เรื่องสั้น | เรื่องรักและความป่วยไข้ร่วมสมัย

วันนี้คงเป็นวันมงคลฤกษ์ดีดิถีเรียงหมอน เฟซบุ๊กมีแต่ภาพคู่บ่าว-สาว ส่วนใหญ่หนักไปทางเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวที่แต่งชุดในโทนสีเดียวกัน

“เมื่อไหร่จะแต่งงาน” ผมถามแก้มทุกครั้งเมื่อเห็นภาพเธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวในเฟซบุ๊ก

“ยังหาเจ้าบ่าวไม่ได้เลย” เป็นคำตอบเดิมๆ ทางช่องแชต “ไม่รู้ชีวิตนี้จะได้แต่งมั้ย”

เราเลิกกันเกือบห้าปี หลังจากที่ผมไม่มีคำตอบให้เธอ

“เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกัน”

แก้มมาอยู่กับผมที่คอนโดฯ เกือบสี่ปี วันดีคืนดีจะให้ผมหอบเงินแสนไปให้พ่อ-แม่เธอ เพียงเพื่อสวมชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว แล้วกลับมานอนกันเหมือนเดิม มันเป็นพิธีกรรมที่แพงเกินไป นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในขณะนั้น

“เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกัน” ผมจำไม่ได้ว่าเธอถามครั้งที่เท่าไหร่

เมื่อหมดความอดทนที่จะรอคำตอบ เธอจึงไปถามหาคำตอบจากผู้ชายคนอื่น

เธอคงคิดว่าการแต่งงานคือความมั่นคง

เธอลืมคิดไปว่า ผู้ชายที่เธอไปถามหาคำตอบหลังจากผม เขาก็แต่งงานแล้ว และยังไม่ได้หย่ากับภรรยา

แก้มแอบคบหากับผมทั้งที่ยังไม่ได้เลิกกับแฟนเก่าด้วยซ้ำ

เมื่อนอนกันหลายๆ ครั้ง ผมกลับเป็นฝ่ายหึงหวงเธอ อยากให้เธอเป็นของผมคนเดียว บางครั้งมีปากเสียงและถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

สุดท้ายเธอเลือกผม เธอเลิกกับแฟนเก่า แลกกับคำสัญญาว่าผมจะเลิกกับภรรยา

“เมื่อไหร่พี่จะหย่า” ผมจำไม่ได้ว่าเธอถามครั้งที่เท่าไหร่

ผมบอกให้รอ เธอคงเบื่อที่จะรอ เธอจึงออกไปจากชีวิตผม

ผมไม่อยากเลิกกับภรรยาเพื่อแลกกับเรือนร่างที่ได้เชยชมมาเกือบสองปี และชายอื่นเคยเชยชมมาก่อน

ผมสงสารภรรยาและไม่รู้จะมองหน้าลูกยังไง

แก้มเป็นครูของลูกสาวผม

แต่เมื่อแก้มจากไป เธอเอาความสุขจากชีวิตผมไปด้วย

แม่สั่งเด็ดขาดให้ผมเลิกยุ่งกับแก้ม ทั้งที่เราวางแผนอนาคตร่วมกันว่าเมื่อผมเรียนจบเราจะแต่งงานกัน

แม่บอกว่ารับไม่ได้ที่จะมีลูกสะใภ้อายุแก่กว่าผมเกือบสิบปี ผมพยายามอธิบายว่าไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน แก้มก็เป็นข้าราชการมีเงินเดือน แก้มรักและดูแลผมอย่างดีตลอดหนึ่งปีที่คบกัน ซึ่งแม่ก็รู้ แม่ก็เห็น

“ก่อนจะมาได้กับแก รู้มั้ยมันมีผัวมาแล้วกี่คน” แม่ว่า “ลูกของแม่เลี้ยงมาดีๆ แม่ไม่ยอมให้ได้ผู้หญิงแบบนี้มาเป็นเมีย”

ตอนผมเรียนอยู่ ม.2 แก้มเป็นครูฝึกสอน แต่ไม่ได้สอนห้องผม ตอนนั้นผมเพียงขอเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊ก แค่ตามกดไลก์ แต่ไม่เคยคุยกัน

เราเป็นแฟนกันตอนผมเรียนอยู่ปีสาม ผมแชตไปปรึกษาเรื่องหัวข้อวิจัย ไปๆ มาๆ เราคุยกันได้ทุกเรื่อง และตกลงเป็นแฟนกัน

ผมเรียนจบยังไม่ทันได้รับปริญญา แม่ก็ไปขอผู้หญิงที่แม่คิดว่าเหมาะสม และจัดงานแต่งงานให้

ภรรยาของผมเธอสาว แม้จะสวยน้อยกว่าแก้ม แต่ผมก็รักเธอ

หลังจากแต่งงาน ผมไม่ได้ติดต่อแก้มอีกเลย

“เราไม่เคยทำร้ายโลก ทำไมโลกถึงทำร้ายเรา” ผมเห็นแก้มโพสต์สเตตัสล่าสุด

ผมแอบชอบแก้มมานาน ตั้งแต่แก้มเป็นครูฝึกสอน ตอนนั้นผมเพิ่งบรรจุเป็นครูพละ แก้มสอนวิทยาศาสตร์ เคยคุยแต่ไม่สนิทกัน

ผมรู้ว่าแก้มมีแฟน แต่ไม่รู้ว่าคือใคร ดูจากสเตตัสหลายปีที่ผ่านมา เธอคงไม่สมหวังเรื่องความรักนัก

“เราจึงไม่ควรทำร้ายตัวเองซ้ำ” ผมเขียนไปในช่องคอมเมนต์ เธอกดไลก์

“เป็นอะไรครับ ทำไมโพสต์เศร้าจัง” ผมทักไปทางกล่องข้อความ

“เหมือนที่โพสต์” เธอตอบ

“ประชากรโลก 7,700 กว่าล้านคน บางทีโลกคงทำไปโดยไม่รู้ตัว” ผมบอก “โลกรู้ โลกคงเศร้าที่เผลอทำร้ายแก้ม”

“อยากจะหัวเราะ แต่ตอนนี้มันหัวเราะไม่ออก” เธอบอก

“ร้องไห้ก็ได้ครับ ผมจะร้องไห้เป็นเพื่อน” ผมบอก

“จริงเหรอคะ” เธอว่า “คนที่จะร้องไห้เป็นเพื่อนเราได้ ในชีวิตจริงคงหาได้ไม่ง่ายนัก”

“คนที่ร้องไห้กับเราได้ แสดงว่าเขาต้องรักเรามาก” ผมบอก

“พี่เคยร้องไห้กับใครมั้ย” เธอถาม

“พูดตามจริงนะ ตั้งแต่โตจำความได้ ยังไม่เคยร้องไห้เลย” ผมบอก

“แก้มก็เหมือนกัน” เธอว่า “สงสัยเพราะเราไม่เคยมีน้ำตา เลยไม่น่ารัก ไม่น่าสงสารเหมือนผู้หญิงคนอื่น”

“เราคงมีอะไรคล้ายๆ กัน” ผมว่า

“ผู้ชายส่วนใหญ่เป็นโรคแพ้น้ำตา” เธอว่า “แก้มไม่เคยมีน้ำตา จึงไม่ถูกเลือก”

“เราอย่าเป็นตัวเลือกของใครเลยครับ” ผมบอก “เป็นตัวของเราเอง หรือเป็นฝ่ายเลือกจะดีกว่า”

“จริงสินะ” เธอว่า

“วันไหนแก้มมีสิทธิ์เลือก อย่าลืมพิจารณาผมนะ”

“ค่ะ ต่อไปแก้มจะเป็นฝ่ายเลือก”

สุดท้ายเธอเลือกที่จะแต่งงานกับผม ผมไม่เคยถามเรื่องอดีตของเธอ อดีตของเธอหายไปพร้อมกับการลบบัญชีเฟซบุ๊ก ผมจึงลบอดีตของผมไปพร้อมกับบัญชีเฟซบุ๊กเช่นเดียวกัน

เราสัญญาว่าเราจะสร้างโลกใบใหม่ด้วยกัน และจะไม่ยอมให้โลกทำร้ายใคร

แก้มกลับมาหาผมตอนทะเลาะกับสามีหลังจากแต่งงานไปได้หกเดือน คงเหมือนที่มีคนเคยว่าไว้ ผู้หญิงจะไม่มีวันลืมผู้ชายคนแรก

“หลังแต่งงานสองเดือน เขาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน” แก้มบอก

“เพราะอะไร” ผมถาม

“ไม่รู้ อารมณ์แปรปรวนง่ายมาก เขาคงมีปมบางอย่างในใจ”

“ยังไง”

“ตอนมีอะไรกัน เขาชอบถาม และให้เล่าเรื่องตอนมีอะไรกับแฟนเก่า”

“แล้วเล่ามั้ย”

“แรกๆ ก็ไม่เล่า พอเขาถามบ่อยๆ จึงยอมเล่า”

“เล่าทำไม”

“เขาจะมีอารมณ์มากตอนแก้มเล่า เหมือนกระตุ้นอารมณ์แล้วเขาจะเสร็จ”

“แล้วไงต่อ”

“หลังจากนั้นก็จะเอาเรื่องพวกนี้มาหาเรื่องทะเลาะ เรียกแก้มว่าอีกะหรี่”

“นึกว่าได้สามีดี ที่แท้ก็ป่วยไข้” ผมบอก “ทนอยู่ทำไม ทำไมไม่หย่า”

“เขาขู่จะฆ่า หากเลิกกัน”

ผมบอกกับแก้มว่า คนขู่คือคนที่ขี้ขลาดและอ่อนแอ เขาไม่ทำจริงหรอก ผมบอกให้แก้มหย่าเพื่อมาแต่งงานกับผม

ผมยอมรับว่าผมรักแก้ม ที่ผ่านมาไม่มีผู้หญิงคนไหนมาแทนที่แก้มได้ ตอนนั้นผมคิดแบบเห็นแก่ตัวเกินไป ขณะที่หลายคนคิดว่าการแต่งงานคือความสมบูรณ์ ผมกลับกลัวชีวิตทุกอย่างจะสิ้นสุดหยุดนิ่งหลังแต่งงานและสูญเสียอิสรภาพ ตอนนั้นผมยังอยากมีอิสรภาพ เพื่อนบางคนบอกว่า ชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตตอนเป็นแฟนกัน บางคนบอกว่า แฟนสวยกว่าภรรยาเสมอ

สำหรับผมตอนนี้ การไม่แต่งงานกับแก้มคือความผิดพลาดในชีวิต

ผมรู้ว่าตอนทะเลาะกัน แก้มกลับไปหาแฟนเก่า ผมรอให้เธอกลับมาเล่าให้ผมฟัง แต่เธอไม่ยอมรับ ไม่ยอมเล่า

“ฆ่าแก้มเลย ถ้าคิดว่าแก้มเลวขนาดนั้น ไม่เคยเชื่อใจอะไรกันอยู่แล้ว” แก้มบอก ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ผมไม่ชอบผู้หญิงร้องไห้ เหม็นคาวน้ำมูกน้ำตา และรู้ว่าที่ร้องเธอใส่มารยา

“ไม่บอก ไม่ยอมรับ กูถามมันเอง”

หลังแก้มกลับไป มีคนส่งข้อความมาทางช่องแชต โปรไฟล์เป็นรูปนายกรัฐมนตรีทำหน้าตาดุดัน

“เอาเมียกูสนุกมั้ย”

“ผมไม่เคยเอาเมียท่าน ท่านอย่าขาดสติและตกเป็นทาสของอารมณ์”

ผมตอบแค่นี้แล้วกดบล็อกไป

บทความก่อนหน้านี้“ฉัตรชัย จวงวิเศษ” หนุ่มวิศวะเบื้องหลังเพลงฮิต “มะล่องก่องแก่ง”
บทความถัดไปสุรชาติ บำรุงสุข | โลก 2020 : ความต่อเนื่อง และความเปลี่ยนแปลง!