เรื่องสั้น | แม่กับลูก (4)

สองแม่ลูกวิ่งเพริดออกมาบนถนนสายนั้น มุ่งหน้าสู่ทิศใต้ไปจนถึงสี่แยกแห่งหนึ่ง จากที่นั่นมันเลี้ยวซ้ายไปบนถนนสีดำอีกสายหนึ่งซึ่งมุ่งหน้าไปสู่ทิศตะวันออก บ้านเรือนและร้านรวงยังปิดเงียบ เมืองยังคงหลับใหล นางแม่วัวหยุด เงยหน้าขึ้นสูดอากาศ ที่นี่มีแต่กลิ่นที่มันไม่คุ้นเคย กลิ่นเน่าจากกองขยะ กลิ่นฉุนฉมของท่อระบายน้ำครำ กลิ่นหวานเอียนจากโรงงานทำขนม กลิ่นฝุ่นและควันของความเป็นเมือง กลิ่นเหม็นจากลำคลองสีดำที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล มันออกวิ่งเพริดต่อมาอีกไกลและสูดจมูกอีก กลิ่นเค็มจากทะเลและกลิ่นเฉพาะตัวของท้องทุ่งในต้นฤดูร้อนเริ่มชัดเจนมากขึ้น บนถนนมีแต่เสียงฝีเท้าของมันและของลูกของมัน ผ่านสี่แยกเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าคือเนินดินสูง บนเนินดินนั้นคือรางเหล็กคู่ที่ขนานกันมายาวเหยียดและคู่ขนานกันต่อไปอีกยาวเหยียด มาจากไหนไม่รู้ ไปสู่ที่ใดก็ไม่รู้ มันดูไม่น่าไว้วางใจเลย นั่นอย่างไรรางเหล็กคู่อันวับวาวนั้นสั่นสะเทือน อยู่ดีๆ มันก็เกิดสั่นสะเทือนขึ้นมาราวกับว่ามีชีวิต แรงสะเทือนนั้นรุนแรงจนรู้สึกได้มาจนถึงพื้นถนนที่นางแม่วัวและเจ้าลูกวัวหยุดยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ มีเสียงกึงกังโครมครามดังลั่นมา แล้วก็มีเสียงกรีดร้องยืดยาวอ้อยสร้อยดังสนั่น ทันใดนั้นเองหนอนยักษ์ตัวหนึ่งก็เคลื่อนที่มาบนรางเหล็กคู่นั้น! ลำตัวของมันเป็นปล้องสี่เหลี่ยมยืดยาวต่อเนื่องกันไป และในแต่ละปล้องมีแสงไฟหรี่ๆ แต่ละปล้องมีหน้าต่างและมีคนนั่งหลับอยู่บ้าง ตื่นอยู่บ้างในหน้าต่างของมัน มันเป็นแมลงยักษ์อันแปลกประหลาด เนื้อตัวยาวเหยียดและมหึมา มันกินคนเข้าไป คนที่ถูกมันกินเข้าไปนั้นดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัว มันส่งเสียงดังก่อนการมาถึงและยังคงส่งเสียงดังเมื่อมันผ่านไปตั้งนานแล้ว ข้ามรางเหล็ก เสียเวลาอยู่นานกว่าจะกล้าข้ามรางเหล็ก พ้นจากรางเหล็กไปถนนยิ่งดูมืดและเปล่าเปลี่ยว สองข้างทางมีต้นก้ามปูดึกดำบรรพ์ปลูกเรียงรายไว้เป็นระยะ ด้วยเหตุที่ตามบริเวณลำต้นของมันกิ่งก้านของมันถูกลิดรอนออก ต้นก้ามปูเหล่านั้นมันก็จึงชูต้นสูงชะลูดขึ้นไปและประสานกิ่งก้านเข้าหากันอยู่ข้างบนราวกับอุโมงค์ ผ่านดงต้นยางขนาดยักษ์ซึ่งแต่ละต้นสูงลิบลิ่วและบางต้นที่ใหญ่มากๆ มีจีวรพระห่มคลุมอยู่ ไม่มีแสงไฟฟ้าจากข้างทางอีกต่อไปแล้ว แต่แสงเดือนยังคงฉายฉาน บ้านเรือนบางตาลงและมีระยะห่างกันมากขึ้น นางแม่วัวและลูกข้ามสะพานคอนกรีตแห่งหนึ่งซึ่งใต้สะพานคือคลองชลประทานสายหนึ่ง พ้นจากสะพานมาก็คือถนนอีกสายหนึ่งซึ่งพื้นผิวของมันเป็นหินลูกรังสีแดง ถนนสายดังกล่าวนี้ยังคงมุ่งไปสู่ทิศตะวันออก เสียงหมาเห่ากระโชกและเห่ารับกันมาเป็นช่วงๆ จากบ้านเรือนสองข้างทาง หมาตัวหนึ่งหรือสองตัววิ่งมุดรั้วของมันออกมา หมาอีกสองตัวหรือสามตัวก็มุดรั้วของมันออกมาบ้าง หมาอีกห้าหรือหกตัวก็จึงมุดรั้วของมันออกมาบ้างเช่นกัน พวกมันรวมตัวกันได้เป็นหมาฝูงใหญ่และต่างพากันวิ่งแง่งแง่แสยะเขี้ยวติดตามนางแม่วัวและลูกของมันมา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นางแม่วัวซึ่งวิ่งนำหน้าไปไกลต้องวิ่งกลับมาเพื่อปกป้องลูกของมันจากฝูงหมาที่กำลังกลุ้มรุมดักหน้าดักหลังและขบกัดลูกของมันอยู่ มันบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นหมาตัวหนึ่งงับเหนียงคอลูกของมันไว้ไม่ยอมปล่อย และอีกตัวหนึ่งกำลังงับขาหลังข้างหนึ่งของลูกของมันไว้โดยไม่ยอมปล่อยอีกเช่นกัน มันไล่ขวิดฝูงหมากระเจิงไปด้วยแรงโทสะ ฝูงหมาแตกกระเจิงไปแล้วก็กลับกลุ้มรุมเข้ามาใหม่ แล้วแยกกันออกเป็นฝูงเล็กฝูงหนึ่งซึ่งกลุ้มรุมเจ้าลูกวัวไว้เป็นการเฉพาะ ส่วนอีกฝูงหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าพุ่งเป้าหมายมาที่นางแม่วัวแทน นางแม่วัวถูกหมาดุตัวหนึ่งงับปลายหูขวาเสียจนฉีกขาดและมีแผลเหวอะบนสันคออยู่สองแห่งด้วยกัน มันไล่ตามหมาฝูงนั้นลงไปในคลองข้างถนนและวิ่งไล่ต่อไปในท้องทุ่ง ผ่านเข้าไปในดงต้นเล็บเหยี่ยวและสุมทุมอันรกชัฏของต้นหนามเกี่ยวไก่ บุกบั่นเข้าไปในป่าไผ่และป่าสะแก มันกลับมาหาลูกของมันด้วยเนื้อตัวที่เปียกน้ำชุ่มโชกและแข้งขาที่เหม่มอมด้วยโคลน หอบหายใจฟืดฟาด มีบาดแผลน้อยใหญ่อยู่ทั่วตัวของมัน ดวงตาของมันขุ่นขวางราวกับว่ามันถูกผีสิง ลูกของมันยังอยู่บนถนน มีหมาอีกฝูงหนึ่งวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวมัน เจ้าลูกวัวหันรีหันขวางขวิดหมาเหล่านั้นด้วยหัวที่ยังไม่มีเขาของมัน มันเตะหมาเหล่านั้นด้วยขาที่ไร้เรี่ยวแรงของมัน นางแม่วัวไล่ขวิดหมาฝูงนี้กระเจิงไปอีก เจ้าลูกวัวนั้นเมื่อเห็นแม่ของมันกลับมามันก็จึงนอนหมอบลงกับพื้นถนนอย่างทอดอาลัย นางแม่วัวได้กลิ่นเลือดสดๆ จากตัวลูกของมัน มันสูดดมหาที่มาของเลือด ลูกของมันมีบาดแผลฉกรรจ์ที่เหนียงคอและที่โคนขาหลังด้านซ้ายและแผลเล็กๆ น้อยๆ ในที่อื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน มันเลียแผลให้ลูกของมันอย่างลวกๆ อยู่สักสามสี่อึดใจ แล้วมันก็เอาปากของมันดุนดันตัวลูกเพื่อให้ลูกลุกขึ้น เจ้าลูกวัวสิกลับนอนตีแปลงแผ่หลาลงไป เนื้อตัวปลั้วเปลี้ยระทดระทวย ดวงตาเบิกโพลงจนเห็นตาขาว นางแม่วัวจึงขวิดมันเต็มแรงซึ่งทำให้ลูกวัวสะดุ้งโหยงลุกขึ้น เมื่อมันออกเดินอีกครั้งหนึ่งนั้นมันจรดกีบตีนลงพื้นได้เพียงสามขาเท่านั้น

ขาหลังทางด้านซ้ายของมันโขยกเขยกอย่างน่าเวทนา

นางแม่วัวผ่อนฝีตีนลงรอคอยลูกของมัน เดือนคล้อยต่ำไปทางตะวันตก ยังคงสาดแสงขาวนวลสว่างจ้า ชายเงาไม้ให้ยาวเหยียดไปทางทิศตะวันออก ดาวสาดแสงระยิบระยับ เสียงนกละเมอร้องมาเป็นครั้งคราว ลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้พัดรุนแรงและยิ่งส่งเสียงอึงคะนึง กลิ่นทะเลชัดเจนยิ่งขึ้น กลิ่นท้องทุ่งต้นฤดูแล้งก็ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมสรรพด้วยกลิ่นมะขวิดสุกที่ตกหล่นลงดินและมีเปลือกแตกร้าวออก กลิ่นลูกตาลสุก กลิ่นของละอองไอในกอซังข้าวแห้ง กลิ่นโคลนเค็มเน่าตรงหัวคุ้งของลำคลอง กลิ่นสาบของฝูงเป็ดไล่ทุ่งริมบึงน้ำกร่อยแห้งๆ ที่ไหนสักแห่ง กลิ่นของลูกหนามพุงดอสุกซึ่งน่าสะอิดสะเอียนเหมือนกลิ่นหนองจากบาดแผล กลิ่นลูกตะบองเพชรสีแดงฉ่ำซึ่งสุกจนเน่าคาต้น และกลิ่นฝักแก่ๆ ของต้นก้ามปู นั่นคือกลิ่นอายของบ้านเกิดของมัน มันวิ่งลงจากแนวถนนมุ่งหน้าตรงดิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลูกของมันโขยกเขยกวิ่งตามมา แต่แล้วกลิ่นทั้งหมดนั้นจู่ๆ ก็พลันปลาสนาการไปราวกับว่าไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่กลิ่นควันท่วมท้นเข้ามาแทน ควันสีขาวอันคลุ้งโขมง ไฟลามทุ่งกีดขวางเป็นแนวยาวอยู่เบื้องหน้า กำลังส่งเสียงปะทุเปรียะประกรอบแกรบ กำลังโหมฮือไล่ล่าเชื้อลามออกเป็นอาณาบริเวณอันทั้งกว้างขวางและยืดยาว เป็นหย่อมสีแดงที่มีรูปทรงไม่แน่นอนหย่อมหนึ่งในทุ่งสีขาวอันไพศาล สองแม่ลูกผงะและถดถอยออกมา ต่างเดินวนเวียนหันเหียน กระสับกระส่ายร้อนรน เมื่อแนวเส้นสีแดงเบื้องหน้ามันขาดตอนลง นางแม่ก็ตัดสินใจอย่างมุทะลุวิ่งฝ่าข้ามไป เจ้าลูกวัวก็จึงต้องเผ่นตามไปด้วย สองแม่ลูกเตลิดออกมาจากกลุ่มควัน ยังต้องวิ่งต่อไปอีกตั้งไกล หยุดไม่ได้ หยุดแล้วมันร้อนตีน หยุดแล้วมันแสบตา แต่ในที่สุดก็ต้องหยุด หยุดเพื่อไอโขลกๆ และจามฟึ่ดฟั่ดดังสนั่น หยุดเพียงครู่เดียว แล้วสองแม่ลูกก็ออกวิ่งละล้าละลังตัดทุ่งนาอันมีแต่รอยระแหง ปีนหัวคันนาสูงๆ ยักยี่ยักยัน ฝ่าเข้าไปในดงหญ้าคา เหยียบย่ำสะเปะสะปะไปในดงต้นธูปฤๅษีและดงต้นกก ลัดเลาะเข้าไปในดงต้นตาลซึ่งมีต้นตาลน้อยใหญ่อยู่นับพันต้น พยายามหลีกห่างชุมชนของมนุษย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่ซึ่งมีต้นมะพร้าวสูงโพนเพนและมีกอไผ่สีสุก มีลอมฟาง มีกลิ่นน้ำจืดจากสระน้ำใหญ่ มีเสียงหมาเห่าและมีเสียงไก่ขันและที่ซึ่งมีวัดและมีโบสถ์ซึ่งหลังคากระเบื้องสีแดงสดของโบสถ์สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย เป็นเงาตะคุ่มดำสองเงาของแม่วัวตัวหนึ่งและลูกวัวอีกตัวหนึ่งซึ่งเคลื่อนไหวทุลักทุเลและประดักประเดิดอยู่ในท่ามกลางท้องทุ่งที่สว่างไสวด้วยแสงจันทร์ ยังคงร้อนตีนไม่หาย ยังคงไอโขลกๆ อยู่เป็นบางครั้ง ยังคงจามอยู่เป็นบางคราว อ่อนล้าเต็มทีแต่แม้กระนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดยั้ง ตื่นพล่านไม่รู้สร่าง แต่แม้กระนั้นก็ยังคงรักษาเป้าหมายอันแจ่มชัดของตนไว้ได้ มีความหวังอยู่เพียงริบหรี่ แต่แม้กระนั้นก็ยังไม่ยอมจำนน ตราบจนดาวประกายพรึกโชนแสง จันทร์แสงเผือดลงและแขวนค้างอยู่เหนือตีนฟ้าเบื้องตะวันตก นกกระปูดร้องมาจากแนวลำประโดงกลางทุ่ง ดุเหว่าร้องระงมอยู่ในดงตาล ไก่ขันขานกระชันถี่มาจากหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป ขอบฟ้าทิศตะวันออกเริ่มมีสีเทาอันเจือระคนด้วยสีเงินสีทอง ไกลลิบๆ ออกไปที่เส้นขอบฟ้าทางตะวันออกเฉียงใต้โน้นคือทุ่งอันเป็นถิ่นกำเนิดของมัน

อีกไม่นานเลยนางแม่วัวตัวนี้ก็จะพาลูกของมันกลับคืนสู่บ้านเกิดของมันได้สำเร็จ

บรรดาชายฉกรรจ์เจ็ดแปดคนประดานั้นเสียเวลาอยู่นานครันกับการนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล กับการไต่ถามกันและกันถึงต้นสายปลายเหตุ กับการรับฟังการร้องทุกข์กล่าวโทษของพวกพ่อค้าแม่ค้าเนื้อสัตว์ กับการกล่าวโทษกันและกันเอง กับการติดตามหารอยเลือดในเวลากลางคืน กับการสูญรอยและหลงทางไปไกลถึงสองครั้ง ซึ่งทำให้พวกเขาลังเล แต่ในที่สุดพวกเขาก็แน่ใจ บ้านของมันอยู่ทางทิศไหนเล่า เราก็ตามมันไปทางทิศนั้นแหละ บ้านของมันอยู่ที่ใดแน่ เราก็ตามมันไปที่นั่นแหละ มันจะต้องกลับบ้านของมันอย่างแน่นอน มันทำเช่นนั้นไปตามสัญชาตญาณของมัน มันเป็นวัวนี่นา มันจะฉลาดกว่าคนไปได้อย่างไร มันจะต้องกลับไปหาเจ้าของของมัน มันไม่รู้หรอกว่าเจ้าของของมันนั้นได้ขายมันให้แก่เราเสียแล้ว มันยังหลงเชื่ออยู่ว่าเจ้าของของมันจะปกป้องคุ้มครองมัน มันปักใจมั่นว่าเจ้าของของมันยังคงเมตตาปรานีมันอยู่ และมันก็จะได้อยู่ในคอกที่มันเคยอยู่ ได้ทำงานตามหน้าที่ที่มันเคยทำคือไถคราดและเดินย่ำในลานนวดข้าว ได้ท่องเที่ยวตามสบายไปในเวิ้งทุ่งกันดารในทุกฤดูร้อน แทะทึ้งหญ้าเหนียวหนืดและยอดไม้อ่อนแคระๆ แกร็นๆ ไปตามประสาของมัน โน่นอย่างไรทุ่งโพทะเล ไกลลิบออกไปที่เส้นขอบฟ้าโน่น เห็นไหมนั่น กระท่อมทับและบ้านเรือนซอมซ่อในราวป่าชายเลนอันร่อยหรอบางตา เมื่อเขาแน่ใจกันเช่นนี้แล้วเขาก็คลายความกังวลลง ไม่ได้รีบเร่งติดตามโดยกระชั้นชิดนัก เขาถึงแก่หยุดพักครั้งหนึ่งในดงตาลแห่งหนึ่ง แบ่งบุหรี่กันสูบ แบ่งเหล้ากันดื่ม เขาบางคนถึงแก่ปล่อยใจให้เคลิ้มหลงไปกับทัศนียภาพอันเวิ้งว้างอลังการของท้องทุ่งในท่ามกลางแสงจันทร์ กระนั้นก็ตามทีเถิด เขาก็ไม่มัวแต่ชักช้าร่ำไรกันอยู่ ในบ้านป่าเมืองเถื่อนเช่นนี้คนเกะกะเกกมะเหรกมันมีอยู่ทุกหมู่บ้านย่านตำบล ปะเหมาะมันออกมาเตร็ดเตร่กลางค่ำกลางคืนตามสันดานของมันและได้เจอะเจอวัวสองตัวนั่นเข้า มันก็คงจะตะล่อมจับเอาไปเชือดเสียหรอก กลายเป็นลาภปากอันโอชะของมันไป ทีนี้เราก็จะพูดไม่ออก ได้แต่กลอกหน้า แม่วัวกับลูกวัวสองตัวนั้นคือทรัพย์สินของโรงฆ่าสัตว์ เราเอาเงินของโรงฆ่าสัตว์ไปซื้อมันมาเป็นเงินตั้งห้าพันบาท แม่วัวนั้นราคา 3,500 บาท ลูกวัวนั้นราคา 1,500 บาท เราก็จะถูกเจ้านายของเราดุด่า แล้วพวกพ่อค้าแม่ขายที่บาดเจ็บกันไปเป็นระนาวพวกนั้นเล่า เราก็จะต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญให้เขา รวมๆ แล้วก็คงจะหลายอัฐอยู่ทีเดียว เราจะต้องถูกเฉลี่ยหักเงินเดือนกันโดยทั่วหน้า เหนืออื่นใด เราจะเสื่อมเสียเกียรติภูมิเป็นอันมาก ดังนั้น เราจะต้องได้ตัววัวสองตัวนั่นให้เร็วที่สุด ไปกันเถอะเรา เชือกป่านขดใหญ่และไฟฉายแรงสูงเราก็มีกันมา มีดพร้ากระท้าขวานและปืนยาวของเราหรือก็พร้อมสรรพ อีนางแม่นั่นเห็นจะต้องยิงทันทีที่เจอตัว มันบ้าไปแล้ว ยิงเหมาะๆ เอานัดเดียวให้ตาย อย่าประมาทมัน เหล้าน่ะเฮ้ยยั้งๆ กันไว้บ้าง พวกเราสองคนที่โดนขวิดปางตายน่ะไม่ใช่เพราะตอกเหล้ากันเข้าไปเกินพิกัดหรอกหรือ มันตายแล้วก็ค่อยเอารถด็อดจ์คันเก่งของเรามาขนซากของมันกลับ เราได้เปรียบมันอยู่เยอะ เราอยู่ใต้ลม มันไม่ได้กลิ่นเราหรอก ตอนนี้ฟ้าใกล้สว่างแล้วและลมก็ยิ่งแรงขึ้นทุกที และเลือดของมันทั้งสองตัวก็ยังคงไหลอยู่ เป็นหยดหยาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง ตามรอยได้ง่าย พวกเราเร่งฝีเท้ากันสักหน่อยดีกว่า แต่ควรจะไปกันเงียบๆ อย่าเอะอะมะเทิ่ง ไฟฉายน่ะปิดเสียทีได้แล้ว เพ่งตาตามรอยเลือดให้เจอเท่านั้นพอ รอยเลือดบนดินแตกระแหง รอยเลือดบนตอซังข้าว รอยเลือดบนกอหญ้า รอยเลือดในพุ่มไม้หนาม และอย่าเพิ่งยิงเป็นอันขาด จนกว่าจะแน่ใจว่าเอามันอยู่ เฮ้ย จุ๊ๆ มันอยู่โน่นแน่ะ บทจะเจอตัวมันก็เจอง่ายเจอดาย เห็นเป็นจุดดำตะคุ่มๆ อยู่ทั้งสองตัวครบถ้วน นางแม่ผอมกงโก้กำลังเอาจมูกดุนดันให้ลูกออกเดิน ไอ้ตัวลูกผอมกงโก้กำลังเดินโขยกเขยก เดินไปได้หน่อยก็ล้มตัวลงนอน ชิบหายแล้ว อีนางแม่วิ่งกลับมาหาลูกของมันและเบิกเบิ่งมองมาทางพวกเรานี่ มันวิ่งตะโพงเต็มฝีตีนออกไปแล้ว แต่นั่นไงมันหยุด ส่งเสียงแหบๆ เรียกลูกของมัน ไอ้ตัวลูกร้องตอบแม่ด้วยเสียงแหบๆ วิ่งเซๆ ซวนๆ ไปหาแม่ของมัน แข็งใจวิ่งอย่างยากเย็น กลายเป็นเงาดำตะคุ่มๆ สองเงาอยู่ในดวงตะวันสีแดงในยามรุ่งอรุณ แล้วมันทั้งคู่ก็พากันเตลิดเต็มฝีตีน มันเปลี่ยนทิศทางใหม่ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มันจำพวกเราได้ มันได้กลิ่นของความตาย มันกลัว มันคงเตลิดสุดชีวิตของมันละ มันตกใจ มันไม่ได้มุ่งหน้าไปยังทุ่งโพทะเลบ้านเกิดของมันอีกแล้ว มันกำลังมุ่งหน้าไปยังทุ่งแพรกหนามแดงอันเป็นแดนสนธยา ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเรื่องราวของผีปอบ ผีกระสือ ผีกระหังและตำนานปรัมปรา ที่นั่นมีไม้ใหญ่น้อยและสุมทุมพุ่มไม้รกเรื้อ ที่นั่นมีแนวหัวคันนาสูงและมีดงตาลอันอึมครึม

มันคงคิดว่าที่นั่นจะมีที่ทางให้มันซอกซอนไปซ่อนตัว

บทความก่อนหน้านี้ความเชื่อการสร้าง-โชคลาง “เรือนไทยวน” ทำอย่างนี้แล้วจะ “มงคล”
บทความถัดไปรู้จัก ‘พระอุบาลีคุณูปมาจารย์’ หลวงพ่อใหญ่แห่งเมืองพะเยา