ของดีมีอยู่ : รับ (ลวง พราง) ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี’65 / ปราปต์ บุนปาน

ของดีมีอยู่

ปราปต์ บุนปาน

 

ณ เวลาที่เขียนบทความชิ้นนี้อยู่ (ประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 2 มิถุนายน) ดูเหมือนผู้สันทัดกรณีส่วนมากมีแนวโน้มจะประเมินว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ในวาระที่ 1 จะเป็นเพียง “ลิเกการเมือง” ฉากเดิมๆ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์เก่าๆ อีกหนหนึ่ง

ผ่านการวิเคราะห์ว่าการวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองนั้นเป็นเพียง “การแสดงแสร้งทำ”

ซึ่งย่อมสวนทางกับ “ความเป็นจริงทางการเมือง” ณ เบื้องท้าย นั่นคือผลการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่จะช่วยยืนยันชัยชนะอีกครั้งของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

แต่อีกด้านหนึ่ง หากใครคุ้นเคยกับเรื่องเล่ามุขปาฐะแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นวรรณคดีหรือนิทานพื้นบ้านต่างๆ

ก็ย่อมทราบกันดีว่าเรื่องราวดราม่า สีสันส่วนสำคัญ และรายละเอียดอันน่าจดจำ อันสร้างความประทับใจให้แก่มหาชน มักปรากฏขึ้นตรงช่วงกลางทาง-ระหว่างทาง

มิใช่ปรากฏตรงบทสรุปปลายทางหรือตอนจบ

ถ้าลองนำเอาโครงสร้างของเรื่องเล่าทำนองนี้มาวางทาบทับกับการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ในวาระแรก

เราก็อาจพบว่าเนื้อหา-อารมณ์ที่ดำรงอยู่ระหว่างการอภิปรายงบประมาณกับผลการลงมตินั้นเป็นคนละส่วนกัน

ทั้งยังดูเหมือนว่าองค์ประกอบประการแรกจะมีนัยยะความสำคัญ และสามารถสะท้อนความคิดเห็น-ความในใจจริงๆ ของ “ผู้แทนราษฎร” กับ “ประชาชน” ได้อย่างซื่อตรง มากกว่าองค์ประกอบประเภทหลัง

หรืออาจกล่าวได้ว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเนื้อหาของการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ มีลักษณะเป็น “สามัญสำนึกทางการเมือง”

ซึ่งมีความผิดแผกแตกต่างจากการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่ต้องถูกกลั่นกรอง ผ่านกระบวนการคิดคำนวณ และกระบวนการต่อรองผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมือง-กลุ่มการเมืองต่างๆ อย่างสลับซับซ้อนมากกว่า

พูดอีกอย่างได้ว่ากระบวนการลงมติในสภาเป็น “กโลบายทางการเมือง” ที่ปกคลุมปิดบัง “สามัญสำนึกทางการเมือง” (ซึ่งถูกสื่อสารผ่านถ้อยคำอภิปรายของ ส.ส.) เอาไว้

หากมองในมุมนี้ การอภิปรายท้วงติงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวนหนึ่ง จึงมิใช่ “การแสดงละครทางการเมือง” แต่เป็น “สามัญสำนึกทางการเมือง” หรือ “ความเป็นจริงทางการเมือง” ที่ดำรงอยู่จริงๆ

ตรงกันข้าม ผลการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ต่างหากที่เป็น “ละครการเมือง” ที่อำพราง “ความจริง” บางอย่างเอาไว้

 

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว “สามัญสำนึกทางการเมือง” ที่ปรากฏขึ้นระหว่างการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรอบนี้ กำลังบ่งบอกอะไรกับพวกเรา?

คำตอบที่หลายคนสัมผัสได้ก็คือ มีความตึงเครียดระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลดำรงอยู่จริง

มีความไม่สอดคล้องลงรอยในคณะรัฐมนตรีดำรงอยู่จริง

มีความอึดอัดคับข้องใจในเรื่องการแบ่งสรรอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ดำรงอยู่จริง

โดยเฉพาะในกรณีอำนาจ-หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและ ศบค. กับรองนายกรัฐมนตรี-รมว.สาธารณสุข

“สามัญสำนึกทางการเมือง” ข้อนี้ สะท้อนผ่านคำอภิปรายของ ส.ส.ภูมิใจไทย อาทิ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และศุภชัย ใจสมุทร

รวมทั้งสะท้อนผ่านคำตอบ-การพยายามปฏิเสธโต้แย้งของตัวนายกรัฐมนตรีเอง

 

แม้ท้ายสุด ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 จะผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก

แม้สภาพปัญหาต่างๆ จะไม่ปรากฏชัดเจนในผลการลงมติ

แต่สายสัมพันธ์อัน “ไม่ลงตัว” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ระเหยหายไปไหน มิหนำซ้ำ ยังอาจเขม็งเกลียวยิ่งขึ้นตามลำดับ

สภาวะดังกล่าวจะปรากฏให้สาธารณชนตระหนักรับทราบ ผ่านการปฏิบัติงานอย่าง “ไร้เอกภาพ” ของรัฐบาล

สภาวะดังกล่าวจะสำแดงผ่าน “สามัญสำนึกทางการเมือง” ที่ค่อยๆ ถูกคลี่เผยออกมาในวาระต่างๆ โดยต่อเนื่อง นับจากนี้

บทความก่อนหน้านี้อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : MemOyoU ศิลปะแห่งการบันทึกความเข้าใจ ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิต
บทความถัดไป“ลุงตู่” ชงเอง ชิมเอง ผ่านฉลุย ไม่มีหือ มีอือ “ตบจูบ” สงครามแหกตา/ลึกแต่ไม่ลับ จรัญ พงษ์จีน