เรื่องสั้น | คืนปีเสือ (2)

ย้อนอ่าน ตอนแรก

เวลาผ่านไปสามเดือนแล้ว ผู้ใหญ่และเด็กหนุ่มบรรลุข้อตกลงบางอย่าง ทั้งสองไปตรวจดีเอ็นเอ ความจริงรูปร่างหน้าตาก็ชัดอยู่ แต่ต้องตรวจเพื่อให้มันเป็นไปตามกระบวนการ

แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำกันได้ลำพัง เราย้ายมุมกล้องไปในวันที่เด็กหนุ่มมาหาผู้ใหญ่ ทันทีที่เด็กหนุ่มบอกว่าผู้ใหญ่เป็นพ่อ เมียของผู้ใหญ่ก็เดินออกมาพอดี

เธอรับรู้เรื่องนี้และขอคำอธิบาย

ผู้ใหญ่จนด้วยหลักฐานเพราะเด็กหนุ่มนั่นเหมือนแกอย่างกับรูปถ่าย เมียผู้ใหญ่ก็ไม่มีกังขา ผู้ใหญ่ก็เลยเล่าเรื่องแต่หนหลังให้ฟัง ตอนที่ตัวเองท่องไปตามป่าและติดตามชาวป่ากลุ่มนี้ไปนอนค้างอ้างแรม ถึงตอนสำคัญแล้ว ผู้ใหญ่ต้องพูดราวกับว่าตัวเองนอกใจเมีย ทั้งที่ตอนนั้นยังโสด แต่เรื่องที่จะบอกมันน่าอายและน่าแคลงใจ รับผิดครั้งหนึ่งอาจหมายความว่าตัวเองอาจทำผิดครั้งอื่นด้วย ไม่มีหนทางปฏิเสธเช่นกัน เพราะผู้ใหญ่กับเมียอยู่กันมายี่สิบกว่าปีก็ยังไม่มีลูกเลยสักคน ตลอดเวลาเมียคิดว่าแกไม่เคยนอกใจเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง ผู้ใหญ่ไม่เคยนอกใจเมียเลย เรื่องที่จะบอกวันนี้จึงถือว่าหนักหนา ต่อจากนี้ชีวิตแกคงมาถึงจุดเปลี่ยน ความไว้วางใจระหว่างแกกับเมียจะหมดไป แต่นั่นแหละจะทำอย่างไร เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าพาแกย้อนไปในวัยหนุ่ม และการที่ผู้ชายอย่างแกไม่มีลูกสืบสกุลมันปวดใจแค่ไหน นั่นเป็นสิ่งที่แกคับข้องใจมาหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้ ดูตรงหน้าสิ ดีเอ็นเอของผู้ใหญ่ปรากฏชัดในใบหน้าของเด็กหนุ่ม ผิวขาวแบบนี้ ตาตี่แบบนี้ แค่ยอมรับกับเมีย แกจะได้ลูกชาย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

เมียร้องไห้และไม่พูดกับผู้ใหญ่ตลอดสามเดือน เด็กหนุ่มแวะเวียนมาสองครั้ง ผู้ใหญ่แทบจะกราบขอร้องเมีย อธิบายให้ฟังว่าสมัยหนุ่มแกใช่ว่าจะเหลวไหลที่ไหน โตมาในค่ายนี่ก็ไม่มีสหายผู้หญิงให้เจ้าชู้ใส่หรอก รักใครชอบใครก็เขียนจดหมายแล้วก็ต้องบอกผู้ใหญ่ กว่าเรื่องจะผ่านความเห็นชอบกว่าจะได้แต่งงาน แต่แกโชคร้ายกว่านั้น ไม่มีผู้หญิงคนไหนให้แกแต่งด้วย เพราะแกเอาแต่ออกหน่วยตั้งกองในป่าหาเสบียง วัยหนุ่มกลัดมันจนแทบจะเอาลิงมาทำเมีย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หน้ามืดไปเอาสาวชาวป่าพวกนั้น เพียงแต่มันมีเรื่อง

ตอนนั้นแกช่วยหนุ่มชาวป่าไว้คนหนึ่ง ช่วยให้พ้นจากการตกน้ำ ปกติชาวโอรังอัสลีไม่ถูกกับน้ำอยู่แล้ว เพียงแต่วันนั้นเขาพลาดตกลงไปเอง น้ำก็ไม่ลึกแต่ชาวป่าตกใจโวยวาย เมียสาวของเขาก็ยืนนิ่งเฉย พอเขาลงไปช่วยขึ้นมาได้ ชาวป่าก็ตอบแทนเขาด้วยการยกเมียของตัวเองให้

จริงอ่ะ เมียทำหน้าไม่เชื่อ จริ๊ง ผู้ใหญ่ทำเสียงสูงภาษาไทยกลางชัดเจน ชาวป่ามีเรื่องแบบนี้บ่อย แต่ตอนนั้นผู้ใหญ่ไม่รับหรอก พวกเขาก็ได้เป็นเพื่อนกันแทน แต่ผู้ใหญ่ไม่รู้ว่าคำพูดของชาวป่าสลักแน่นไม่ถอน ให้ไปแล้วก็ต้องให้ ผู้ใหญ่ก็เลยรับสาวชาวป่ามาหนึ่งคืน รุ่งเช้าแกก็ขอตัวกลับ แล้วก็ไม่พยายามแวะเข้าไปอีกเลย นี่เพิ่งนึกเรื่องราวได้ก็ตอนนี้เอง

โกหก เมียว่า เล่าเรื่องโกหกทำไม นี่ถ้าแค่บอกว่าเผลอไผลหัวใจไปในวัยหนุ่มยังดูน่าเชื่อกว่านี้ ผู้ใหญ่ได้แต่เกาหัว คนเราไม่ชอบฟังเรื่องจริง ชอบฟังเรื่องที่ตัวเองอยากได้ยิน

ผู้ใหญ่อาจจะยังไม่รอดพ้นคดี แต่เมียก็รับรู้แล้วว่าผู้ใหญ่ไปทำอะไรมาบ้างในวัยหนุ่ม มันทำให้ความระแวงสงสัยเกาะกุมหัวใจ แน่ใจได้อย่างไรว่าตอนนี้ผู้ใหญ่ไม่ไปเผลอใจเผลอตัวให้ใครอีก กำแพงของความไว้เนื้อเชื่อใจพังทลายลง เมียผู้ใหญ่มองเด็กหนุ่มที่อ้างเป็นลูกผู้ใหญ่แล้วก็พอจะถูกชะตาอยู่บ้าง จริงอย่างที่ผู้ใหญ่ว่า ทั้งสองไม่มีลูกด้วยกัน ช่องว่าถ่างออกไปไม่ยึดโยง บางทีเด็กหนุ่มนี่อาจจะเข้ามาถมที่ว่างตรงนั้น

ให้ผลตรวจดีเอ็นเอออกมาก่อนค่อยคุยกัน เห็นแก่เด็ก จะพักรบไว้ก่อน

ผู้ใหญ่โล่งอก นึกถึงวันที่จะเซ็นชื่อยินยอมเป็นบิดาแล้วก็ครึ้มใจ เป็นพ่อคนมันอย่างนี้นี่เอง ตอนนั้นอาจจะจัดงานฉลองเสียหน่อย แต่ระหว่างนี้ผู้ใหญ่ต้องนอนนอกห้อง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเมีย เป็นคล้ายนักโทษที่โดนกักตัว คาดโทษไว้รอลงอาญา

ปีนักษัตรวนรอบมาเป็นปีเสือ เป็นเสือไฟตามคำทำนาย ผู้ใหญ่ก็เลยคิดจัดงานสมโภชรูปปั้นเจ้าพ่อเสือ ตอนนั้นศาลเจ้าพ่อเสือใกล้จะเสร็จแล้ว เสือตัวใหม่ถูกปั้นแทนเสือตัวเก่า ช่างฝีมือถูกจ้างมาจากในเมือง มีคณะลิเกประชันกับมโนราห์ ผู้ใหญ่ห้ามส่งเสียงดัง แกไม่ชอบเสียงดัง รู้กันอยู่

ศาลเจ้าพ่อเสือได้เงินสนับสนุนจาก ศอบต. แล้วมหรสพก็ได้จากวัฒนธรรมจังหวัด พวกเขาติดต่อหนังเต็งสาคอมาให้ แต่หนังเต็งถูกห้ามแสดงไปแล้ว คณะกรรมการอิสลามท้องถิ่นบอกว่าหนังเต็งทำผิดฮาดิษ การกระทำศิลปะร้องรำไม่สามารถทำได้ การยกเครื่องบูชาและถือเอาสิ่งสมมุติอื่นเหนือพระเจ้าเป็นความผิด บรรดาคนหนุ่มลูกศิษย์ก็ฝึกต่อไม่ได้ พวกเขาก็เลยไปหาลิเคฮูลู แต่ก็ไม่มีวงไหนกล้าเล่น คนในหมู่บ้านโหวตกันว่าอยากดูงิ้ว ตกลงก็เลยได้มาทั้งหมด ลิเก งิ้ว และมโนราห์

ชาวฮาลาที่กิโลเมตรที่ 32-38 ไม่มีใครมาดูอยู่แล้ว มีแต่ฟาฮัดที่แอบมายืนซุ่มอยู่ไกลๆ

เช้าวันนั้นน้ำค้างเพิ่งแห้ง แสงแดดอ่อนส่องลอดใบไม้ ที่ราวป่าไม่ไกลจากรูปปั้นเสือ ร่างที่ยืนสี่ขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนสองขา ขนตามตัวหดกลับไป ไม่ใช่พวกโอรังอัสลีแน่ เขามีผิวปกติดำแดงแบบคนถิ่น หน้าคม เขาเก็บหางไว้ใต้กางเกงเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาจากป่า เข้าไปยืนมองรูปปั้นเสือแล้วก็บอกช่างว่า มันไม่ใช่เสือ

“อะไรนะ ตัวว่าอะไรอีก”

“เขาเขียนว่าอะไร ศาลฮาลอ”

“ฮาลอไม่ใช่เสือเหรอ”

“เสือคน เหมือนโอรังอัสลี คนป่า”

“ก็ถูกแล้วนี่”

ใช่ๆ แต่ฮาลอไม่ใช่เสือ

ช่างไม่สนใจ เขาเจอเรื่องยากพอแล้ว ตั้งแต่เมื่อเช้ามาแล้วที่เขามาทำงานปกติ เสือของเขาเหลือแค่ทาสี มันเยื้องย่างอย่างสง่าบนฐานสี่เหลี่ยม เขากำลังจะลงมือทาสี แล้วก็สะดุ้งตกใจเมื่อเสียงประทัดดังรัวๆ ตกใจจนหน้าซีดกว่าจะรับรู้ว่าห่างออกไปสองวา ที่พงรกนั้นมีเครื่องเซ่นไหว้ดอกไม้และป้าคนหนึ่งยืนอุดหูมองประทัดอยู่ สอบถามว่าเกิดอะไรก็ได้ความว่าแกมาแก้บน แกเป็นคนไทยพุทธอยู่หมู่บ้านข้างนอก คืนก่อนนิมิตฝันเห็นเสือตัวใหญ่ยืนสองขามาบอกสูตรยารักษาไข้ของลูกชายแก แกตื่นมาแล้วจดตัวยาเอาไปให้ร้านคนจีนในเบตง ตอนนี้ลูกชายลุกนั่งได้แล้ว แกก็ต้องมาแก้บน ทั้งที่ไม่เคยมาที่นี่ แต่ในฝันนั้นเห็นชัดว่าเป็นที่นี่ พอมาถึงก็เห็นรูปปั้นเสืออยู่จริง

ตอนนั้นผู้ใหญ่ถือปืนวิ่งออกมา บ้านแกอยู่บนเนินสูงโน้น แต่แกวิ่งลงมาอย่างกับเหาะ ตรงเข้ามาสอบถามว่าใครจุดประทัด นี่ไม่รู้กฎกันเลยใช่ไหม บ้านเมืองยุคทหารปกครองเขาห้ามทำเสียงดัง ห้ามครอบครองปืนและประทัด ต้องให้บอกกี่ครั้ง แต่พอรู้ว่าเป็นคนจากเบตงมาเองผู้ใหญ่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

“ที่ยะลาเพิ่งมีระเบิดในตลาด ใกล้แผงขายหมูเมื่อเช้านี้” มือจุดประทัดบอก

“แล้วยังไง ก็ระเบิดกันประจำ” ผู้ใหญ่ตอบไปแบบยังงงกับคำบอกเล่านั้น

“ไหนว่าห้ามทำเสียงดัง”

นั่นสิ ผู้ใหญ่นึก กำลังจะบอกว่านั่นมันเรื่องข้างนอก แต่ก็นึกออกว่านายกก็สั่งห้ามทำเสียงดังเหมือนกัน แต่ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าบอกกฎของแกให้ฟัง เฉพาะในพื้นที่ของแก คุณป้ายังบ่นว่าไม่จุดประทัดแล้วจะแก้บนอย่างไร ผู้ใหญ่คำรามเหมือนเสือ บอกว่าไม่ได้ห้ามจุด แค่ห้ามทำเสียงดัง หาประทัดที่ไม่มีเสียงมาจุดเอาก็แล้วกัน แล้วแกก็สะพายปืนเดินกลับขึ้นบ้านไป

ช่างปั้นลงมือทำงานต่อ ป้าคนเดิมก็ขว้างส้มใส่หัว อะไรของแกอีกละ

“มึงไปยุ่งอะไรกับเสือนั่น เดี๋ยวท่านก็ขบหัว” แกตะโกนบอก

“อ้าว ทาสีไง”

“เสือเจ้าพ่อ มึงไปแตะต้องเดี๋ยวท่านก็ลงโทษเอาหรอก”

“อ้าว นี่ผมปั้นเอง”

“แต่ท่านศักดิ์สิทธิ์แล้ว มึงหยุดพูดเดี๋ยวนี้ว่าปั้นเอง เทพเขาจุติ ไม่ใช่มนุษย์ปั้นหรอก”

ช่างปั้นมองหน้าเสือ แหมท่าน วันก่อนยังเป็นโครงเหล็ก ผมปั้นปูนพอกลงไปหน่อยเดียว วันนี้ศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ไม่บอก ช่างปั้นยอมถอยออกมาจากเสือ ทำเป็นยอมแพ้ ยกมือไหว้เสือที่ยังไม่ลงสีนั้นแล้วออกมานั่งใต้ร่มไม้ เดาว่าสักพักคุณป้าคงกลับไป ค่อยลงมือทำงานตอนนั้น

แล้วพองานลงสีใกล้เสร็จ ก็มีหนุ่มนี่มาว่ามันไม่ใช่เสืออีก

ไอ้หนุ่มนี่ ช่างปั้นหันไปมอง แต่เด็กหนุ่มไม่ได้อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว

รูปปั้นเก่ายังอยู่ใกล้ๆ กัน เล่าว่านานมากแล้วเด็กหนุ่มในค่ายปั้นเอาไว้ เวลาไม่ชัดเจนแต่หลังจากที่มีข่าวว่าคนของหมู่บ้านฮาลาห้าคนเดินทางมาเจรจานั่นแหละ หรือจะหลังจากที่พวกเขาลงคะแนนโหวตชำแหละเสือทำอาหาร (พรรคคอมมิวนิสต์ของเขามีความเป็นประชาธิปไตยพอสมควร ผู้ใหญ่โม้) เด็กหนุ่มปั้นเสือขึ้นโดยที่ไม่มีใครทราบที่มา เขาอาจปั้นขึ้นจากความขบขันขี้เล่นหรือเกรงกลัววิญญาณเสือที่พวกเขาเพิ่งกินไป รูปปั้นห่างไกลคำว่าสมบูรณ์ มันไม่ได้เหมือนเสือ มันมีจมูกเหมือนหมู ใบหูก็แหลมเรียว เขี้ยวเล็บยังพอเป็นเสือ แต่ส่วนอื่นๆ ของมันเหมือนเอาสารพัดสัตว์มายำใส่ลงไป เป็นเสือลูกผสม หลังจากนักท่องเที่ยวถ่ายรูปเสือแล้วเอาไปโพสต์ให้เป็นที่ขบขัน คณะกรรมการหมู่บ้านออกเสียงลงมติอีกครั้งว่าควรจะทุบทิ้งหรือปั้นใหม่ เสียงแตกเป็นสองฝ่าย คณะกรรมการรับหลักการทั้งสองเป็นแนวทาง ปั้นใหม่โดยเหลือของเดิมไว้ ตอนนี้ของเดิมก็เลยตั้งอยู่ไม่ห่างกัน รอวันย่อยสลายไปเอง

ช่างปั้นหันไปมองรูปเสือตัวเก่า แล้วก็เห็นเด็กหนุ่มคนนั้นนั่งบนหลังรูปปั้น นั่งไขว่ห้างหันมองไปทางอื่น เหมือนจะครุ่นคิด ช่างปั้นเห็นดังนั้นก็เลยเรียกว่าเฮ้ย นั่นมันเจ้าพ่อนะ

เด็กหนุ่มหันมามองช่างปั้นทีหนึ่ง แล้วแยกเขี้ยวยิ้ม ตาแดงก่ำแต่แฝงแววซุกซน หนวดแข็งๆ สีขาวกระดิก ก่อนกระโดดแผล็วลงในพงรกใกล้ๆ แล้วกระโจนควบสี่เท้าหายไปในสุมทุมพุ่มไม้ เห็นแต่หางชี้ไวๆ

ช่างปั้นยืนขี้เยี่ยวเต็มกางเกงอยู่ตรงนั้นทั้งวัน

เมียยอมรับข้อเสนอของผู้ใหญ่และยอมให้เด็กไปตรวจดีเอ็นเอ แต่เธอก็งอนแล้วขังตัวเองในห้องไม่ไปไหน ผู้ใหญ่กลุ้มใจนอนอยู่ในห้องรับแขกไม่ได้ ในพื้นที่หลายพันไร่นี้ถึงไม่ได้เป็นเจ้าของทั้งหมดแต่แกก็เคยเดินมาทั่ว ไม่มีตรงไหนที่เหยียบย่างไปไม่ได้ แม้แต่พื้นที่อันตราย ดินแดนของบาเตาะกินคนแกก็เคยไปเดินมาจนปรุ คนมีหางที่จับคนไปกินนั้นขุดหลุมแล้วหลบอยู่ในนั้นไม่ออกมา สิ่งลี้ลับในป่านี้ก็ไม่เคยกลัว แต่เหลือเชื่อ บัดนี้ ห้องขนาดสามคูณสามเมตรแกยังเหยียบย่างเข้าไปไม่ได้ ผู้ใหญ่หลบหนีความช้ำใจโดยการขับรถออกไปนอนเล่นที่ศาลาริมถนน ทำทีว่าไปดักคนเข้าออกอยู่ข้างนอก ดูว่าจะมีเหตุร้ายอะไรบ้าง

ตอนนั้นงานสมโภชเจ้าพ่อเสือดำเนินมาหลายคืนแล้ว ผู้ว่าฯ และแม่ทัพมาเปิดงานและกลับไปแล้ว คืนต่อๆ มามีคนเข้ามาเที่ยวกันไม่มาก แต่มหรสพทั้งสามก็ประชันกันสุดฤทธิ์ งิ้ว ลิเกและมโนราห์อาจจะไม่ถูกปากคนแถวนี้ แต่ในเมื่อเขาจัดมาแล้วก็ต้องกิน คนที่มาดูนอกจากคนหมู่บ้านใกล้ๆ แล้วก็ยังมีนักท่องเที่ยวนั่งรถทัวร์มาบ้าง มาจากมาเลเซีย พักที่เบตงแล้วก็เลยมาเที่ยวงานที่นี่ พรรคพวกสหายต่างพรรคที่อยู่อีกหุบเขาก็มาเยี่ยมด้วย พวกเขาสวมหมวกทหารกลม จำกันง่าย ผู้ใหญ่เป็นแบบมีเหลี่ยม ไว้หมายกันเผื่อลาดตระเวนในป่าสมัยก่อน แต่ไม่เจอกันหรอก คนละพื้นที่ วันนี้เป็นเพื่อนที่ไม่สมาคมกัน แต่ฝ่ายจังหวัดจัดเชื่อมสัมพันธ์กัน นอกจากนั้นชาวมุสลิมก็มาบ้าง แต่ไม่มีใครอยู่ดูมหรสพ นี่ก็ทางจังหวัดจัดมา ทั้งหมดถ่ายรูปรวมกันแล้วก็ปล่อยตัวใครตัวมัน

ลิเกมีพระเอกหน้าหวานเป็นตัวชูโรง ถูกกำชับมาว่าให้เล่นเรื่องสังข์ทอง มโนราห์มีนางเอกแขนเด้งอ่อนช้อยชวนหลงใหล ตั้งโรงคนละมุมกันห่างไกลจนเสียงไม่รบกวนกันมาก มีที่หลับที่นอนมากันเอง พร้อมสำหรับการออกเร่ ลิเกมาจากพิจิตร งิ้วมาจากกรุงเทพฯ มโนราห์หามาจากพัทลุง ทั้งสามโรงใช้ห้องน้ำที่เดียวกัน มีโอกาสเจอกันบ้าง ไม่ตั้งตัวเป็นศัตรู ยิ่งไปกว่านั้น พระเอกงิ้วและพระเอกลิเกก็หลงรักนางมโนราห์ จนมีข่าวว่าทั้งสองหนุ่มมองหน้ากันข้างห้องน้ำแล้วพูดข่มกันเบาๆ อีกวันก็มีข่าวว่าสองหนุ่มท้าดวลกันบนเวที ขณะลิเกเล่นเรื่องสังข์ทอง พระเอกในชุดพระสังข์กำลังเรียกเนื้อ กวนอูก็รำทวนบนเวทีโน้นแล้วตะโกนรบกวน ผู้ใหญ่ได้รับเรื่องร้องมาบ้างแต่ยังไม่ได้จัดการอะไร ตราบที่ทั้งหมดยังแสดงกันปกติและไม่ยิงปืนก็ไม่ใช่ธุระของแก

คืนนั้นหลังมหรสพเลิก ผู้ใหญ่ขับรถไปนอนเล่นที่ศาลาหมู่บ้าน ผูกเปลที่ต้นไม้ใกล้ๆ ศาลาตามแบบทหารป่า นั่งรับลมแล้วก็หลับไปสักสองชั่วโมง ตื่นเพราะทนยุงกัดไม่ไหว ตรงนั้นเมื่อก่อนเป็นศาลารอรถ มีรถสองแถวโดยสารวันละเที่ยว ตอนนี้ก็ยังวิ่งอยู่แม้คนจะมีรถของตัวเองกันเยอะแล้ว ผู้ใหญ่ตื่นมาแล้วพบว่ามีคนนั่งอยู่สองคน เป็นผู้ชายกับผู้หญิงแน่นอนแม้จะอยู่ในเงามืด ผู้ใหญ่มาพบเรื่องยุ่งยากใจเข้าแล้ว หนุ่มสาวอาจจะมาจู๋จี๋ อาจจะเป็นลูกหลานใครมาแอบทำเรื่องไม่ดี ด้วยหน้าที่แกก็ต้องเข้าไปเจรจา ทั้งยังเกรงใจหนุ่มสาว คนจะมีความสุขกันจะขวางก็เป็นบาป แกก็เลยยังนอนนิ่ง หนุ่มสาวก็อาจจะไม่รู้ว่ามีคนนอนอยู่ ต้นไม้ที่ผูกเปลอยู่ก็มืดพอสมควร ตอนนั้นใกล้สว่างแล้ว แกนอนนิ่งเงียบฟังหนุ่มสาวพูดคุยแล้วก็จับเรื่องราวได้จนรู้ว่าเป็นใคร พอรู้ว่าสองหนุ่มสาวนั้นเป็นใครแกก็แกล้งกระแอมสองครั้ง แกล้งทำเป็นละเมอให้พวกเขารู้ว่าแกอยู่ตรงนี้ จากนั้นก็เห็นสองหนุ่มสาวเดินออกไปจากศาลา

เช้ามืดวันนั้นแกขับรถกลับเข้าไปในหมู่บ้าน ศาลเจ้าพ่อเสือกำลังวุ่นวาย เห็นผู้ใหญ่เดินมาพวกนั้นก็กรูเข้ามาร้องเรียนทันที ลิเกร้องไห้ระงมทั้งคณะบอกว่าพระเอกหายตัวไป ถูกเจ้าพ่อเสือลงโทษไปแน่นอน มโนราห์ก็คร่ำครวญ นางมโนราห์หายไปแล้ว เจ้าพ่อโกรธใช่ไหม กวนอูทำตาแดง พูดอะไรไม่ออก จุดประทัดสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวบนเจ้าพ่อเสือให้ยกโทษให้ทั้งสอง พระเอกงิ้วคิดไกลกว่านั้นแต่ไม่ได้พูดออกมา

ผู้ใหญ่บอกว่าไม่ต้องคร่ำครวญ ฉันเห็นทั้งพระเอกลิเกและนางมโนราห์นั่งรอรถที่ศาลาโน่นแน่ะ ทั้งสองหนีตามไปแล้ว เพราะตัณหาหรือความรักก็แล้วแต่จะพูด ไม่ใช่เจ้าพ่อเสืออะไรนี่หรอก

ตกลงว่าคืนต่อมาลิเกก็รำเงียบๆ โดยไม่มีพระเอกตัวจริง คนที่เล่นเป็นเจ้าเงาะมีโอกาสล้างเนื้อล้างตัวถอดรูปเงาะมาสวมชุดทอง มโนราห์ก็รำไปอย่างนั้นโดยไม่มีใบหน้าผ่องของโนราคนสวย รำไปอย่างนั้นจนครบเจ็ดวัน ตอนนั้นงิ้วก็แสดงไปโดยไม่มีกวนอู พระเอกแต่งหน้าแดงเป็นกวนอูแล้วก็นอนร้องไห้ไม่ยอมแสดง น้ำตาไหลแต่งหน้าใหม่กี่ทีก็ลอกหลุด ทุกคนคิดว่าเขายังร้องไห้อยู่ข้างหลัง กว่าจะรู้เรื่องรู้ราวก็หลังเสร็จงานคืนนั้น กวนอูหายไปแล้ว วุ่นวายกันอีกพัก ผู้ใหญ่ทราบเรื่องแล้วบอกว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยดำเนินการ ตอนนี้มืดทำอะไรไม่ได้เลย

พอถึงรุ่งเช้า กวนอูก็โผล่หน้าสีแดงที่เลอะเทอะกลับมาถึงโรงงิ้ว เอะอะตะโกนลั่นว่าเสือ เสือ

ทุกคนมารวมตัวแล้วก็ทราบเรื่องราวว่ากวนอูออกตามหาทั้งสองคนนั่น แล้วก็ไปเจอศพพระเอกลิเกนอนอยู่ในป่า ท้องแตกเครื่องในหาย ถูกเสือกินแน่นอน

คราวนี้ก็เกิดเหตุวุ่นวายหลายเรื่อง กวนอูก็ต้องถูกกันตัวเป็นพยานและเป็นผู้ต้องสงสัยด้วย เขาหาศพเจอได้อย่างไรและไปที่นั่นทำไม ต้องสอบสวนกันหนัก จากนั้นผู้ใหญ่ก็จัดตั้งทีมเพื่อออกไปดูศพ ก่อนเข้าไปเคาะประตูเมีย เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านประตูที่ปิด เล่าไปจนจบเมียก็เปิดประตู

เอาเถอะ ผู้ใหญ่ต้องยืนยันว่าไม่ได้ไปนอกใจที่ไหนอีก ไม่มีเด็กคนอื่นมาขอใบรับรองอีก

ไม่มีจ้ะ พี่ไม่มีใครอีก นอกใจเมียแค่ครั้งเดียว

ครั้งเดียวก็เจ็บนาน อย่าคิดว่าจะให้อภัยนะ โทษครั้งนี้ติดตัวไว้ รอลงอาญา ระวังอย่าผิดซ้ำ ความจริงเธอสงสารผู้ใหญ่ที่มีศึกหลายด้าน ตามประสาเมียที่ดี ยอมผ่อนปรนให้ศึกลดลงไปสักด้าน ให้ผัวได้ทำหน้าที่

ไม่มีใครเห็นว่าฟาฮัดมาซุ่มดูทุกคืน เขาไม่เข้าไปในงาน แต่แอบอยู่ในมุมมืด

บทความก่อนหน้านี้สุรชาติ บำรุงสุข | Strategic Shocks! ไม่แน่นอน-ไม่คาดคิด
บทความถัดไปคณิต ณ นคร : เมื่อประธานชมรมข้าราชการอัยการบำนาญ ส่งสารถึงอัยการสูงสุด (1)