สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว Part III

ราชัน ศรีสกุลชวาลา

สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว (3)

ออกเดินทางสายๆ ขี่มาเรื่อยๆ จอดเติมน้ำมันที่เถิน แวะไหว้อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน และดื่มชาเย็นชื่นใจที่ตาก

แต่ใจก็ยังไม่สดชื่นเท่าไหร่

จากนั้นกินก๋วยเตี๋ยวเจที่กำแพงเพชร แล้วมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์

เจอร้านกาแฟร้านหนึ่ง มี BMW R90 ที่งดงามมากจอดโชว์ตากแอร์อยู่ในร้าน

เปิดไฟเลี้ยวขวาเข้าร้านเพื่อชื่นชมทันที

เจ้าของร้านเป็นผู้ชื่นชอบมอเตอร์ไซค์คลาสสิค และได้ครอบครองมอเตอร์ไซค์คลาสสิคที่สวยงามจับใจมากไว้ด้วยเช่นกัน

หลังจากที่ได้คุยกันก็พบว่ารสนิยมการขี่มอเตอร์ไซค์ก็คล้ายกัน คือ รื่นรมย์ไปกับเสียง ความสั่นสะเทือน และความงดงามของถนนสายเล็ก ด้วยความเร็วไม่สูง

ให้ความรู้สึกดีแท้ที่ได้ดื่มเอสเปรสโซ่ที่นี่

มองหาโรงแรมในนครสวรรค์ แล้วก็เข้าเช็กอิน อาบน้ำเย็นชื่นใจ และเริ่มศึกษาเส้นทางของวันพรุ่งนี้

สรุปวันแรก ออกเดินทางประมาณเก้าโมง เช็กอินเวลาเกือบสี่โมงเย็น ได้ระยะทาง 461.4 ก.ม.

พรุ่งนี้ตามแผนการเดินทาง ตั้งใจจะไปให้ถึงหัวหิน แต่จะไม่วิ่งเส้น 32 (นครสวรรค์-กรุงเทพฯ) เพราะถนนใหญ่เกินไป และรถก็วิ่งเร็วเกินไป

และจะไม่วิ่งเส้น 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ด้วยเหตุผลเดียวกัน

ก็เลยต้องมองหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยง

หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมงก็ได้เส้นทางที่พึงพอใจ จากนั้นเช็ก e-mail เคลียร์งานต่างๆ (ใช่ ยังคงพอมีงานทำอยู่บ้าง)

แล้วก็เจอ e-mail จากฝรั่งท่านนั้น… “เฮ้ย นี่มันเดือนมีนาคมแล้ว ยูจะมาอยู่ไหมวะ”

อืม… The Force ยังคงทำงานเป็นอย่างดียิ่ง มาถามเอาวันนี้พอดี ผมเลยส่งรูปกลับไป (ตามที่เห็นในรูป)

และบอกว่า “ภาพคงอธิบายได้ดีกว่าคำพูด แต่ไอโคตรกลัวเลยว่ะ แต่ก็มุ่งหน้าไปสิงคโปร์นะ แต่ถ้าไอคิดว่ามันน่ากลัวเกินกว่าไอจะไหว ไอก็จะกลับบ้านว่ะ”

อ่านหนังสือต่ออีกหน่อยก็เข้านอน

เช้าตื่นตี 5 พร้อมอยู่แล้วเพราะนอนไม่ค่อยหลับเนื่องมาจากความกลัว

อาบน้ำ เก็บของ และออกเดินทางแต่เช้า

อาหารเช้าที่โรงแรมก็ไม่กินละ อยากจะเดินทางเลย เพราะต้องการออกจากเมืองในขณะที่ยังสงบอยู่ ไม่ต้องการชั่วโมงเร่งด่วน

อยู่บนถนน 32 แป๊บเดียว ก็เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่ชัยนาท จากนั้นมุ่งหน้าสุพรรณบุรี แล้วก็เข้าสู่นครปฐม ซึ่งตั้งใจไว้แล้วว่าจะถ่ายรูปมอเตอร์ไซค์เรากับองค์พระปฐมเจดีย์ และก็ได้ทำสมดั่งประสงค์

องค์พระปฐมเจดีย์มีความงดงามมากจริงๆ ผมก็ไม่เคยไปเจดีย์ชเวดากอง แต่ก็คิดว่าคงจะงามไม่แพ้กัน มองจากตรงไหนของเมืองหากได้เห็นองค์พระปฐมเจดีย์ ก็ให้ความรู้สึกที่ดี

หรือนี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของการสร้างเจดีย์ (ความคิดเห็นส่วนตัว) ก็เพื่อให้คนมองเห็น มองเห็นได้จากทั้งเมือง

เมื่อเห็นสิ่งที่ให้ความรู้สึกดี ความคิดก็ดี การกระทำก็ดี และสิ่งดีๆ ก็เลยบังเกิดขึ้น เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ สง่างาม งดงาม สมกับเป็นเจดีย์คู่จังหวัดนครปฐม

จากนั้นก็แวะกินกะเพราราดเข้า ที่ร้านอาหารเจร้านหนึ่งในเมือง แล้วก็เดินทางต่อ

ตามแผนการเดินทาง การหลีกเลี่ยงถนน 32 เชียงใหม่-นครสวรรค์นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

แต่การหลีกเลี่ยงถนน 35 ธนบุรี-ปากท่อนั้นไม่ประสบกับความสำเร็จดั่งที่ตั้งใจไว้ ไปเลี้ยวผิดตรงไหนก็ไม่รู้ เพราะมาโผล่เอา ณ จุดจุดหนึ่ง บนถนนสาย 35 และบังคับให้เราเลี้ยวซ้าย…ต้องกลับรถ

…ซวยละกู

อุบัติเหตุเกิดขึ้นสูงมากในการกลับรถบนถนน 6-8 เลน เพราะมันไม่คู่กันเลยระหว่างความเร็วสูงมากในเลนขวาสุด และต้องพบกับรถที่รอกลับรถ ที่ต้องเริ่มด้วยความเร็วศูนย์ บวกกับวงเลี้ยวแคบสุดๆ และตามสถิติอุบัติเหตุ มันก็เป็นอย่างนั้น

การกลับรถบนถนนสาย 35 ตรงตามหายนะทุกอย่าง

การขี่บนถนน 35 ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากทำ แต่การกลับรถกลางถนน 35 เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะไม่ทำอย่างแน่นอน ก็เลยต้องขี่ย้อนไปจนกว่าจะเจอที่กลับรถใต้สะพาน หรือที่กลับรถบนสะพานกลับรถเท่านั้น และก็ได้ขี่ไปไกลทีเดียว แต่ก็พบที่กลับรถใต้สะพานดั่งตั้งใจ

กลับรถเสร็จ แวะเติมน้ำมัน จากนั้นก็มองหาถนน 2021 ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักปั่นจักรยานชาวกรุงชอบใช้เดินทางไปหัวหิน-ชะอำ

เมื่อพบก็เลี้ยวเข้าไป การได้บอกลาถนนสาย 35 เข้าสู่ถนน 2021 ทำให้ความสงบสุขในชีวิตบังเกิดขึ้นอีกครั้ง

ถนนสาย 2021 เป็นถนนที่อยู่ในโครงการ โครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเล (Scenic Route) ของกรมทางหลวงชนบท หากดูในแผนที่ จะพบว่ามันเป็นถนนที่วิ่งเลียบไปกับชายทะเล

แต่โดยความเป็นจริง ผมก็จำไม่ได้ว่าได้เห็นทะเล แต่ถึงจะไม่เห็นทะเล ภูมิทัศน์โดยรอบก็มีความโล่งสบายตา และงดงามเป็นอย่างมาก

ส่วนใหญ่เป็นนาเกลือ เป็นภูมิทัศน์ที่แตกต่างจากภูมิทัศน์ปกติที่เป็นนาข้าว และสวนผลไม้ที่เราคุ้นเคยในภาคเหนือ หายใจเข้าปอดอย่างเต็มอิ่ม

ความสงบสุขในจิตใจมากขึ้นมาก

และถึงแม้น้ำตาจากความเสียใจจะยังอยู่ภายในใจ

ความกลัวก็ยังคงอยู่ในอุรา เหตุการณ์สะดุ้งตื่นตอนกลางดึกจากเมื่อคืนที่นครสวรรค์ผ่านเข้ามาในความคิด

“เรากำลังทำอะไรอยู่” “ถ้าตายไป พ่อเราจะเสียใจขนาดไหน” “ลูกเมียจะคิดถึงเราขนาดไหน” “นี่เรากำลังทำอะไรอยู่”

นี่เป็นถนนที่ดีที่สุดของวันนี้ และหลังจากหลงไปหลงมาเพราะพยายามที่จะได้เห็นทะเล จนถึงเวลาใกล้เที่ยง ก็ยังไม่ได้เห็นทะเลแบบชัดๆ เต็มอิ่ม เริ่มสู้อากาศร้อนไม่ไหว ก็เข้าร้านกาแฟ โทรศัพท์ทะเลาะกับธุรกิจครอบครัว (แต่ไม่กระทบความสัมพันธ์)

มีความต้องการให้ผมเข้าร่วมประชุมบางอย่าง

แน่นอน ความรับผิดชอบต้องมาก่อน…เอาวันที่ธุรกิจสะดวกเลย ผมพร้อมเสมอ ผมสามารถบินกลับไปประชุม และบินกลับมาขี่ต่อได้

ช็อกโกแลตเย็นฉ่ำลิ้นและชุ่มคอ ความรู้สึกเย็นไหลไปตามทางเดินอาหารเข้าสู่กระเพาะให้รู้สึกได้ เพราะอากาศร้อน ช็อกโกแลตเย็นจึงได้อร่อยมากถึงเพียงนี้

เมื่อค้นหาโรงแรมจากทางโทรศัพท์ ในที่สุดก็พบโรงแรมที่ถูกใจ ถึงแม้อยากจะทำระยะทางให้ได้มากกว่านี้ โดยการไปนอนที่หัวหิน ก็ไม่สามารถหาโรงแรมที่ถูกใจริมชายหาดหัวหินได้…หาดเจ้าสำราญก็ได้…ไม่เคยมาเหมือนกัน

…ถึงแม้ระยะทางจะน้อยลงบ้าง พรุ่งนี้ออกเช้าขึ้นอีกหน่อยก็แล้วกัน

เดินออกจากร้านท่ามกลางอากาศร้อนมาก ติดเครื่อง สองสูบท่อคู่สีแดงส่งเสียงเพราะพริ้งไม่ขุ่นมัวเหมือนจิตใจนายของมัน

มุ่งตรงเข้าสู่หาดเจ้าสำราญ เช็กอิน อาบน้ำเย็นให้ชุ่มฉ่ำร่างกาย

สรุปการเดินทางวันนี้ ออกเดินทางประมาณหกโมงเช้า ถึงโรงแรมประมาณบ่ายสองโมง

ได้ระยะทาง 417.2 ก.ม. รวม 2 วัน 878.6 ก.ม.

อาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาที่จะไปทานอาหารริมชายหาด และชื่นชมสิ่งที่เชียงใหม่ไม่มี

แต่เพชรบุรีมี…ทะเล

บทความก่อนหน้านี้วงนี้ที่มาแรง! Panic! at the Disco
บทความถัดไปE-DUANG : มุมมอง กรณี สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เทียบกรณี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ