ฐากูร บุนปาน | เรื่องที่รอรัฐบาลตัดสินใจแบบสะเด็ดน้ำ

ฐากูร บุนปาน

ในรอบสัปดาห์นี้ นอกจากเรื่องไร้สาระอย่างการแย่งเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรี

ที่จ้องกันตาเป็นมันอยู่แต่ตำแหน่งขุมทรัพย์อย่างรัฐมนตรีพลังงานแล้ว

อันที่จริงมีเรื่องที่เป็นสาระ ซึ่งรอการตัดสินใจแบบสะเด็ดน้ำของรัฐบาลอยู่ด้วยกันอีกอย่างน้อย 2-3 เรื่อง

สองเรื่องแรกเป็นงานด้านเศรษฐกิจ

ประเด็นแรก คือท่านจะเอาอย่างไรกับเรื่องเงินช่วยเหลือให้กับคนตกงาน-คนว่างงานชั่วคราวเดือนละ 5,000 บาท ที่ทยอยสิ้นอายุการจ่ายในเดือนมิถุนายน

และส่วนใหญ่คือในเดือนกรกฎาคมนี้

ถ้าเชื่อว่าเศรษฐกิจดี ธุรกิจกำลังจะฟื้น การจ้างงานมีแต่จะเพิ่มขึ้น การค้าการขายจะกลับมาปกติ คนทำมาหากินจะไม่เดือดร้อนอีกต่อไป

จะไม่จ่ายต่อก็ได้

แต่ถ้าข้อมูลออกมาอีกทางหนึ่งว่าเศรษฐกิจยังดิ่งเหวปักหัวลงไปเรื่อยๆ

ธุรกิจมีแต่จะทยอยปิดหรือลดขนาดกิจการ

การตกงานจะเพิ่มขึ้น

การค้าการขายจะฝืดเคือง

คนทำมาหากินยังจะเดือดร้อนต่อไปอีกนาน

ก็ต้องคิดให้หนักแล้วว่า จะจ่ายเงินก้อนนี้ประคับประคองชีวิตเพื่อนร่วมชาติที่เดือดร้อนต่อไปหรือไม่

ประเด็นต่อมา ถึงจะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลโดยตรง เพราะมีแบงก์ชาติรับผิดชอบ

แต่เวลาที่พังพาบกันขึ้นมา จะเดือดร้อนกันไปทั้งหมด ไม่ว่าแบงก์ชาติ รัฐบาล

ไปจนกระทั่งธุรกิจน้อยใหญ่ และคนทั่วไป

ก็คือการตัดสินใจว่าจะต่ออายุมาตรการ “พักหนี้” ที่จะสิ้นสุดประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ไปอีกหรือไม่

เสียงแข็งจากหอคอยงาช้างแถวบางขุนพรหม ท่านประกาศมาก่อนแล้วว่า

ไม่!

ด้วยเหตุผลว่า จะทำให้ “เสียวินัย”

ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องมาชั่งตวงวัด ว่าถ้ารักษาวินัย แต่เสียชีวิต

หรือยอมเสียวินัยบ้าง เพื่อรักษาลมหายใจคนส่วนใหญ่ให้รอดไปก่อน

ถึงเวลาแข็งแรงดีแล้วค่อยกลับมาเข้มงวดกันใหม่

อย่างไหนจะเป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่กว่ากัน

และถ้ารัฐบาลคิดอย่าง แบงก์ชาติคิดไปอีกทาง

อะไรคือข้อสรุป

โจทย์เศรษฐกิจทั้งสองข้อนั้น มีเงื่อนไขกำกับอยู่ว่า

ต้องตัดสินใจให้ถูกต้อง ต้องเป็นที่รับรู้กันอย่างชัดเจน

และต้องรวดเร็ว

คิดผิดก็พัง

อธิบายได้ไม่ชัด ชาวบ้านก็สับสน

ทำช้า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

จริงๆ ภายในสัปดาห์นี้ ถ้ายังไม่มีคำตอบอะไรออกมา

ต่างคนก็ต่างหาขอนไม้เกาะกันจมน้ำตายเวลาเรือแตกก็แล้วกัน

กรณีสุดท้าย ข้ามไปที่การเมือง

ตกลงรัฐบาลต่อเวลาพระราชกำหนดฉุกเฉินออกไปอีก

ถ้าต่อ เพราะกลัวจะเกิดม็อบไม่กลัวน้ำร้อนอย่างที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

จะกลายเป็นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟ ทำให้การเคลื่อนไหวใหญ่โตลุกลามขึ้นอีกหรือไม่

กลับข้างกัน ถ้าไม่ต่อ จะ “เอาอยู่” ไหม

ถ้าการเคลื่อนไหวทำนองเดียวกันนี้กระจายออกไปเป็นไฟลามทุ่ง ที่นั่นที่นี่ทั่วประเทศ

ฝ่ายข่าว ฝ่ายความมั่นคง ประมวลข้อมูลเสนอขึ้นไปให้ดี ให้ตรงนะครับ

อย่าสวมวิญญาณกบ น้ำร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วก็ยังไม่รู้ตัว

อ่านใจชาวบ้านด้วยความเป็นชาวบ้านบ้าง

อย่ามุ้งมิ้งกันให้มาก

ยาทุกยี่ห้อในโลกนี้มีวันหมดอายุกำกับเอาไว้ทั้งสิ้น

เอายาหมดอายุมากิน

แทนที่โรคจะหาย กลายเป็นชักดิ้นชักงอเดี๋ยวนั้นก็เคยเห็นอยู่เยอะไป

อ้อ-แล้วที่ต้องรีบตัดสินใจทุกอย่างทุกเรื่องนั้น

เพราะเวลาไม่เป็นคุณกับบางท่านบางคนนะครับ

ด้วยเงื่อนไขหลายอย่างที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ไม่ว่าเศรษฐกิจ การเมือง หรืออื่นๆ

ถ้าปัจจัยที่ไม่ค่อยเป็นคุณกับผู้มีอำนาจทั้งหลายมาจ๊ะเอ๋กันเมื่อไหร่

ภาษาฝรั่งเขาเรียก Perfect Storm หรือเคราะห์ซ้ำกรรมซัด

ซึ่งดูแล้วมีเค้ามีลางอย่างนั้นเสียด้วย

วิกฤตกองอยู่ตรงหน้า ผ่ามองไม่เห็น

ยังแย่งของเล่นกันเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

แบบนี้ก็บรรลัยละพี่น้องเอ๋ย

เขาย่อยยับกันในกลุ่มน่ะไม่เป็นไร

แต่ลากเราอิ๊บอ๋ายไปด้วยนี่สิ!

บทความก่อนหน้านี้มุกดา สุวรรณชาติ : การเปลี่ยนแปลงใหญ่มาแล้ว รออยู่นอกสภา
บทความถัดไปประวัติศาสตร์ที่มา และวิธีทำดั้งเดิมของ “ไส้อั่ว”