จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 13-19 กันยายน 2562

จดหมาย

 

0 ร่วมโลก

 

อ่านข่าวอุบัติเหตุ จากหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 19 สิงหาคม 2562

รถตู้มรณะชนพ่วง 18 ล้อ ตายคาที่ 11 ราย สาหัส 4 ราย

สาเหตุรับขนคนลาวจากกรุงเทพฯ ไปต่อพาสปอร์ตที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

เหตุเกิดบนถนนสายสระแก้ว-จันทบุรี ช่วงอำเภอวังสมบูรณ์

นับเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่ควรเกิด

ขอแสดงความเสียใจกับกลุ่มผู้เสียชีวิตและครอบครัว

ซึ่งพวกเขาจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเพื่อหารายได้ส่งกลับไปจุนเจือครอบครัว

แต่เป็นที่น่าสังเกต

ทำไมพวกเขาอยู่ สปป.ลาว ต้องทำหนังสือผ่านแดนในเขตแดนกัมพูชา ที่ติดต่อกับไทย

เพราะถ้าเขาอยู่ที่เมืองบ่อแก้วบ่อแตน ก็ควรผ่านทางเชียงราย

อยู่เวียงจันทน์ก็ผ่านหนองคาย

อยู่บริคำไซก็ผ่านบึงกาฬ

อยู่คำเกิดท่าแขกก็ผ่านนครพนม

อยู่สุวรรณเขตก็ผ่านมุกดาหาร

อยู่จำปาสัก ปากเซ ก็ผ่านอุบลราชธานี-อำนาจเจริญ

อนึ่ง การเหมารถตู้จากกรุงเทพฯ ออกไปต่อพาสปอร์ตที่ชายแดนกันดารก็เป็นเรื่องประหลาด

ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตร เสียเงิน-เสียเวลาของนายจ้างอีกต่างหาก

บางคนย้อนแย้งว่ากฎหมายเขาเขียนไว้อย่างนั้น

ก็ต้องปฏิบัติตาม

เริ่มต้นที่ไหน ต้องไปที่นั่น ซึ่งก็เป็นความจริงไม่มีข้อโต้แย้ง

แต่ขอกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ถ้ามีบัญชาให้แก้ไขระเบียบที่โบราณล้าสมัยนี้ครับ

ขืนใช้ไปก็อายชาวโลกเขา

โดยขอเสนอให้มีการแก้ไขใหม่ คือ ให้ผู้ถือพาสปอร์ตที่ทางการอนุญาตให้อยู่ในไทย เมื่อพาสปอร์ตหมดอายุ ให้ไปยื่นเรื่องต่อใหม่ได้โดยไม่จำกัดพื้นที่ ใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่น

กรณีเกิดเหตุนี้ ถ้าระเบียบอนุญาตให้ต่อที่กรุงเทพฯ ได้ คงจะไม่ตายหมู่แน่นอน

ประเทศไทยกำหนดพัฒนาให้เป็น 4.0 แล้ว ทำไมไม่แก้ระเบียบโบราณเหล่านี้

ดูอย่างกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ทำดี อนุญาตให้เจ้าของที่ดินประเมินราคาที่ดินต่างพื้นที่ได้

เช่น อยู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา บังเอิญมีที่ดินอยู่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ทำเรื่องขอประเมินราคาที่อำเภอเบตงได้ภายใน 1 ชั่วโมง อย่างนี้เขาจึงเรียกว่า 4.0 ได้ครับ

จึงเรียนผ่านมายัง ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดรับไว้พิจารณาแก้ไขตามที่เห็นสมควรครับผม

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

นายสมบูรณ์ หงษ์สิงห์ทอง

 

เรื่องระเบียบต่อวีซ่า ต่อพาสปอร์ต

รับว่า ไม่ค่อยรู้รายละเอียดนัก

แต่เห็นด้วยกับ “สมบูรณ์ หงษ์สิงห์ทอง” ถึงสิ่งที่ควรปรับปรุง

อำนวยความสะดวกให้รวดเร็ว โปร่งใส และปลอดภัย

รวมถึงการเดินทางมาทำงานหรือกลับบ้านของแรงงานต่างด้าวด้วย

อย่าถือว่าพวกเขาเป็นต่างชาติ จึงไม่ดูดำดูดี

เพราะพวกเขาก็มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอยู่ไม่น้อย

แต่เราก็เหมือนดูดาย

และไม่ค่อยรู้สึก ว่าการตายหมู่ของคนลาว คนพม่า ครั้งละเป็นสิบคน

เป็นความสูญเสียและสะเทือนใจมากเพียงใด

หรือเพราะเขาไม่ใช่คนไทย

จึงเฉยชากับความเศร้าสลด

ทั้งที่พวกเขาก็คือพี่น้องร่วมโลกเดียวกับเรา

 

0 สมาร์ต

 

เรียนบรรณาธิการมติชนรายสัปดาห์ที่นับถือ

ขอแบ่งปันเรื่องราวหน่อยครับ

อดีตท่านนายพลคนขยัน

ใส่บรั่นดีแกงไก่ใจทหาร

แจกจ่ายคอกันเองสุขสำราญ

หยุดระรานใครใครให้วุ่นวาย

ม็อบต่างๆ ก็ลาโรงไปแล้ว

บางคนแห้ว มาตั้งอีก แล้วก็หาย

แต่บางท่านไม่ทานเนื้อเพื่อไว้ลาย

ผักกระจายลงท้องอย่างทระนง

กองทัพเดินด้วยท้องร้องประสาน

รสอาหารเผ็ดร้อนต้องชวนหิว

แม่ทัพใหญ่เข้าคิวดูชิวชิว

แต่กลับฉิวผัดกะเพราบอกแพ้ทาง

ยังไงท่านก็ยังดูสมาร์ต

คนเห็นมาดพอวางใจกันได้บ้าง

ถึงกลิ่นควันโขมงโฉงส่งเสียงดัง

แยกตัวถังกับสายพานคนละทาง

จึงเขียนมาด้วยความนับถือ

กมล ธงชัยขาวสอาด

 

ถ้าหมายถึง “ท่าน” เดียวกัน

ก็หวังว่า “ท่าน” ที่กมล ธงชัยขาวสอาด ระบุถึง

“ยังไงท่านก็ยังดูสมาร์ต”

จงเดินอาด-อาด เข้าไปชี้แจงสภา

ให้หายสงสัยในทุกประเด็นเถิด

จะได้ทำงานอย่างสมาร์ต และเต็มกำลังเสียที

บทความก่อนหน้านี้เดินตามดาว /หมอทรัพย์ สวนพลู /ประจำวันที่ 13-19 กันยายน 2562
บทความถัดไปรายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/ธนาคารกลางของจีนเปิดตัวเงินดิจิตอล ไม่ยอมแพ้ลิบราของเฟซบุ๊ก