ด้านลบที่(อาจ)ไม่ค่อยรู้! “ฟลูออไรด์” มากไปให้โทษเพียบ ส่งผลไอคิว-กระดูก!

โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

เราเคยเชื่อกันว่า ฟลูออไรด์มีประโยชน์มากในการป้องกันฟันผุ เพราะมันเป็นสารที่เคลือบอยู่รอบนอกของฟันที่ทำให้ฟันแข็งแรง วงการแพทย์ใน 20 ปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับเรื่องฟลูออไรด์ ยาสีฟันก็ผสมฟลูออไรด์เพื่อหวังให้จับตามเคลือบฟัน เป็นการป้องกันฟันผุวิธีหนึ่ง ฟลูออไรด์มีความสำคัญจนกระทั่งในสหรัฐมีหลายพื้นที่ที่มีการผสมฟลูออไรด์เข้าไปในน้ำประปา เพื่อให้คนดื่มกินป้องกันฟันผุในระดับเมือง แต่แล้วเรื่องน่าตกใจก็เริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการพบโรคที่เกิดจากฟลูออไรด์ล้นเกิน หรือฟลูออโรสิส (fluorosis)

ที่เมืองไทย “โรคฟลูออโรสิส” ก็ได้รับการเปิดเผยตั้งแต่ช่วงปี 2549 โดยทันตแพทย์หญิงศันสณี รัชชกูล ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ ศูนย์ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกเพื่อส่งเสริมงานทันตสาธารณสุขในชุมชน อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เธอกล่าวว่า “ด้วยความรู้ครึ่งๆ กลางๆ “ความตั้งใจดี” อาจนำมาซึ่งผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการหรือบางครั้ง อาจรุนแรงถึงเป็นความหายนะ”

เรื่องมีอยู่ว่า ในอดีตที่ผ่านระหว่างปี พ.ศ.2523-2533 เป็นทศวรรษแห่งการจัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชน มีการขุดบ่อบาดาล จัดทำแท้งน้ำและระบบประปาหมู่บ้านไปทั่วประเทศ นั่นนำมาซึ่งข้อดีหลายประการในเรื่องสุขาภิบาล ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งต่างๆ ใช่ว่าจะมีแต่ด้านดีเสมอไป ในเวลา 7 ปีต่อมาในท้องที่บางแห่งฝ่ายทันตสาธารณสุขเริ่มตรวจพบคนตามหมู่บ้านจำนวนหนึ่ง ป่วยเป็นโรคที่มากับน้ำที่บริโภค คือโรคฟลูออโรสิส โรคนี้เริ่มตรวจพบได้ในเด็กนักเรียนซึ่งมีสภาพฟันตกกระ กระทั่งเกิดเป็นรอยด่างดำน่าเกลียดซึ่งติดตัวถาวรไปตลอดชีวิต อันเกิดจากฟลูออไรด์ที่เข้าไปกับน้ำดื่ม

ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศได้ลงมือสำรวจตัวอย่างที่โรงพยาบาลป่าซาง จังหวัดลำพูน แล้วเห็นตัวอย่างผู้ป่วยจำนวนมาก จึงได้สำรวจต่อถึงคุณภาพน้ำจากบ่อบาดาลจากแหล่งต่างๆ แล้วระบุได้ว่า ทั่วประเทศไทยในขณะนี้กำลังเกิดเหตุการณ์ที่เหมือนกัน 8,500 แห่งจากเหนือจรดใต้

ฟลูออไรด์เป็นสารประกอบที่พบได้ทั่วไปในดิน มันซึมลงสู่น้ำแล้วไปพักตัวอยู่ในแหล่งน้ำใต้ดิน แหล่งน้ำที่มีฟลูออไรด์สูง ถือที่ตัวเลข 0.7 ม.ก./ลิตร ทต.ญ.ศันสณีกล่าวว่า บางแหล่งน้ำที่สำรวจมีระดับสูงถึง 2 ม.ก./ลิตร การสำรวจแหล่งน้ำบริเวณจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ก็พบความหนาแน่นของแหล่งน้ำที่มีระดับฟลูออไรด์ที่มากเกินปกติ

ข้อสังเกตจากผู้อำนวยการท่านนี้มีว่า “เด็กนักเรียนลำพูนเวลานี้ มีบุคลิกภาพอย่างหนึ่งคือไม่ค่อยยอมยิ้ม หรือจะยิ้มก็ยิ้มแบบหุบปาก เด็กนักเรียนหญิงจำนวนหนึ่งจะพยายามใช้นิ้วมือขูดฟันของตัวเองคล้ายกับจะพยายามให้รอยตะกระจางหายไป”

อันตรายของการรับฟลูออไรด์ล้นเกิน คือ :

ผลต่อกระดูก กระดูกจะหนาตัวผิดปกติซึ่งไม่ใช่เรื่องดี เพราะข้อต่อและเส้นเอ็นจะมีแคลเซียมมาเกาะ ทำให้กระดูกมีพิกลรูป ส่วนที่จะถูกกระทบมากคือข้อต่อสันหลัง เชิงกราน ข้อเข่า การเจ็บป่วยระยะแรกคือปวดข้อปวดกระดูก ข้อต่างๆ เริ่มติด หลังแข็ง เคลื่อนไหวลำบาก แล้วพิการในที่สุด หรือเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกแตก โดยเฉพาะหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน

คุณหมอศันสณีกล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ที่คนตามหมู่บ้านภาคเหนือซึ่งมักมีอาการปวดเนื้อปวดตัวไม่รู้สาเหตุ จะมีความสัมพันธ์กับภาวะฟลูออไรด์ล้นเกิน”

ผลต่อสติปัญญา การศึกษาในต่างประเทศในพื้นที่ที่ใช้ถ่านหินซึ่งมีฟลูออไรด์เป็นเชื้อเพลิงพบว่าภาวะฟลูออไรด์ล้นเกิน มีผลต่อการลดลงของไอคิวในเด็ก

ผลต่อระบบทางเดินอาหาร ประชากรร้อยละ 26 ในพื้นที่ฟลูออไรด์สูง มีอาการระบบอาหาร เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องผูก และถ่ายเป็นระยะๆ

พิษของฟลูออไรด์ต่อไต การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ระดับความเข้มข้นสูงมีอันตรายต่อไต

ความสัมพันธ์กับมะเร็ง การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าฟลูออโรสิสสัมพันธ์กับมะเร็งกระดูก ในพบในเด็กชายที่ได้รับฟลูออไรด์ในช่วงที่กระดูกกำลังเติบโต

อาจารย์ศันสณียังสะกิดแง่คิดอีกว่า เรื่องฟลูออไรด์อาจตามมาในน้ำดื่มบรรจุขวดก็ได้ เพราะระดับปลอดภัยคือ 0.7 ม.ก./ลิตร แต่ขณะนี้กฎหมายยอมให้มีได้ในระดับ 1.5 ม.ก./ลิตร ทางศูนย์ได้ตรวจวิเคราะห์น้ำบรรจุขวดในท้องตลาดก็พบว่า มีหลายยี่ห้อที่ปริมาณฟลูออไรด์เกิน 0.7 ม.ก./ลิตร และต้องรู้อย่างหนึ่งว่า เครื่องกรองน้ำไม่สามารถกรองฟลูออไรด์ได้ การต้มก็ไม่สามารถกำจัดฟลูออไรด์ได้เช่นกัน

นี่นับเป็นเรื่องใหม่ในวงการทันตสาธารณสุขซึ่งผู้ที่ทำงานในปริมณฑลด้านนี้ลุกขึ้นมาพูด คุณหมอศันสณีกล่าวว่า “ทางออกของปัญหานี้อยู่ที่การป้องกัน นั่นคือ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำจากแหล่งที่มีฟลูออไรด์สูงตั้งแต่แรกเกิดไปจนตลอดชีวิต แต่เนื่องจากสังคมไทยอาจมีทรรศนะด้านเดียวต่อฟลูออไรด์ จึงต้องพิจารณาเรื่องนี้กันเสียใหม่ ฟลูออไรด์ไม่เหมาะแก่การให้ดื่มกินเข้าไป ส่วนที่ผสมในยาสีฟันมีผลในการเคลือบข้างนอกยังนับว่าใช้ได้อยู่”

ข้อมูลมีอีกว่าในสหรัฐอเมริกาเคยมีการพยายามเติมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำประปาอยู่ระยะหนึ่ง โดยขณะนั้นคาดว่าจะป้องกันฟันผุในระดับกว้าง แต่ปัจจุบันนี้พากันเลิกไปแล้ว เพราะพบพิษภัยของฟลูออไรด์ล้นเกิน สำหรับเมืองไทยถ้าคิดจะผสมฟลูออไรด์ในน้ำประปา ต้องทบทวนกันให้ดีๆ

 

บทความก่อนหน้านี้อสังหาฯ ปีระกา เชื่อว่าปี 2560 จะไม่มีอะไรแย่ลงกว่าปี 2559
บทความถัดไปปีหน้า! บาดเจ็บ-ตาย-ทรัพย์สินเสียหายจาก“รถเมล์ขสมก.”คุ้มครองวงเงินสูงสุด1,000,000บ.