เรื่องสั้น | ประแป้งไหมคะ (จบ)

แม่น้ำนั้นกว้างใหญ่ กั้นแบ่งสองเขตเอาไว้แล้วมีสะพานไม้เชื่อมต่อ ทั้งสองขึ้นฝั่งกันแล้วต้องเดินต่อไปถึงสะพาน หมดสิทธิ์ว่ายน้ำข้ามแน่นอน น้ำไหลแรงคงพัดพวกเขาออกทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำกว้างที่ท่วมมิดตึกระฟ้า ฝั่งเป็นตลิ่งสูง ทั้งสองลอยคอไปจนเจอกิ่งไม้และที่ซึ่งสามารถปีนขึ้นไปได้ แอชกลายเป็นผู้นำ เขาชี้ว่าต้องเดินย้อนสายน้ำ ถ้าสะพานไม่พังจะได้ข้ามไปฝั่งโน้น

ต้องพักค้างกลางป่าคืนหนึ่ง แอชรู้จักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง เขาหาโพรงไม้เป็นที่กำบัง ดึงสายยางจากแขนตัวเองออกให้น้ำมันหยดใส่กิ่งไม้ ต่อสายยางกลับที่เดิมแล้วเคาะแขนเหล็กกับหินก้อนเล็กจนเกิดประกายไฟ กิ่งไม้ลุกโพลง เขาเล่าว่าชีวิตเขาเกิดมาจากสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ไฟช่วยกันสัตว์ร้ายได้ ลึกลงไปในป่ามีบางคนอัพเกรดตัวเองให้เป็นสัตว์ร้าย มีเขี้ยวมีงา กลางคืนจะออกมาเห่าหอนคำรามข่มขู่ ปาลได้แต่พยักหน้า เธอว่างเปล่า ไม่มีเรื่องวัยเด็กมาเล่า มีแต่พูดถึงหัวใจของเธอ น้ำมันหล่อลื่นไม่ได้เหมาะกับเซลล์เนื้อ มันยังอยู่ได้แต่คงไม่นาน และเธอไม่สามารถขายมันได้เพราะไม่มีร่างเนื้อเหลือจะรองรับหัวใจเธอ อย่างดีมันจะถูกนำไปแสดงในแกลเลอรี่ แอชบอกว่าข้ามสะพานไป เธอจะได้สิ่งที่หวัง

“กูไม่หวังอะไร”
“ให้ถึงฝั่งโน้นก่อน”

คงจะทนได้อีกวัน ก่อนร่างกายที่เรียกร้องการอัพเกรดจะพังทลายลง หรืออาจจะนานกว่า ปาลปิดเครื่องไปตอนที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์และคำรามของสัตว์แว่วมากับลมดึก ฝันถึงเพลงนั้นและได้กลิ่นแม่น้ำตลอดคืน

แอชปลุกก่อนสว่าง ทั้งสองรีบเดินจนถึงสะพานในตอนที่แสงแดดยังไม่มาถึง หุบเขากักความชื้นและหมอกก็ห่มคลุมความทึมเทาไปทั่ว สะพานยังอยู่ดี ปาลมองไม้เก่าผุพังสีซีดจางของมันอย่างตื่นเต้น

มีเสียงเล่าต่อกันมาว่านานแล้วสะพานนี้มีนักดนตรีเปิดหมวก และมีเด็กๆ ร้องเพลง ‘ประแป้งไหมคะ’ ให้นักท่องเที่ยวฟัง นักดนตรีเปิดหมวกชื่อแม่น้ำ ยืนร้องเพลงเคล้าคลอหมอกในตอนเช้า และยืนอาบแสงสีม่วงทองของฟ้าในยามเย็น อีกฝั่งของสะพานเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ นานแล้วเช่นกันที่มีข่าวว่าผู้คนทางฝั่งนั้นสูญหายไปหมดเช่นเดียวกับคนทั้งโลก เปลี่ยนตัวเองเป็นเครื่องจักร ใส่ล้อตีนตะขาบ ใส่แขนเหล็ก

ปัญหาเรื่องเงินสดหมดไป ปัญหาเรื่องรัฐแฮ็กข้อมูลหมดไป ปัญหาใหม่ตามมาหลังการมาถึงของแอปเปิลผ่าซีก มนุษย์ต้องอัพเกรดตัวเองตามกฎของไอบอท เลือดเนื้อและเส้นเอ็นมีไม่พอจะยืนยันเครดิต สะพานไร้คนข้าม กระดานทุกแผ่นชำรุด นักดนตรีและเด็กๆ หายไป

สะพานทอดตัวยาวและหายไปในหมอกกลางแม่น้ำ

แอชจูงมือปาลเดินผ่านสะพานไม้อายุหลายร้อยปี เนิ่นนานแล้วพระภิกษุรูปหนึ่งเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยสร้าง ปักเสาไม้ยาวลงไป ไม้มหาศาลได้รับบริจาคเป็นการกุศล สะพานไม้ยาวเกือบกิโลเมตร ยืนหยัดและพังทลายไปตามปกติ น้ำหลากบางปีพังสะพานลงบางส่วน ผู้นำในแต่ละยุคก็ซ่อมและสร้างใหม่ ตอนนี้มันลั่นออดแอดอยู่ใต้ฝ่าเท้าปาลและแอช ซึ่งน่าจะเป็นมนุษย์กลุ่มแรกในรอบหลายปีที่เหยียบสะพาน

เวลายังเช้า สะพานส่วนข้างหน้าจมอยู่ในหมอก แอชเดินนำไปและสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เด็กสองสามคนวิ่งฝ่าม่านหมอกออกมา พวกเด็กๆ วิ่งวนรอบตัว บางคนหยุดถาม ประแป้งไหมคะ เด็กๆ หิ้วตะกร้าที่มีขันแป้งละลายน้ำสีเหลืองขุ่น ประแป้งคนผ่านไปมาให้ดูเป็นคนที่นี่ ให้เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน นักท่องเที่ยวจ่ายเงินให้เด็กตอบแทน พวกเด็กๆ มีเครื่องตรวจเครดิต ขอแค่นักท่องเที่ยวมีเนื้อเยื่อหลงเหลือ แต่ปาลก็รู้ พวกเด็กๆ ไร้ชีวิต พวกเธอถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรหมดแล้ว

หลังปฏิเสธ เด็กๆ ก็หายไปในม่านหมอก ทั้งสองได้ยินเสียงกีตาร์เสียงแหลมเล็กและเพลงร้องลอยมา

ในม่านหมอกข้างหน้า มีเงานักดนตรีเปิดหมวกยืนชิดราวสะพาน ในมือเขามีกีตาร์ขนาดเล็ก นักดนตรีในตำนานยังทำงานอยู่ ปาลตื่นเต้น เธอได้ฟังเรื่องราวพวกนี้นับครั้งไม่ถ้วน เขาสวมหมวกปีกแคบทับไปบนผ้าโพกหัวอีกชั้น แนะนำตัวเองว่าชื่อแม่น้ำ เขาแต่งเพลงประแป้งไหมคะให้เด็กๆ ช่วยกันร้อง ตอนนี้เขาโยกตัวและร้องเพลงทำนองคุ้นหู เพลงที่แว่วดังในหูและไอบอทตัวนั้นร้องให้ฟัง

แอชตั้งใจจะเดินผ่านไป แต่นักดนตรีหยุดร้องเพลงแล้วยกกีตาร์ขวาง ตอนนั้นที่ปาลเห็นว่ามันคือปืน
นักดนตรีมีใบหน้าขึ้นสนิม ไฟสองดวงบนหน้าหรุบหรู่ติดๆ ดับๆ แต่แขนเหล็กของเขามันวับเหมือนได้รับการดูแลมาอย่างดี

“แขนสวย เสียดายนิ้วไม่เรียวแบบศิลปิน” เขาจ้องมือแอช
“เมื่อก่อนแกมีนิ้วเรียวแบบนี้ใช่ไหม ทำไมมาถือปืนเสียล่ะ” แอชหยุดคุย
“เพราะมีคนจะผ่านไปทางนี้ไง”
“เป็นคนเฝ้าทางหรอกหรือ เก็บค่าผ่านทางใช่ไหม”
“ถึงไม่ชอบใจนิ้วแบบนั้น แต่กูก็ต้องเอา”
“ฉันมีเครดิต” แอชบอก ซึ่งก็สร้างความประหลาดใจให้นักดนตรีพอสมควร ปาลก็ด้วย

เนิ่นนานแล้วที่การยืนยันดีเอ็นเอกลายเป็นการขายอวัยวะ ไม่ใช่ทุกคนจะทำงานหาเงินได้ ต่อให้มีเลือดเนื้อสมบูรณ์ ถ้าไม่มีเครดิตก็ไร้ความหมาย

แอชกดรหัสเครดิตบนเครื่องในมือนักดนตรี จากนั้นนักดนตรีก็จิ้มที่แขนของแอช มันไม่ค่อยมีเลือดเพราะเขาต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นเลี้ยงเนื้อเยื่อ นักดนตรีก็เลยใช้การตรวจเนื้อเยื่อแทน ผลบนหน้าจอยืนยันว่าเครดิตกับดีเอ็นเอตรงกัน นักดนตรีผายมือให้ทั้งสองผ่าน แต่เมื่อทั้งสองเดินผ่านไปได้สองสามก้าว นักดนตรีก็เรียกให้หยุด

“ประแป้งไหมคะ” นักดนตรีเลียนเสียงเด็ก และโดยที่ยังไม่มีใครพยักหน้าหรือส่ายหัว เด็กสามคนก็ตรงมาที่ปาล เด็กหญิงตัวน้อยใช้พิมพ์ไม้ซึ่งจมอยู่ในขันแป้งกดไปบนแก้มทั้งสองข้างของปาล ลายดอกไม้สีเหลืองขุ่นเบ่งบานระบายใบหน้า

นักดนตรีร้องเพลงไล่หลัง ขณะแอชลากมือปาลเร่งเดินฝ่าหมอก

ถนนร้างคน ทั้งสองเดินผ่านบ้านเรือนทรุดโทรม บ้านไม้ผุพังปล่อยให้ต้นไม้และเถาวัลย์เลื้อยคลุม ทางเดินซึ่งแบ่งเป็นซอยกลืนกลบลบหาย เศษเหล็กกองสุมสนิมเขรอะ ไม่มีลมหายใจ ไม่มีกลิ่นสาบของเนื้อหนัง ไม่มีกลิ่นควันไฟหุงข้าว ไม่มีเสียงสาดน้ำหลังล้างจาน ไม่มีแม้วิญญาณ หมู่บ้านนี้เป็นเครื่องจักรสนิมเขรอะ ตายสนิท

ทั้งสองเดินขึ้นไปตามทางลาดไต่เขา ข้อต่อและแกนเหล็กเสียดสีจนร้อนแปลบ ชิ้นส่วนบางชิ้นเริ่มติดขัด มันกลายเป็นลูกนกหิวโหยชูปากร้องขออาหาร ปาลมองสัญญาณไวไฟซึ่งไม่มีเลยสักขีด เธอรักช่วงเวลาแบบนี้ชิบหาย

ทางเดินยิ่งสูงชันและจมหายไปในหมอก บนนี้แม้แต่ใบไม้ก็เป็นสีเทา รอบตัวทึมเทาด้วยหมอก เสียงเครื่องจักรครืดคราดและเสียงคำรามเบาๆ ดังอยู่ไม่ไกล แอชมองเห็นวิหารข้างหน้า ส่วนยอดของมันลอยพ้นหมอก แสงแดดส่องต้องผิวใสของมันจนเกิดประกาย

ไม่มีใครคนอื่นเฝ้า แต่แอชรู้ว่ามีกล้องและอะไรสักอย่างซุ่มจ้องมาที่เขา ทั้งสองเดินเข้าในวิหาร ยืนอยู่กลางโถงกว้างที่มีแท่นบูชาตรงกลาง แท่นบูชาเป็นรูปแก้วทรงกระบอกขนาดใหญ่ มีสายไฟและท่อระโยงระยาง ข้างในกระบอกแก้วมีน้ำใสๆ และมีวัตถุรูปร่างคล้ายคนกางแขน น้ำขุ่นมองไม่ชัด
แล้วเขาก็เดินออกมาต้อนรับ

มนุษย์ในตำนาน

เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์คนสุดท้าย เดินตัวเปล่าเปลือยอวดโชว์ร่าง หน้าตาผิวพรรณไม่บ่งบอกอายุ แขนขามีมัดกล้ามสมบูรณ์ สัญลักษณ์ทางเพศของเขาทำให้ปาลเขิน ซึ่งเธอรักอารมณ์แบบนี้ มันทำให้รู้ว่าเธอยังยืนทางฝั่งมนุษย์มากกว่า

มนุษย์ในตำนานกล่าวขอบใจที่แอชพาปาลมาให้ น้ำเสียงเขานุ่มนวลและแข็งกระด้างในคราวเดียวกัน แอชเป็นสายลับจริง เขาไม่โกหก

“โลกของแกจบเห่แล้วแอช ต่อให้แขนแกสวย จากวันนี้ไม่ใช่ยุคสมัยของแกแล้ว หมดยุคไอบอทด้วย”
“แขนผมจะเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์นี้ใช่ไหม”

“จบคือจบ แกจะไสหัวไปไหนก็ไป เอาแขนไปด้วย แกจะมีชีวิตจนถึงวันที่ลูกหลานของฉันเติบโต แล้วแกก็จะถูกทำลายลง”

“ผมคิดว่าแผนคือรวบรวมอวัยวะ เธอคนนี้มีหัวใจที่สมบูรณ์ แผนคือสร้างมนุษย์ขึ้นมา”
“ฉันไม่สร้างผีดิบ ไม่สร้างหุ่นยนต์ ฉันจะสร้างมนุษย์ อ้อ แต่มันมีคำเรียกที่สวยงามกว่าสร้างนะ”
“ผมยังไม่เข้าใจ”
“งั้นก็อยู่ช่วยฉันทำงานขั้นตอนสุดท้ายนะ แล้วค่อยว่ากัน”

ปาลยืนเผชิญหน้ากับเขา ตื่นตะลึงมองดวงตาคู่นั้น มองจมูก ปาก และเส้นผมที่พลิกพลิ้วนุ่มนวล เธอยกแขนเหล็กลูบไปที่แขนของเขา เดาไม่ถูกว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ จะเอาเธอทำเมียก็คงไม่ใช่ ทำเมียเหรอ แค่คิดก็เขิน กราฟตีขึ้นลง กิจกรรมทางเพศของมนุษย์ ความร้อนขณะที่ผิวหนังเสียดสีกัน ปาลลืมไปแล้วว่าจะรู้สึกเช่นไร บางทีเขากำลังจะจูบเธอ ปาลยืนนิ่ง รอรับเขา
ปาลถูกจับมัดแล้วควักหัวใจไป

มันไม่ได้เกิดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน แต่ปาลก็รู้สึกคล้ายตัวเองเป็นหอยทากที่ยืนดูเหยี่ยวตัวหนึ่งบินร่อนไปมา เธอวิ่งหนีอย่างเร็ว แต่เร็วได้แค่ความเร็วหอยทาก ขณะยังเคลิบเคลิ้มอยู่ในฝันหวาน หัวใจเธอก็ถูกควักออกไป โดยมีแอชเป็นผู้ช่วยอย่างดี

หัวใจของปาลเต้นตุบๆ อยู่ในกล่องรักษาอุณหภูมิ มันถูกต่อท่อหล่อเลี้ยงเลือดเข้าไป เลือดจริงๆ ซึ่งไม่ใช่น้ำมัน ผ่านไปสักพัก สีคล้ำๆ ของมันก็เริ่มเป็นสีชมพู โชคดีมากที่ยังทันเวลา หลังผ่าตัดเปลี่ยน หัวใจดวงนี้อาจมีอายุได้สักปีกว่าๆ หรือสองปี แต่นั่นน่าจะเพียงพอ

ห้องผ่าตัดถูกเตรียมไว้รอ มันเป็นสีเมทัลลิกแวววาวเหมือนผิวของไอบอท เครื่องมือแวววาวสะอาด มนุษย์ในตำนานยืนนิ่งน้ำตาไหล เขาปาดป้ายน้ำตาทิ้ง เขารักช่วงเวลาแบบนี้ ไอบอทไม่มีทางรู้ซึ้ง
น้ำในกระบอกแก้วค่อยๆ ลดลง เผยให้เห็นวัตถุที่อยู่ข้างใน

ในตู้รักษาชีวิต สาวน้อยร่างที่สมบูรณ์ถูกตรึงกางแขนขา ผิวเธอขาวซีด ดวงตาหลับพริ้ม ผมยาวลู่แนบไปกับลำตัว ทรวดทรงองค์เอวและอวัยวะสืบพันธุ์เป็นไปตามที่มนุษย์วัยเจริญพันธุ์ควรมี
เธอรอหัวใจมาเกือบร้อยปีแล้ว

ยังไม่ทันได้ทำอะไร มนุษย์ในตำนานก็ตาย

ร่างของมนุษย์ในตำนานสะดุ้งเฮือก เขาไม่มีทางเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

ระหว่างที่เขายืนมองร่างภรรยาซึ่งเก็บรักษาไว้นานแล้ว เธอป่วย ตอนนั้นหัวใจเธอมีปัญหาแต่ไม่มีมนุษย์คนไหนมีหัวใจให้เปลี่ยน เขาแช่แข็งร่างกายรอวันที่วิทยาการจะเจริญจนสามารถปลูกถ่ายเนื้อเยื่อหรือสร้างหัวใจจากหลังหมูได้ มันมีวิธีง่ายกว่านั้นแต่เขาไม่ทำ เขาไม่ยอมรับชิ้นส่วนดัดแปลงมาใส่ในร่างภรรยาเด็ดขาด เขาเก็บร่างเธอไว้และวางแผน เขาส่งข่าวไปทั่วเรื่องขบวนการต่อต้าน การปฏิวัติจะมาถึงในเร็ววัน มนุษย์จะกลับมายืนบนพื้นโลกอีกครั้ง สร้างฝันหวานให้ไซบอร์ก มนุษย์ดัดแปลงคิดอยากมีชัยเหนือไอบอท

เขารักษาร่างตัวเองไว้อย่างดี ด้วยเงินทองและเครดิตที่มี ด้วยเลือดและเนื้อเยื่อของคนทั้งหมู่บ้าน ตอนนี้เขาอายุเกือบร้อยแล้ว เขารักษาความแข็งแรงไว้ได้อีกไม่นาน หลังจากชุบชีวิตมนุษย์ผู้หญิงคนนี้ มนุษย์ซึ่งนอนรอหัวใจ จากนั้นพวกเขาจะมีลูกด้วยกัน มีวิธีอื่นที่จะมีลูกแต่เขาจะใช้วิธีธรรมชาติ วิธีที่งดงาม ภรรยาถูกแช่แข็งช่วงอายุของอวัยวะเอาไว้ เธอน่าจะมีอายุพอจะอุ้มท้องแล้วคลอด มนุษย์รุ่นต่อไปจะถือกำเนิด แค่นั้นแหละที่เขาหวัง เขาคิดหวังถึงความโชคดีว่าจะได้ลูกแฝดชายหญิง เติบโตและออกลูกออกหลานบนเกาะนี้ ส่วนเรื่องอนาคตหลังจากนั้น ลูกหลานของเขาจะออกแบบกันเอง

เขาเฝ้ามองปาลอยู่นานแล้ว วางแผนนานปี แค่ก้าวเดียวฝันจะถึงฝั่ง ถ้าเขาไม่ถูกมือเหล็กแทงทะลุหน้าอก มือที่อัพเกรดแล้วของแอชปักลอดกระดูกซี่โครงเสียบหัวใจพอดี แอชจำได้ดีว่าขโมยมันจากส่วนแขนของไอบอทตัวหนึ่ง ในหมู่ผู้ดัดแปลงการแอบฆ่าไอบอทถือเป็นเรื่องควรทำ แม้ว่าต้องแอบ แขนแวววาวหลอมใหม่ไม่ให้ใครจำรูปร่างได้ มันแข็งแรงเสียบพรวดเดียวทะลุผิวหนังบอบบางของมนุษย์

เมื่อเขาทรุดลงแอชรับร่างนั้นไว้ กอดเขาและปิดตาเขาด้วยแขนมนุษย์ข้างที่เหลือ
“ขอโทษนะท่าน ผมไม่อาจให้มนุษย์กำเนิดด้วยวิธีเดิมแบบนั้น” นี่ไม่ใช่แผนของแอชเช่นกัน เขาแค่ทำไปตามความรู้สึกในฉับพลันนั้น เขาไม่ชอบช่วงวินาทีนั้นเลย แต่มือทำไปโดยที่ไม่มีแรงฝืน
แอชคิดถึงช่วงเวลาที่เด็กๆ จะวิ่งออกไปที่สะพาน ปากร้องประแป้งไหมคะให้นักท่องเที่ยว แอชก็เคยเป็นแบบนั้น พี่สาวของเขาด้วย บนเกาะนี้ไม่มีอะไรให้หวัง บรรพบุรุษของพวกเขาหนีภัยสงครามมาอยู่ในประเทศนี้ กักขังตัวเองอยู่แค่ชายแดน พอเติบโตพวกเขาก็ย้ายออกจากเมือง ไปทำงานชั้นต่ำทั้งหลาย พี่สาวของเขาไปขายตัวทั่วโลก เธอไปมาหมดก่อนที่จะอัพเกรดตัวเองจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์ มนุษย์ที่อยู่ต่ำกว่ามนุษย์ มีมนุษย์แบบนี้เต็มไปหมด แอชคิดว่าพอได้แล้ว มนุษย์รุ่นต่อไปต้องไม่อ่อนแอ
แดดเที่ยงส่องลอดโดมแก้วลงมา ในวิหารเหลือเพียงเขา แขนข้างที่เป็นมนุษย์ยกมือป้ายตา
ใบหน้าเหล็กและเลนส์แก้วตาของเขาไม่ผลิตน้ำใดๆ ออกมา หัวใจเครื่องยนต์และแขนมนุษย์ข้างที่เหลือก็ไม่รู้จะแกร่งได้นานแค่ไหนบนโลกนี้ เขาขาดไวไฟนานเกินไปแล้ว

แอชตัดแขนมนุษย์ของตัวเองทิ้ง อัพเกรดมันด้วยแขนกลสีเงินวาว จากนั้นหาชิ้นส่วนอื่นๆ ขันยึดติดกันเป็นเขี้ยวเล็บ มีหนามแหลมเป็นแถวที่กลางหลัง เปลี่ยนเสียงพูดตัวเองเป็นเสียงคำราม กระโจนออกไปหน้าวิหาร กู่ร้องโหยหวนกึกก้อง เสียงป่าคำรามตอบรับ กลืนกลบเสียงเพลงประแป้งที่แว่วมาจากสะพาน
แอชจะรักช่วงเวลาแบบนี้ไปอีกนาน

บทความก่อนหน้านี้“Rapcher” มิติใหม่แห่งการเรียนการสอน “เด็กๆ” ชอบ “คุณครู” ก็สนุก
บทความถัดไปเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | วิกฤตและโอกาสของโลกวรรณกรรม