว่าปี (1)

 

ทางทิศตะวันออก แสงตะวันโผล่แทงยอดหมู่ยางพารา ทิวเขาเบื้องหลังรูปปั้นขนาดใหญ่สว่างไสว เขายืนนิ่ง รวบรวมสมาธิ ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นปูน พนมมือขึ้น เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองรูปปั้นนั่น

และชั่ววินาทีต่อมาหลับตาและกดคางลงนิดหนึ่ง ส่วนปากขยับพึมพำภาวนาว่า ขอให้เขาได้ “พระเจ้าฝนแสนทอง” กับ “พระเจ้าฝนแสนทิพย์” กลับคืนมาสู่วัดพันนา

ซึ่งแม้คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเท่าใดนัก แต่ไม่ได้ทำให้จิตใจเขาหวั่นไหวแต่ประการใด เขามองหาใครไม่ได้แล้วสำหรับเรื่องนี้ นอกจากตนเองที่ต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์

สิ้นคำร้องขอไม่ถึงอึดใจเดียว ลมก็พัดวูบใหญ่ ผิวกายรับรู้ได้แม้ยังหลับตาอยู่ จะบังเอิญหรือไม่ก็ตาม ทว่าขนลุกซู่ ลมนั่นชุ่มชุบหัวใจเขา เขาลืมตาขึ้น เงยหน้ามองรูปปั้น เพ่งพิศใบหน้านั้น มีคนทักมากมาย หมื่นดาบรื่นมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงเขา เขาไม่เคยโต้แย้ง แน่นอนในความคิดของเขา ชายในยุคโบราณกับเขามีหลายส่วนบนวงหน้าเหมือนกัน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น

ดังนั้น เมื่อจ้องดวงตาของหมื่นดาบรื่น มันก็เหมือนเขายืนมองดวงตาตนเองในกระจกเงา

เขาเลือกวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเกิดของเขาไปหาเจ้าคณะตำบล เป็นสิริมงคล วัดป่าเมี่ยงอยู่ไม่ไกลจากวัดพันนา ห่างกันแค่สองกิโลเมตรเศษ อาคารไม้สักยกพื้นสูงตั้งตระหง่านเป็นศรีแก่วัด มันเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดภายในวัดแห่งนี้ มูลค่าไม่ต่ำกว่าสิบห้าล้านบาท วิหารว่างดงามแล้ว ยังถูกเจ้าสิ่งนี้บดทับซับรัศมีไปแทบหมด

ภายในอาคารไม้สักหลังนี้ มีสรีระของ “หลวงปู่เลิศ” นอนอยู่ในโลงแก้ว มีคนเดินทางมาสักการะอยู่เนืองๆ และใกล้ ๆ กันนั้น หลังประตูตาข่ายเหล็กอันแข็งแรง และภายใต้ดวงตาของกล้องวงจรปิด คือพระเจ้าฝนแสนทอง

เขาทรุดนั่งคุกเข่าลงบนพรมผืนน้อย ซ้ายมือเป็นป้ายเล็กๆ เขียนคาถากราบไหว้พระเจ้าฝนแสนทอง เขาไม่ต้องอ่าน เพราะจำได้ขึ้นใจ

ท่องบทสวดนั่นเบาๆ จากนั้นบอกกล่าวพระพุทธรูปโบราณว่า เขามีความประสงค์อย่างไร พร้อมทั้งขอพรให้ประสบกับความสำเร็จในภารกิจนี้

จากนั้นชายสูงวัยก็หันไปกราบขอพรจากสรีระหลวงปู่เลิศ

จากประวัติ หลวงปู่เป็นพระสงฆ์ที่มีความเมตตาสูงและมีความวิเศษ คือญาณตาทิพย์ สามารถบอกเหตุเภทภัยให้บ้านเมืองรอดปลอดภัยได้หลายครั้ง นี่เองทำให้ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ ตอนมีชีวิตอยู่ วัดแน่นเนืองไปด้วยผู้คนและเหล่าผู้ศรัทธา และเมื่อมรณภาพไปแล้วก็ยังมีคนมาสักการะอีกไม่จางสิ้น

เขาก้าวลงจากอาคารไม้สักหลังโต กุฏิของเจ้าคณะตำบลตั้งอยู่ด้านซ้ายของอาคารนี้เอง ตอนที่เข้าไปหาเจ้าคณะตำบล ท่านเพิ่งฉันเช้าจังหันเสร็จ ท่านมองผู้มาเยือนด้วยสายตาคุ้นเคย

ปีนี้อายุห้าสิบเจ็ด น้อยกว่าเขาถึงสิบปี เป็นพระหัวการเมืองเป็นที่เกรงขามอย่างมากในหมู่สงฆ์ของจังหวัดนี้

ชายผู้สูงวัยเล่าเรื่องราวอย่างพินอบพิเทาอย่างที่สุด จริงๆ แล้วไม่ว่ากับพระสงฆ์องค์เจ้าหรือกับใครที่ไหนก็ตาม เขาก็เป็นคนนอบน้อม พูดจาสุภาพนุ่มนวลเช่นนี้เสมอ

บรรพชิตมองหน้าเมื่อฟังความประสงค์ของเขาจบ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า เขาไม่ต้องเอ่ยเอาประวัติศาสตร์มาเป็นเหตุผล ท่านเองก็ศึกษามาไม่น้อยกว่าเช่นกัน ตำบลหรืออำเภอแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณเดียวกัน

กล่าวง่ายๆ คือ คนในอำเภอนี้หากสืบสาแหรกย้อนขึ้นไปในโบราณกาลเป็นเทือกเถาเหล่ากอเดียวกันเสียส่วนใหญ่ ยกเว้นพวกที่มาใหม่ในยุคหลังๆ ฉะนั้น พระเจ้าฝนแสนทองจะอยู่วัดแห่งนี้ หรือจะไปอยู่ที่วัดพันนาจะแตกต่างอะไร มันมีค่าเท่ากัน

ชายสูงวัยยังไม่ยอมแพ้ โต้แย้งไปว่า ถ้าเราเคารพเจตนารมณ์ของคนโบราณ เราก็ต้องยอมคืนให้พระพุทธรูปองค์นั้นไปยังที่เดิม ซึ่งไม่อย่างนั้นแล้ว ความหมายหรือคุณค่าของรากเหง้าเหล่ากอก็จะเหลืออะไร

เจ้าคณะตำบลมีท่าทีแข็งกร้าวมากกว่าเดิม และกล่าวยืนยันอย่างหัวเด็ดตีนขาดว่า ไม่ยอมคืนให้แน่นอน และพูดในเชิงข่มขู่ให้ขวัญเสียว่า อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องยุ่งยากไปเลย พระพุทธรูปอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว การฟื้นฝอยหาตะเข็บ มันจะเดือดร้อนเอาเปล่าๆ และที่วัดอีกแห่งคือวัดผาซ้อน เจ้าอาวาสเป็นคนหนุ่ม อายุสี่สิบต้นๆ วัดนี้ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างอะไรใหญ่โตเท่ากับแห่งแรก มีอุโบสถเล็กๆ หนึ่งหลังกับอาคารปูนสองชั้นหนึ่งหลังเท่านั้นเอง เป็นวัดเกิดใหม่ อันเนื่องมาจากชุมชนข้างเคียงมีการขยายตัว ท่านเก็บพระเจ้าฝนแสนทิพย์ไว้ในห้องมั่นคง ไม่ได้นำออกมาตั้งให้ประชาชนกราบไหว้บูชาเหมือนกับวัดป่าเมี่ยง พระพุทธรูปองค์นี้ยังไม่ได้บูรณะอะไร สภาพยังเป็นองค์เดิมๆ สีหม่นๆ ซึ่งแตกต่างจากพระเจ้าฝนแสนทองอย่างสิ้นเชิง นั่นเขาลงรักปิดทองเหลืองอร่ามงดงามตายิ่งยวด เจ้าอาวาสยกชาวบ้านมาอ้าง หากมีการนำพระพุทธรูปคืนไปสู่วัดพันนา ชาวบ้านที่นี่คงต้องเหยียบอกท่านตายเป็นแน่แท้

ชายสูงวัยไม่ลดละความพยายาม ยกอ้าง โดยว่า การเก็บพระพุทธรูปไว้อย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้ นอกจากผิดประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์แล้ว มันยังเปล่าประโยชน์อีกต่างหาก

พระสงฆ์หัวเราะและกล่าวอย่างเย้ยหยันว่า หากเขาต้องการสร้างความแตกแยกระหว่างชาวบ้านกับชาวบ้าน หรือชาวบ้านกับพระก็ลองเคลื่อนไหวดู

เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ทราบ หลายคนที่เขาเคยพูดหยั่งเชิงด้วย จะโต้แย้งและเดือดดาลขึ้นมาทันควันว่า

“อยู่นี่ดีอยู่แล้ว จะย้ายไปที่อื่นทำไม”

 

ที่วัดพันนามีโรงปั้นเครื่องชามสังคโลก เป็นการร่วมมือกันของชุมชนจัดตั้งขึ้นมา พวกเขาฝึกฝนงานปั้นในนามกลุ่มสตรีแม่บ้าน แต่ทำได้เพียงแค่สามปีก็เลิกรากันไป

ซึ่งการทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นงานประณีตและแสนเหน็ดเหนื่อย ฉะนั้น วันนี้จึงเหลือเพียงช่างน้ำ ซึ่งเป็นครูปั้นเพียงคนเดียวที่ยังทำงานด้านนี้ต่อ

ช่างน้ำละมือจากการจัดเรียงถ้วยชามที่วางผึ่งไว้บนโต๊ะ ของพวกนี้ยังเข้าเตาเผาไม่ได้ หันไปทักด้วยความเคารพเมื่อเห็นชายสูงวัยมาเยือน กับประหยัด ช่างน้ำทำงานร่วมกันสามปี

ประหยัดเป็นประธานสภาวัฒนธรรมตำบลป่าไม้เคียน เป็นเรี่ยวแรงหรือกำลังหลักในการผลักดันฟื้นฟูการปั้นเครื่องเคลือบดินเผาให้เป็นรูปเป็นร่าง เป็นผลอย่างที่เห็น

แต่น่าเสียดาย อย่างที่กล่าวข้างต้นนั่นแหละ การทำงานของกลุ่มสตรีแม่บ้านนั้นสั้นนัก ช่างน้ำไม่ใช่คนตำบลป่าไม้เคียนโดยกำเนิด เป็นคนเมืองฝางต่างถิ่น ย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะแต่งงานกับสาวบ้านป่าเมี่ยง ซึ่งอยู่ในตำบลแห่งนี้แหละ เขามีฝีมือเชิงช่างมาก่อนเก่า เมื่อพบกับประธานสภาวัฒนธรรมตำบล จึงร่วมมือด้วยความเต็มใจ

ที่นี่น่าทึ่งมาก มีประวัติศาสตร์แสนยาวนาน ผู้คนที่นี่เมื่อเกือบหกร้อยปีที่แล้ว โยกย้ายมาจากพันนาภูเลา ซึ่งอยู่ในเชียงราย ว่ากันว่าสมัยนั้น พวกเงี้ยวยกทัพมารุกรานเมืองเชียงราย เจ้าเมืองเชียงรายได้ร้องขอกองกำลังจากเมืองเชียงใหม่ไปช่วยทำศึก เมื่อร่วมรบกันจนชนะพวกเงี้ยว ตอนยกทัพกลับ กษัตริย์เชียงรายมอบไพร่ฟ้าประชาชนให้มาด้วย ผู้คนที่พันนาภูเลาและมีความสามารถในการปั้นเครื่องชามสังคโลกติดทัพเชียงใหม่กลับมาด้วยประการเช่นนั้น

ฉะนั้น จึงไม่แปลกใจอะไรเลยว่า ในยุคปัจจุบันในบริเวณอำเภอแห่งนี้จะมีการขุดค้นพบเตาเผาและเครื่องชามสังคโลกโบราณจำนวนมากมายกระจายไปทั่ว

เมื่อผิดหวังกับพระสองรูปนั้น แต่ความมุ่งมั่นวิริยะของประหยัดไม่ลดลง ต่อมาเขาได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัด เพื่อให้ทางนั้นพิจารณาและสั่งการมา

การรับตอบจากเจ้าคณะจังหวัดมาถึงเขาอย่างรวดเร็วเกินคาด แต่ทางนั้นไม่ได้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพียงให้พระเลขาฯ โทร.มาแจ้งว่า ให้วัดในชุมชนตกลงกันเองจะเป็นเรื่องเหมาะสมกว่า

ดังนั้น เจ้าคณะจังหวัดไม่สั่งการอย่างแทรกแซงกิจการภายในตำบลป่าไม้เคียนเป็นอันขาด ประหยัดมึนชา พยายามขบคิดตริตรองอย่างถี่ถ้วน อะไรคือเหตุผลของเจ้าคณะจังหวัด

ในที่สุดพบว่า ไม่ใช่เรื่องอะไรที่จะต้องกลัดกลุ้มหรือหลากใจแม้แต่นิดเดียว ต้องอย่าลืมว่าเจ้าคณะตำบลนั่นคือใคร ท่านเป็นพระการเมืองและมีอิทธิพลสูงพอสมควร แล้วเจ้าอาวาสวัดผาซ้อนนั่นเล่า นั่นก็ศิษย์เอกของเจ้าคณะตำบล

แต่ถึงกระนั้น ประหยัดอดถอนใจและปั้นสีหน้าอมทุกข์ไม่ได้ การหวังความร่วมมือร่วมใจจากคนชุมชนในแห่งนี้ เพื่อกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม โดยเฉพาะประเด็นนี้ หวังได้ค่อนข้างยากมาก มันไม่เหมือนกับยุคสมัยนั้น การสร้างบ้านแปงเมืองเป็นไปอย่างกลมเกลียว

ดูอย่างวัดพันนานี้สิ เป็นเพราะความเสียสละของพวกเขาโดยแท้ ตามหลักศิลาจารึกบอกไว้ ในปีสองพันสามสิบเอ็ด ศรีสัทธรรมกุรมหาบรมจักรวัตติราชาธิราช (พญายอดเชียงราย) เจ้าเมืองพิงค์เชียงใหม่ได้แต่งตั้งให้หมื่นดาบรื่นมาสร้างวัด เมื่อได้รับคำบัญชา หมื่นดาบรื่นก็ขอเรี่ยวแรงจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้คนที่โยกย้ายมาจากพันนาภูเลานั่นแหละสร้างอาราม

และให้ชื่อวัดว่า โสสากัลละญาณมหนตาราม

บทความก่อนหน้านี้ของดีมีอยู่ : “เกมการเลือกตั้ง” ของเผด็จการในคราบประชาธิปไตย?! / ปราปต์ บุนปาน
บทความถัดไปปริศนาโบราณคดี : ไฉนบริเวณด้านหน้า ‘เวียงแก้วเชียงใหม่’ จึงมี ‘ศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก’? (จบ)