เบื้องหลังความสำเร็จ “ก้าวคนละก้าว” จาก “ธุรกิจที่ไม่มีใครจ้าง” ถึงผู้ให้บริการถ่ายทอดสดออนไลน์ “เบอร์ 1” ของไทย “DooTV Media”

“ตั้งแต่ปีแรกมันมีความรู้สึกที่ว่าเราได้ช่วยงาน ได้ช่วยโรงพยาบาล ได้ช่วยประเทศจริงๆ คือถ้าเมื่อไหร่ที่พูดถึงงานก้าวขึ้นมาอย่างนี้ค่ะ อย่างมีวันหนึ่งประชุมบริษัท เปิด VTR งานก้าวขึ้นมา คือน้ำตาไหลกันทั้งออฟฟิศ พี่ตูนพูดเสมอว่าไม่ใช่แค่พี่ตูนนะ ที่ทำให้ยอดบริจาคมันได้เท่านี้ ไม่ใช่แค่พี่ตูนนะ แต่มันคือพลังของทีมงาน แล้วก็พลังของคนไทย”

นี่เป็นความรู้สึกของ “ม้อด-ณัฐพร สุชาติกุลวิทย์” สาวร่างเล็กหน้าหวานที่กำลังสะท้อนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อความสำเร็จของโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ที่ทุกคนได้รับชมการถ่ายทอดสดและติดตามข่าวสารตลอด 55 วัน ซึ่งปิดโปรเจ็กต์พร้อมยอดเงินบริจาค 1,148,718,907.72 บาท

บนเส้นทางวิ่ง 2,193 ก.ม. จากใต้สุดไปจนถึงเหนือสุดของประเทศไทย ของ “อาทิวราห์ คงมาลัย” หรือ “ตูน บอดี้สแลม” นี่คือโครงการประวัติศาสตร์ที่ทุกคนร่วมใจกันบริจาคเงินสมทบทุน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการถ่ายทอดสดให้ผู้คนได้รับชมการวิ่งตลอด 55 วัน ผ่านแววตา ความทุ่มเท และหยาดเหงื่อของตูน มีส่วนสำคัญทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ

แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า “ใคร” คือผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดสดดังกล่าว

กลุ่มคนผู้คอยสนับสนุนตูนในเรื่องการถ่ายทอดสดโครงการ “ก้าวคนละก้าว” คือ “DooTV Media” ผู้ให้บริการ “มีเดีย โซลูชั่น” แบบครบวงจร

ไม่ว่าจะเป็นระบบถ่ายทอดสดออนไลน์, บริการขายอุปกรณ์ส่งสัญญาณทั้งระบบเสียงและวิดีโอแบบไร้สาย รวมถึงอุปกรณ์ถ่ายทอดสดออนไลน์ และบริการแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเนื้อหาขายผลงานในรูปแบบ “วิดีโอ สตรีมมิ่ง” โดยให้ผู้ชมเลือกซื้อโปรแกรมที่อยากชมผ่านระบบ “เพย์เพอร์วิว”

นี่คือกิจการธุรกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของ 3 พี่น้อง ประกอบด้วย จ๊อบ-ปิยนันต์ ชวเลขยางกูร ซีอีโอ, หวาน-นฤมล ชวเลขยางกูร ผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน และ ม้อด-ณัฐพร สุชาติกุลวิทย์ ผู้บริหารสูงสุดด้านการตลาด

“DooTV Media เป็นมีเดียโซลูชั่น เราให้บริการเป็นเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ โซลูชั่น ก็เรียกได้ว่าเป็นไลฟ์ สตรีม เอเยนซี่ ให้บริการตั้งแต่ในเรื่องอุปกรณ์ เรื่องของเซอร์วิสการถ่ายทอดสด แล้วก็มีช่องทางในการถ่ายทอดสดด้วย หรือว่าเป็นแพลตฟอร์มค่ะ ถ้าใช้คำว่าไลฟ์ สตรีม เอเยนซี่ เราเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยค่ะ” ม้อดกล่าว

“เราเป็นบริษัทที่รวบรวมวิดีโอ, เทคโนโลยี, มีเดีย กับไอทีเข้าด้วยกัน อันนี้มันคือจุดต่างของเรา ที่เราจะไม่ได้เหมือนกับโปรดักชั่นเฮ้าส์ทั่วไป หรือว่าเราไม่ได้เหมือนกับซอฟต์แวร์เฮ้าส์ทั่วไป เพราะเราคือสองด้านที่ค่อนข้างแข็งแกร่งมาผสมกัน” หวานกล่าวเสริม

นับแต่ก่อตั้งบริษัทจนถึงวันนี้ “DooTV Media” มีอายุ 7 ปีแล้ว ฝ่าอุปสรรค ผ่านร้อน ผ่านหนาว ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง แต่ก็ยังดำเนินธุรกิจต่อ

เพราะพวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่ทำเหล่านี้ สามารถยกระดับประเทศไทยให้ก้าวหน้าขึ้น และสู้กับประเทศเพื่อนบ้านได้

จนวันนี้พวกเขาคือสตาร์ตอัพผู้ให้บริการเกี่ยวกับมีเดีย โซลูชั่น เพียงเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่มีคนสนใจเป็นอันดับต้นๆ

ม้อดเล่าว่า เริ่มก่อตั้ง DooTV Media ในปี 2554 โดยพี่ชาย (จ๊อบ) มีความเชี่ยวชาญด้านไอที เนื่องจากเรียนจบด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ จนไปเจอกับวิดีโอ สตรีมมิ่ง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในอเมริกา

เรียกได้ว่าถ้าเป็นที่อเมริกา คนจะเลิกเสพติดพฤติกรรมดูทีวีกันแล้ว เพราะทุกคนดูทีวีบนมือถือ ทำให้ทีวีไม่มีช่วงไพรม์ไทม์ จึงคิดว่าระบบเหล่านี้น่าจะขายได้ในประเทศไทย แต่พอเริ่มทำธุรกิจ กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

“ยุคแรกๆ คำว่าวิดีโอ สตรีมมิ่ง ในเมืองไทยเนี่ย ยังไม่มีคนรู้จักเลย คือเราไปขอเขาทำงานฟรี ยังไม่มีใครให้เลยตอนแรกๆ เพราะเขาไม่เข้าใจว่าวิดีโอ สตรีมมิ่ง คืออะไร แถมธุรกิจที่ใกล้เคียงกันก็เคยเจ๊งมาแล้วหลายครั้ง พอมาระยะหลังๆ ยูทูบ ไลฟ์มาแล้ว เฟซบุ๊ก ไลฟ์มาแล้ว กระแสการถ่ายทอดสดออนไลน์มันก็เลยดังมาก” ม้อดกล่าว

“พอถึงตอนนี้ที่มันมีกระแสขึ้นมาแล้ว เราก็เลยกลายเป็นเจ้าแรกๆ ที่มีความรู้ และมีประสบการณ์ในการด้านการทำวิดีโอ สตรีมมิ่ง ถ้าเกิดใช้คำว่าไลฟ์ สตรีม เอเยนซี่ เรากล้ายืนยันว่าเราเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย” หวานกล่าวเสริม

แม้ว่าวันนี้ ปริมาณผลงานถ่ายทอดสดที่มากถึง 720 งาน และมียอดเข้าชมบนช่องทางออนไลน์รวมประมาณ 800 ล้านครั้ง น่าจะช่วยรับรองได้ว่า DooTV Media ประสบความสำเร็จแล้ว

แต่พวกเขากลับบอกว่าผลงานที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จัก และเป็นเครื่องยืนยันว่า DooTV Media มาถูกทางเท่านั้น

ทว่า สิ่งที่ทำให้คนรู้จักพวกเขามากขึ้นจริงๆ คือโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ซึ่งทางผู้บริหารบริษัทรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในงานใหญ่ครั้งนี้

ม้อดและหวานเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้ามาถ่ายทอดสดโครงการก้าวว่า “วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา” พิธีกรชื่อดัง ติดต่อมาให้ไปถ่ายทอดสดโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ครั้งแรก ซึ่งครั้งนั้นติดต่อให้มาถ่ายทอดสดเพียง 1 วันเท่านั้น เนื่องจากทางโครงการไม่มีงบฯ ว่าจ้างสำหรับงานส่วนนี้

แต่เมื่อถ่ายทอดสดออกไปแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาเห็นได้ชัดเลยว่ายอดเงินบริจาคที่เข้าโครงการกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“จริงๆ มันเกิดจากว่าพี่วู้ดดี้เขาให้เราไปถ่ายทำให้ในวันแรกที่พี่ตูนวิ่ง พอเสร็จแล้วปุ๊บมันได้ผลตอบรับที่ดี แต่หลังจากนั้นทางโครงการก้าวคนละก้าวไม่ได้มีบัดเจตที่จะทำในวันต่อๆ ไป แต่เราก็คุยกันว่าถ้ามันไม่มีไลฟ์ โครงการนี้มันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้เท่าที่ควร เราจึงตัดสินในที่จะช่วย และอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก้าวคนละก้าว เราก็เลยเข้าร่วมในวันต่อๆ ไป” หวานกล่าว

“เราคิดถ้ามันมีตัวไลฟ์ สตรีมมิ่ง ทุกคนจะได้เห็นว่าพี่ตูนวิ่งถึงไหนแล้ว ทีมงานเหนื่อยแค่ไหน ความรู้สึกของชาวบ้านเป็นแบบไหน เราคิดว่าเราน่าจะช่วยเพิ่มยอดบริจาคให้กับพี่ตูนและโครงการนี้ได้ ที่สำคัญยังช่วยโรงพยาบาลประเทศไทยด้วย” ม้อดกล่าวเสริม

หลังจากที่พวกเขาช่วยให้โครงการ “ก้าวคนละก้าว” ประสบความสำเร็จในครั้งแรก สามพี่น้องก็ได้รับโจทย์ใหม่และใหญ่กว่าเดิมนั้น นั่นคือ โครงการครั้งที่ 2 ที่จะวิ่งจากใต้สุดไปจนถึงเหนือสุดของประเทศ ดังนั้น การถ่ายทอดสดต่างๆ ต้องมีการวางแผนในเรื่องอุปกรณ์และทีมงานโดยละเอียด

ระหว่างเตรียมตัว พวกเขาก็ได้เข้าร่วมโครงการ “Digital Ventures Accelerator Bath 1 (DVAb1)” โครงการบ่มเพาะและส่งเสริมสตาร์ตอัพให้เติบโตอย่างยั่งยืน ปีที่ 1 (ขณะนี้กำลังแข่งขันปีที่ 2) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรก่อนเริ่มถ่ายทอดสดโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ครั้งที่ 2

“ปีที่ 2 ถือว่ามีความท้าทายมากขึ้น เราต้องถ่ายทอดสดตั้งแต่ใต้สุดไปเหนือสุด เพราะฉะนั้น การถ่ายทำในระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนั้น มันก็ต้องอาศัยเรื่องของการวางแผนทีมงาน เตรียมอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหมด

“ดังนั้น การเข้า DVAb1 เรามองว่าการที่เราเป็นอยู่มันดีอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่จุดที่ดีที่สุดและจะอยู่ได้ตลอดไป เราคิดว่าการที่เข้าโปรแกรมแอ็กเซเลอเรตเนี่ย เมื่อมันเข้าโปรแกรมปุ๊บ มันสะท้อนให้เราเห็นในแง่มุมที่ว่าเราไม่เคยเห็นมาก่อน มันเปิดความคิดให้เราได้เจออะไรใหม่ๆ เราได้เจอเพื่อนใหม่ เราได้แชร์ความคิดกัน เราได้คิดอะไรในมุมมองที่แตกต่างออกไป

“อย่างในโครงการก้าวคนละก้าว เราก็ได้นำมาปรับใช้จากที่ DVAb1 ได้มอบความรู้มา คือ ลดขั้นตอนการทำงาน ทำงานยังไงให้ไวขึ้นแต่คุณภาพดี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือเป็นที่พึงพอใจมาก” ม้อดกล่าว

ที่มาภาพ : เฟซบุ๊ก ก้าว

ด้านหวานเล่าประสบการณ์การถ่ายทอดสดโครงการ “ก้าวคนละก้าว ปีที่ 2” ว่า รู้สึกเหมือนในออฟฟิศมีถ่ายทอดสดฟุตบอลตลอด 55 วัน ตกเย็นทุกคนก็จะมานั่งดูหน้าจอในห้องเพื่อดูทีมงาน ดูพี่ตูน และส่งแรงเชียร์แรงใจไป ซึ่งที่ออฟฟิศใช้คำว่า “เทศกาลก้าวคนละก้าว”

“ช่วงที่ถ่ายทอดสดก็คือว่าความจริงเราเห็นว่าถ่ายทอดสด 55 วัน แต่ทีมงานเราไม่ได้ทำงาน 55 วัน ทีมงานเราวางแผนทำงานล่วงหน้ากันก่อนวันถ่ายทอดสด ตื่นก่อนนอนทีหลัง คือเราทำด้วยใจ ทีมงานที่ไปถ่ายทอดสดหน้างานคือไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เจอพ่อแม่ ไม่ได้เจอครอบครัว

“ส่วนคนที่อยู่ห้องส่ง เรากินนอนกันที่นั่น และในออฟฟิศมันจะมีจอมอนิเตอร์อยู่จอหนึ่งที่ขึ้นอยู่ตลอดว่ายอดบริจาคเราได้เท่าไหร่ ทีมงานในบริษัทกว่า 50 คน ก็จะเดินเข้าเดินออกเพื่อมาดูว่ายอดบริจาคเท่าไหร่แล้ว เราอินถึงขนาดที่ว่าถ้าพูดถึงโครงการก้าวคนละก้าวเมื่อไหร่คือน้ำตาไหลกันทั้งออฟฟิศ”

หวานกล่าว

ถึงวันนี้ DooTV Media เติบโต และขยายธุรกิจไปครอบคลุมหลายด้าน ทั้ง “Thai Livestream” บริการถ่ายทอดสดออนไลน์แบบมืออาชีพด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด, “Airbond Store” จำหน่ายอุปกรณ์ส่งสัญญาณทั้งระบบเสียงและวิดีโอแบบไร้สาย รวมถึงอุปกรณ์ถ่ายทอดสดออนไลน์

และ “Live Loom” แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ผลิตเนื้อหาขายคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ สตรีมมิ่ง โดยให้ผู้ชมเลือกซื้อวิดีโอที่อยากดูผ่านระบบเพย์เพอร์วิว

หวานและม้อดยืนยันว่า ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะสนใจเทคโนโลยีไลฟ์ สตรีม หรือวิดีโอ สตรีมมิ่ง โดยมองว่าเป็นนวัตกรรมจากภายนอก แต่หลังจากนี้ บริษัทของพวกเขาจะพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ให้ทุกคนได้รู้จัก DooTV Media

และให้คนอื่นได้รู้ว่าประเทศไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ได้แล้ว

บทความก่อนหน้านี้“ป๋าเปรม”ส่งสาร์นถึงหลานรัก ฝากอย่าลืมความเป็นไทย-เป็นธรรม
บทความถัดไปทราย เจริญปุระ : ขณะที่ “เขียน” หลายปีก่อน เป็นวัน “แต่งงาน” ของเขา