เช็กสต็อกหนังสือ : ระหว่างบรรทัด / LIFE FROM PLANET WORK / หนีตาย

เช็กสต็อกหนังสือ

กาสะลอง

ระหว่างบรรทัด บันทึกประวัติศาสตร์ มหากาพย์บัตรทอง ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ บรรณาธิการ จำนวน 263 หน้า ราคา 375 บาท

จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อย้อนรำลึกและบันทึกประวัติศาสตร์การก่อรูปโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือที่เราคุ้นชื่อในนามบัตรทองหรือ “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่จะเดินทางมาถึงปีที่ 20 ในปีหน้า โดยมีผู้อาวุโสอย่างอานันท์ ปันยารชุน และ นพ.ประเวศ วะสี ร่วมเขียนคำนิยม เชิดชูบทบาทการผลักดันของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) คนแรก และทีมงานซึ่งส่วนใหญ่คือทีมแพทย์ในชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งกว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ วันที่ประชาชนรู้สึกหวงแหนเป็นเจ้าของระบบ ก็ยังมีคนมองด้วยความเคลือบแคลงว่ามันเป็นแค่ประชานิยมหรือเป็นแค่เครื่องมือทางการเมืองของบางพรรค

ในเล่มกล่าวถึงจุดเริ่มต้นตั้งแต่หมอสงวนหนึ่งใน “คนเดือนตุลา” ต่อยอดความสำเร็จจากการไปช่วยกรมแรงงานก่อตั้งระบบ “ประกันสังคม” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงบประมาณแบบเหมาจ่ายรายหัวและเป็นหลักประกันสำหรับลูกจ้างในระบบ สู่การวางระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลที่มักทำเอาหมดเนื้อหมดตัว เมื่อนำเอาไปเสนอขายฝ่ายการเมือง หลายพรรคส่ายหน้าไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง จนมาเจอทักษิณที่รับไปเป็นนโยบายพรรคไทยรักไทยทันที รวมถึงการฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการกว่าจะวางระบบให้มั่นคง เพราะ “มันเป็นระบบที่ดีไซน์มาพร้อมกับการสร้างศัตรู แต่มี 47 ล้านคนเป็นพันธมิตร”

ยังมีบทสัมภาษณ์ของผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดัน เช่น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ และมุมมองด้วยความชื่นชมจากคนนอกอย่าง ศ.แอนน์ มิลส์ นักเศรษฐศาสตร์สุขภาพระดับต้นๆ ของโลก

ปิดท้ายด้วยปัจฉิมบทของ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ที่กล่าวเปรียบเทียบฝันงดงามของ “คนตุลา” อย่างหมอสงวนและคณะกับการลุกขึ้นมาประกาศฝันของเยาวชนยุค 2563 พร้อมตั้งคำถามว่า สังคมไทยจะให้โอกาสหรือเข่นฆ่าทำลายพวกเขา

LIFE FROM PLANET WORK สำนักพิมพ์ a books แพท บุญสินสุข ผู้เขียน จำนวน 269 หน้า ราคา 265 บาท

เรื่องราวจากประสบการณ์ในชีวิตจริงของนักร้องดัง แพท-สิระ บุญสินสุข ที่เล่าถึงความเฮี้ยน ความเพี้ยน ความห่าม การดิ้นรน ความมุ่งมั่น ความรักมั่นคงที่เขามีต่อเสียงดนตรีและอาชีพดีเจ รวมทั้งชีวิตผกผันที่พาเขาระเริงจนลืมตัว ตกต่ำ อ้วนเกินปกติจนขาดความมั่นใจ กลายเป็นคนเก็บตัว เก็บกดและเกลียดตัวเอง แล้วก็ได้พบความรักอีกครั้ง หลังจากที่รู้ว่าเพลง Never Say Never ที่เขาเปิดให้ตามคำขอของผู้หญิงคนหนึ่ง ได้ช่วยชีวิตเธอคนนั้นที่กำลังคิดฆ่าตัวตายไว้ได้ และเธอได้โทร.มาขอบคุณเขา

ชมพูนุท ดีประวัติ ในฐานะ บ.ก.เล่ม บอกว่า แม้แพทตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้มีประโยชน์กับคนที่อยากเข้าวงการบันเทิง แต่ความจริงตัวหนังสือของเขาสื่อสารกับทุกคน “เพราะเราทุกคนก็ฝัน ก็หวัง ก็พัง ก็ประกอบร่างขึ้นใหม่ วนเวียนเช่นนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ”

แต่สำหรับเจ้าตัวเอง ข้อสรุปสำคัญจากวงการบันเทิงที่เขาค้นพบและจะยืนยันคำตอบกับทุกคนตลอดไปคือ การที่ต้องมี “connection” ไม่ใช่ “inspiration” หรือแรงบันดาลใจตามที่เขาโฆษณากัน

หนีตาย สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ผู้เขียน จำนวน 88 หน้า ราคา 145 บาท

รวมเรื่องสั้นใหม่ 12 เรื่องของผู้เขียน ผลงานในวัย 75 ปีที่ยังไฟแรงทั้งในการเขียนหนังสือและบทบาทอื่นๆ ทั้งการเป็นวิทยากรและสอนหนังสือ เป็นผลงานที่ใช้เวลาช่วงเก็บตัวหลบภัยโควิดตั้งแต่ยกแรกซุ่มเขียน โดยยืนยันว่า “ไม่ใช่เพราะเหงา มิใช่เพราะไม่มีอะไรจะทำ แต่เพราะผมยังมีไฟอยู่”

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ ผู้รับหน้าที่เขียนคำนิยามจากบรรณาธิการ ยืนยันว่านิเวศน์ยังคง “ไฟแรง” เสมอต้นเสมอปลายมาตั้งแต่วัยหนุ่มกับบทบาทที่หลากหลาย และรวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุดนี้ ทุกเรื่องก็เขียนราวกับเป็นผู้ผ่านร่วมอยู่ในแต่ละเรื่องนั้น เป็นหนึ่งของตัวละคร ตามแต่จะคิดว่าเป็นใคร โดยเฉพาะเรื่อง “จงเอามันออกมา” ซึ่งถือว่าเป็นตัวตนของนักเขียนและเป็นพลังสำคัญที่นักเขียนต้องมีและนำมาเสนอต่อผู้อ่าน

ส่วนเรื่อง “หนีตาย” ที่นำมาเป็นชื่อปก ดูเหมือนสะท้อนตัวตนจริงของผู้เขียนได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เรื่องราวของนักเขียน นักวิจารณ์ที่ตอบรับมาแสดงบทโหด ต้องหนีตายจากการไล่ล่าของมือปืนรับจ้างฆ่าตามคำสั่งผู้มีอิทธิพล สุดท้ายก็ยังต้องสูญเสียลูกชายที่ร่วมต่อสู้กันมาที่เอาชีวิตเข้าแลกให้พ่อรอด ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจสภาพการทำงานจริงของกองถ่ายก่อนที่บทประพันธ์จะถูกถ่ายทอดเป็นผลงานในจอ ก่อนนำมาสู่ข้อสรุป

“ทุกประสบการณ์ของชีวิตเป็นวัตถุดิบที่ดีของคนเป็นนักเขียน…มันไม่ใช่แค่ในละครเลยนะ ชีวิตจริงๆ เราก็เห็นคนมีอำนาจทำสิ่งผิดๆ แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ไม่มีใครกล้าตรวจสอบ”

คํา คม คิด

“สหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็นว่า หากคุณปล่อยให้เรื่องสุขภาพเป็นไปตามกลไกตลาดเรื่อยๆ ก็จะมีกลุ่มอิทธิพล กลุ่มการเมืองหรือกลุ่มทุนอื่นๆ รวมตัวกันใหญ่ขึ้นเพื่อขัดขวางไม่ให้นโยบายหลักประกันสุขภาพเกิดขึ้น”

แอนน์ มิลส์ รองผู้อำนวยการและศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายด้านสุขภาพ ประจำ London School of Hygiene and Tropical Medicine ภายใต้ University of London

บทความก่อนหน้านี้ไทม์เอาต์/ Red Monster/งานหนักอึ้ง! ‘หงส์แดง’ กับภารกิจฝ่าวิกฤตฟอร์มสะดุด
บทความถัดไปอาณาจักรใจ / การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์/ทวีปที่สาบสูญ ผู้ชายที่นั่งหลังโต๊ะตัวใหญ่