จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 26 เม.ย. – 2 พ.ค. 2562

จดหมาย

0 ไม่สุภาพ

 

อ่านมติชนสุดสัปดาห์แล้ว

รู้สึกว่าการปล่อยให้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีมันก็ดีอยู่

แต่ทำไมบางคำจึงไม่สุภาพคะ?

ยังไงช่วยคัดกรองด้วยนะคะ

Oh

 

น้องโอ้

ส่งจดหมายน้อยนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย

ซึ่งน้องโอ้ย่อมทราบดีว่า ณ โลกโซเชียลมีเดียนั้น

ภาษาเปลี่ยนแปลงไปมหาศาลเพียงใด

โดยเฉพาะคำหยาบ-ไม่หยาบ

สุภาพ-ไม่สุภาพ

แทบจะต้องเปลี่ยนคำนิยามใหม่

แล้วยังจะควบคุมภาษาเขียนในสื่อเก่าอยู่หรือ

จะให้เก่า ให้เชยสส์ รอวันตายซาก

จะไม่ปล่อยให้ “สื่อเก่า” ออกไป “ไต่เชือก” ให้หวาดเสียวบ้างเชียวหรือ

แต่ก็ขอบใจกับคำท้วงติง

อย่างไรเสีย เราก็มี “มาตรฐาน” กำกับอยู่สูงพอควร

แต่บางที

ใส่เสื้อยัดกางเกง แต่ขอแอบมีชายเสื้อหลุดรุ่ยออกมาเพื่อโชว์ความเฮี้ยวบ้าง

น้อง Oh คงพอเข้าใจ

 

0 ไม่ลืม

 

17 เมษายน 2562

เป็นวันครบรอบห้าปี

การหายตัวไปของบิลลี่ หรือ พอละจี รักจงเจริญ

นักกิจกรรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

หลังถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

จากนั้นไม่มีผู้พบเห็นเขาอีกเลย

ภรรยาบิลลี่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก

ครอบครัวยังคงรอคอยความยุติธรรม

ด้านแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องรัฐบาลชุดใหม่ ผ่านร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปรามการทรมานและอุ้มหาย

วันนี้ควรเป็นอีกวันที่เตือนให้รัฐบาลปัจจุบันและรัฐบาลใหม่

ตระหนักถึงพันธกรณีของตนในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิของประชาชน

ก่อนที่จะหายตัวไป บิลลี่เป็นนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยง

เขากำลังร่วมมือกับชาวบ้านคนอื่นและนักเคลื่อนไหวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อเตรียมฟ้องคดีต่อเจ้าหน้าที่

ซึ่งถูกกล่าวหาว่าวางเพลิงเผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านระหว่างปี 2553 และ 2554

หลังจากบิลลี่หายตัวไป

พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมีนอ ภรรยาของบิลลี่ ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี

ขอให้มีการไต่สวนการหายตัวไปของบิลลี่

แต่ต่อมาศาลยกคำร้อง โดยระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

จากนั้นมีนอได้ยื่นหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้เข้ามาตรวจสอบคดีนี้เป็นคดีพิเศษ

จนกระทั่งปี 2561 ดีเอสไอได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ และเริ่มสอบสวนเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2561

แคทเธอรีน เกอร์สัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

เรียกร้องทางการไทยให้การประกันว่า จะดำเนินการสอบสวนคดีบิลลี่อย่างเป็นอิสระ

ไม่ลำเอียงและรอบด้าน โดยต้องนำไปสู่การเยียวยาครอบครัวและผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเต็มที่

รวมทั้งให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษด้วย

ด้านพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมีนอ ภรรยาของบิลลี่โพสต์ในเฟซบุ๊กระบุว่า ในวันสงกรานต์ที่ผ่านมา

คนส่วนใหญ่คงสนุกสนานกัน

แต่ครอบครัวของเธอยังคงรู้สึกเศร้า

สนุกได้บ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ที่ผ่านมาชีวิตมีครบทุกรูปแบบ แต่อย่างไรเสียเธอยังหวังและรอคอยความยุติธรรมให้กับบิลลี่และครอบครัว

“ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขได้ ขอเพียงเราทุกคน แม้ว่าจะเป็นชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ หรือจะมียศมีตำแหน่งอะไร หันหน้าเข้ามาคุยเจรจากัน

อย่าดีแต่คอยจ้องจับผิดชาวบ้าน

และให้รัฐบาลพิจารณากฎหมายบุคคลสูญหายให้ผ่านไวๆ

แล้วใช้อย่างเคร่งครัด รวมถึงคุ้มครองบุคคลที่เรียกร้องสิทธิชุมชน ครอบคลุมให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ของประเทศไทยและทั่วโลก”

ข้อความสุดท้ายในจดหมายที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กของเธอ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

ประเทศไทย

 

เรามีวันให้จดจำมากมาย

การเปิดพื้นที่ให้คนเล็กๆ อย่างบิลลี่

ได้ถูกจดจำบ้าง

คงไม่เสียหาย หรือเป็นที่รำคาญของใคร

อย่าลืม บิลลี่!

บทความก่อนหน้านี้“ตำรวจพระ” หรือ “พระวินยาธิการ” มีไว้ทำไม ?
บทความถัดไปรายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/ อนาคตแรงงานในไทย ยุคจักรกลสู่ยุคอัตโนมัติ AI