จดหมาย มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 27 มกราคม 2560

อ่อนโยนและเมตตา

ขอมอบภาพหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำคลองเพล จ.หนองบัวลำภู เพื่อเป็นมงคลชีวิต นะครับ

สายตาและรอยยิ้ม ด้วยความอ่อนโยนและเมตตา

ส่งกำลังใจให้ชาวมติชน และผู้อ่านต่อสู้กับโลก ที่นับวันเราจะอยู่อย่างลำบากขึ้นทุกวัน

กระนั้นเราก็คงดำเนินชีวิตต่อไป

ตามเส้นทางชีวิตตน

แสวงหาทรัพย์ ยศศักดิ์ ตำแหน่ง หาความสุข ตามวิถีโลกย์

มุ่งสู่ความสงบ พ้นทุกข์ ห่างไกลกิเลส ในทางธรรม

ผมขอให้ทุกคนมีหวัง ตามชีวิตที่ตนปรารถนาและเลือกเส้นทางเดินในสิ่งที่มุ่งหมายไว้ “ความสำเร็จ”

“พงษ์เทพ”

 

พงษ์เทพ ตั้งใจจะให้เป็น ส.ค.ส. ปี 2560

แต่เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึง “ตรุษจีน”

ก็เหมารวมให้ทั้งคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน

รับสายตาและรอยยิ้ม ด้วยความอ่อนโยนและเมตตาของ หลวงปู่ขาว อนาลโย

เป็นมงคลสำหรับปี 2560 และตลอดไป

 

แข็งกร้าวและดุดัน

ใครๆ ก็กลัวสงครามโลก

แต่ทรัมป์ หาเสียง ให้ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ พัฒนานิวเคลียร์ของตนเอง เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

แถมชื่นชม ปูติน ของรัสเซีย จนออกนอกหน้า

สร้างความกังขาต่อชาติพันธมิตรยุโรป

ดูเหมือนคล้ายเรแกน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ พรรคเดียวกันในอดีต แต่คนละสไตล์

เรแกนนั้น เสริมสร้างเขี้ยวเล็บให้ตัวเองยิ่งใหญ่ เพื่อปราบคู่แข่งรัสเซียและคู่ต่อกรอื่นๆ ให้สงบราบคาบ

แต่ทรัมป์มามาดใหม่ ให้ประเทศอื่นสร้างเขี้ยวเล็บกันเอาเอง

แถมตัวเองจะถอนตัวจากชาติพันธมิตรเดิม

คงไปหาทางขึ้นภู ดูคนอื่นตีกันแทน

ทรัมป์ทำให้ระบบการข่าว ทั้งสื่อ และโพลเป๋ไปหมดทั้งทางตรงและทางอ้อม

ทางตรงก็คือทรัมป์ไม่น่าเข้าวินกลับเข้าวิน

ส่วนทางอ้อม คือทรัมป์ไม่มาแน่ๆ แต่ที่แย่กว่าคือฝ่ายตรงข้าม เป็นกระต่ายตายใจ แล้วตอนนี้จะโทษทรัมป์ได้ไง

ทรัมป์จะเอาเงินคืน จากที่บรรพบุรษเอาไปทิ้งไว้ตะวันออกกลางเองแท้ๆ

โดยหาว่าจีนชุบมือเปิบ ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งน้ำมันไปเต็มๆ

แต่ทรัมป์ว่าจะเอาคืนแค่ครึ่งเดียวของที่ลงไปก่อนหน้านั้นก็พอ

ช่างมักน้อยซะจริงๆ

หรือเอามาครึ่งก่อน ที่เหลือค่อยว่ากันใหม่

โดนโจมตีทุกรูปแบบ ทำผู้หญิงนับสิบอ้างเป็นเหยื่อทางเพศของทรัมป์

แต่หารู้ไม่ มันไปกระทบชิ่งคนข้างกายฮิลลารีคู่แข่ง แบบอย่างไม่ดี อาจเป็นไปได้ กลายเป็นแรงบวก เทคะแนนให้ทรัมป์ทั้งที่มีเพียงภรรยานางแบบเท่านั้น ที่บอกว่าทรัมป์เป็น “สุภาพบุรุษ”

ทรัมป์มีมารยา กว่าใครจะเอาใจคนในชาติ จะสร้างกำแพงกันเพื่อนบ้าน โดยไม่ออกตังค์เอง ดันคนต่างชาติออกไป ตกลงจะไม่ไปมาหาสู่ แต่หาลู่ทางจะเอาคืนเค้าแล้วทั่วโลก

แสดงท่าทีออกมาบ้างแล้ว ว่าที่ไหน อย่างไร ไม่เข้าใจว่า เป็นสงครามปราม หรือสงครามปากพาไป

ทรัมป์ประสบความสำเร็จบ้านจัดสรร ตอนนี้จะขอปันส่วนจัดสรรนอกประเทศบ้าง

เตรียมเศรษฐีระดับพันล้าน อดีตนายพล แม้ผู้หญิงมาช่วยทำงาน ทั้งที่เป็นฐานเสียงเดิม และอเมริกันเชื้อสายเอเชีย และอเมริกันผิวสีเข้มนำมาร่วมทีมในสงครามโลกครั้งต่อไป หรืออย่างน้อยๆ ก็สงครามเศรษฐกิจ ตามที่ประกาศว่าจะเอาอเมริกากลับมาอีกครั้ง หรือจะไม่กลับมาก็อย่ากะพริบตา

ถึงทรัมป์จะเก่งอย่างปากหรือไม่ ก็ไปดูอนาคตข้างหน้า

แต่เค้าว่ากัน ดันมีลูกเขยเป็นที่ปรึกษาที่ไม่ธรรมดา พาทีมที่ปรึกษาช่วยทรัมป์เข้าทำเนียบได้

เท่านั้นยังไม่พอ สไตล์ทรัมป์ ใครจับทางไม่ถูก

บรรดามิตรก็คิดจะเลิกเป็นมิตร อย่างสหภาพยุโรป ที่เคยเป็นศัตรูก็ยกยอปอปั้น ดึงมาเป็นมิตร สังเกตดูได้ เป็นเรื่องใหญ่นอกประเทศทั้งนั้น ไอ้ที่บอกจะไล่คนออกนอกประเทศ คงเป็นแค่จิ๊บๆ

ที่รู้ๆ ก่อนหน้านี้ บ่อน้ำมันผลิตกันออกมามาก เห็นว่าทรัมป์มาก็จะลดการผลิตลง ไม่รู้ปลาซิวปลาสร้อยอย่างพวกเราจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อะไรกับเค้าได้บ้าง

น้ำมันถูก พวกเรายังใช้น้ำมันแพง คนยังไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย แม้ข้าวจะถูกลงก็ตาม ทรัมป์คงมองไม่เห็นแถวนี้หรอก

ถึงยังไงทรัมป์ก็รับตำแหน่ง คงไม่มีการกระทำใดเพื่อหักหน้าประชาชนของตัวเอง

แต่มีนักพยากรณ์ทางการเมืองว่าทรัมป์ออกจะหัวรุนแรงไม่เหมือนพวกอนุรักษนิยมในพรรค แต่ว่าทรัมป์อาจถูกถอดถอนจากการกระทำของตัวเอง ที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว

ก็ต้องฟังเค้าหน่อย

พวกที่ประท้วงไม่ให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีก็เข้าทางประเทศประชาธิปไตยไม่เต็มใบ แถมเชียร์คำพยากรณ์เป็นความจริงไวๆ

ส่วนพวกที่อยู่ในแนวอยู่แล้วก็ได้แต่ปลง เพราะคงไม่มีอะไรมั่นใจได้ว่าจะเกิดความรุนแรงไปมากกว่านี้หรือไม่

แต่ที่เป็นภูมิคุ้มกันประชาธิปไตยนี้ได้ดีเพราะได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ประชาชนมีความรู้และจิตสำนึกที่เป็นประชาธิปไตยมากพอจะดับอารมณ์นอกระบบได้

เรามาดูกันว่าโลกอยากจะเลียนแบบ ประชาธิปไตยแบบอเมริกันชน หรือประชาธิปไตยแบบไทย

ติดตามชมกันต่อไป

กมล ธงชัยขาวสอาด

มีการพยายามบลั๊ฟฟ์กันว่า ประชาชนที่มาร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานธิบดี

น้อยกว่าประชาชนที่มาชุมนุมต่อต้านทรัมป์

แต่กระนั้น การต่อสู้ ยังอยู่ในระบอบ “ประชาธิปไตย”

ไม่มีการบุกยึดทำเนียบขาวไม่ให้เข้าทำงาน

รวมทั้งไม่มีการเรียกร้องหา “วิธีการนอกระบบ” มาเอาเขาออกไป

ทรัมป์ยังมีเวลาพิสูจน์ตนอีก 4 ปี

เขาจะพาอเมริกันไปไหน หรือทำโลกป่วนหรือไม่ ยังต้องรอพิสูจน์

และให้โอกาส

ประชาธิปไตยไม่ราบรื่น แต่ไม่ใช่ยึดมาทำเองโดยอ้างว่ามีประชาชนหนุน

บทความก่อนหน้านี้พลโท ดร. พงศกร รอดชมภู : แนวทางการปรองดองแบบมาตรฐาน
บทความถัดไปนับหนึ่ง “11 อรหันต์” แก้ร่าง รธน. ปรับพระราชอำนาจตามข้อสังเกต