สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว : แวะเปรี้ยวที่สุราษฎร์ฯ (ที่เปลี่ยนไป)

ราชัน ศรีสกุลชวาลา

สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว (5)

วันนี้ออกเดินทางแต่เช้า เข้าสู่วันที่ 4 ของการเดินทาง

ออกจากสุราษฎร์ฯ มาไม่นานก็แวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.

ปั๊มนี้สวยและแปลกกว่าปั๊มทั่วไปตรงที่มีทุกอย่างครบ

มีแม้กระทั่งวิวภูเขาหินที่เป็นหน้าผาให้ดูกันในปั๊มเลย

เติมน้ำมันให้เจ้าสองสูบเต็มถัง เสร็จก็ได้เวลาเติมให้เจ้านายของมัน…

วันนี้จะเติมอาหารเช้าดีๆ จะได้ขี่ไม่เหนื่อยหิวโซ ก็แวะกินอาหารเช้าที่ร้านโกปี๊ ในปั๊มนั่นเอง

คนแน่นเอี้ยดเต็มร้าน ผมได้ที่นั่งนอกร้าน ตรงโต๊ะใกล้ประตูทางเข้า

สั่งขนมปังกับกาแฟมากิน เมื่อกินใกล้เสร็จสังเกตเห็นคนมองหาที่นั่ง มากันสามคน หนึ่งในนั้นเดินขากะเผลก ถือไม้ค้ำ ผมมองไปในร้านไม่มีที่นั่งเหลือ เลยบอกเขาว่า ผมกินจะเสร็จแล้วนั่งโต๊ะผมต่อเลยก็ได้

เขาก็ขอบคุณ

ผมรีบกิน สั่งเช็กบิล และรีบลุกก่อนบิลมาถึง เพื่อให้ทั้งสามได้นั่ง

แต่เขาไม่นั่ง และเดินเข้ามาคุยด้วย…

เขาเดินมาใกล้มาก และหยุดในระยะที่ใกล้ผิดปกติ…

บวกกับการคุยแบบคนใต้ ที่คุยเร็ว สั้น ห้วน กระชับ ทำให้ผมรู้สึกกลัว…

ได้ยินมานานแล้วคนใต้ดุ เราก็ไม่เคยเจอ เพราะเพื่อนเราที่เป็นคนใต้แต่ละคนใจดีทั้งนั้น

วันนี้เจอเข้าให้

เขาถามมาจากไหน มากี่คน มากี่คัน เราก็ตอบ เช้านี้ขี่มาคนเดียว แต่เดี๋ยวจะออกไปละเพราะเพื่อนรออยู่ที่พัทลุง…

ผมไม่ชอบโกหกเพราะพ่อตาเคยสอนเชิงวิเคราะห์ไว้ว่า หากจะมีคำสอนหนึ่งข้อที่เหมือนกับหมดทุกศาสนา ข้อนั้นคือ อย่าโกหก ให้พูดแต่ความจริง…

ก็ถือว่าเป็นโชคของผม เพราะวันนี้ผมนัดแมนไว้พอดี…

ตอบเสร็จก็เลยรีบถามสวนไปก่อน ก่อนที่เขาจะถามเพิ่ม…เกิดอะไรขึ้นกับพี่ครับ ทำไมต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน…ตามสไตล์คนใต้จริง ตอบตรง เร็ว สั้น ห้วน กระชับ…รถชน…เมา

ผมรีบขอตัวและเดินมาที่รถ รีบแต่งตัว เพื่อจะออกเดินทางจากปั๊มที่สวยงามแต่น่ากลัวโดยเร็ว…ก็ยังไม่ทันออก มีอีกคนจอดรถอยู่ติดกัน ก็ชวนคุย

ไปไหน มาจากไหน มากี่คัน…ผมจะขี่ไปหาเพื่อนที่พัทลุง…

เขาทำงานอยู่ที่การไฟฟ้ายะลา ชวนให้ไปเที่ยวยะลา บอกว่ามันไม่แย่อย่างในข่าวหรอก และสวยมากนะ ยะลาน่ะ…ผมตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ติดเครื่อง

และรีบออกรถ

ควบสองสูบห้อตะบึงออกจากปั๊มมาได้ก็มุ่งหน้าสู่พัทลุงแบบไม่หันหลังมามอง

พร้อมกับคิดในใจ…แมน…ทั้งๆ ที่ยังไม่สนิทกัน…ผมคิดถึงคุณเป็นพิเศษเลยว่ะวันนี้

ผมกับแมนพบกันและรู้จักกันได้ ก็คงเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า หรือจะเรียกว่าพลัง (The Force) ก็ได้…

วันนั้นขับรถยนต์ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับนุสรา หลังจากเที่ยวได้ 2-3 วัน ก็เกิดคิดถึงเจ้าสองสูบสีแดง และบรรยากาศของการขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมา อากาศข้างนอก เสียงท่อไอเสีย ความรู้สึกอิสระ เลยมุ่งหน้ากลับบ้านดีกว่า

ระหว่างทางกลับบ้านก็แวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.ห้างฉัตร ก่อนจะขึ้นเขาขุนตาล สายตาก็เหลือบไปเห็นแมนกับเพื่อนอีกคนหนึ่งกำลังคุยกัน และกินอะไรกันอยู่ที่หน้า 7-11 ในปั๊ม

ด้วยความคิดถึงมอเตอร์ไซค์ ผมเลยเข้าไปทักทาย

และก็พอจะรู้อยู่ว่าหน้าตาเราบางทีอาจทำให้คนเกิดความกลัวขึ้นมาได้ ก็เลยแนะนำตัวเองว่า “ผมเป็นผู้รักการขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนกัน” และเพื่อยืนยันก็เลยคุยกับเขาต่อ “เนี่ยขี่มาเกือบปี วิ่งไปจะหมื่นห้าพันกว่ากิโลเมตรแล้ว”

แมนไม่มีความกลัวผมเลย คงจะเป็นเพราะเป็นคนใต้ คุ้นเคยกับคนหน้าตาหล่อเข้มคมแบบผมอยู่

หรืออาจเป็นเพราะยุทธศาสตร์การทักทายของผมประสบความสำเร็จ…บางทีอาจสำเร็จมากเกินไป…แมนไม่กลัว แต่ออกจะหมั่นไส้ ตอบสวนกลับมา

“ผมเพิ่งได้รถมา 6 สัปดาห์ วิ่งไปเกือบหมื่นห้าละพี่ ตั้งแต่ได้รถมาขี่จากสงขลามาเชียงใหม่สองรอบละ”

ผมตกใจ แปลกใจ และก็คิดในใจ…เจอตัวจริงละกู

คุยกันต่อก็รู้ว่าคืนนี้เขาตั้งใจจะไปนอนเชียงใหม่ และพรุ่งนี้จะเดินทางต่อไปปาย ผมเลยขอนัดดื่มกาแฟต่อในวันพรุ่งนี้ เพื่อทำความรู้จักกัน แลกเบอร์โทร.กันเสร็จ ก็เลยไปเจอกันในอีกวันหนึ่ง

และนั่นก็คือเรื่องราวที่ทำให้เรารู้จักกัน

ห้อตะบึงออกจากสุราษฎร์ฯ ได้สักพักก็คิดว่าวันนี้อาจเป็นไปได้ที่จะข้ามไปนอนปีนังกันเลย เพราะระยะทางเลยจากหาดใหญ่ไปประมาณ 200 ก.ม.เท่านั้นเอง คิดขณะที่อยู่บนทางหลวงหมายเลข 41 และเมื่อถึงแยกไหนสักแห่งหนึ่ง ไฟแดงก็ปรากฏขึ้น เบรก ลดเกียร์ลง และจอดอย่างนุ่มนวล…

และเมื่อถึงไฟเขียว ความฝันที่จะไปนอนปีนังก็เป็นอันว่าจบสิ้นลง

กำคลัตช์ เข้าเกียร์ 1 พุ่งออกจากไฟแดงแบบต้องการจะทิ้งสุราษฎร์ฯ ไว้เบื้องหลัง…ฉึก ฉึก ฉึก…ม้าเกิดสะดุดขึ้นมา…สะดุดไป 3 ครั้ง…เข้าใจได้ในทันทีว่า มันคืออาการโซ่กระโดดข้ามฟันสเตอร์…ระบบส่งกำลังขั้นสุดท้ายของเรา หมดอายุลงแล้วที่ปลายของสุราษฎร์ธานี…ในวันอาทิตย์

ความตกใจจากปั๊มยังไม่หาย ความตกใจจากระบบส่งกำลังของเจ้าสองสูบสีแดงก็เข้ามาแทนที่ทันที

…เมื่อวานสุราษฎร์ฯ เต็มไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ…

แต่วันนี้สุราษฎร์ฯ เปลี่ยนไป…

บทความก่อนหน้านี้เคยลองยัง!? “ตั้งเลียกเส็ง” บะหมี่ปู ขายยาวนาน 85 ปี จากสะพานพุทธถึงบางขุนนนท์
บทความถัดไป“มีชัย“ จวกสนช.ไปยุ่งเรื่องคนอื่นทำไม ตั้งผู้ตรวจเลือกตั้งเรื่องของกกต.เขา