ฐากูร บุนปาน | จุดจบสุดท้าย อยากให้คนจำเราอย่างไร?

ฐากูร บุนปาน

เพราะโรคภัยไข้เจ็บถามหา ต้องมานอนคุยกับหมออยู่หลายวัน

ข่าวสารบ้านเมืองก็ติดตามห่างหน่อย

จะเขียนไว้อาลัยถึงท่านผู้จากไปอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ก็นึกได้ว่า “อาจารย์โกร่ง” ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หนึ่งใน “ลูกป๋า” ที่ใกล้ชิดสนิทกว่า และรู้อื่นๆ ตื้นลึกหนาบางดีกว่า คงเขียนไว้หมดกระบวนความแล้ว

เขียนถึงรัฐบุรุษท่านอื่นไปพลางก่อนก็แล้วกัน

เอาที่คนรู้จักทั่วไปอย่างจูเลียส ซีซาร์

เพราะว่ามีแง่มีมุมดี

ไปสรุปข้อมูลย่อๆ มาจากวิกิพีเดียอีกที

กาอิอุส ยูลิอุส ไกซาร์ หรือจูเลียส ซีซาร์ (กรกฎาคม 100 ปีก่อน ค.ศ. – 15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ.)

เป็นรัฐบุรุษ แม่ทัพ และผู้ประพันธ์ร้อยแก้วอันเลื่องชื่อชาวโรมัน

ชัยชนะของซีซาร์ในสงครามกอลเมื่อ 51 ปีก่อน ค.ศ. ขยายดินแดนของโรมันไปถึงช่องแคบอังกฤษและแม่น้ำไรน์

ซีซาร์เป็นแม่ทัพโรมันคนแรกที่ข้ามไปถึงดินแดนทั้งสอง

ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้เขามีอำนาจทางทหารซึ่งไม่มีผู้ใดเทียม

เมื่อสงครามกอลยุติ วุฒิสภาสั่งซีซาร์ให้ลงจากตำแหน่งบังคับบัญชาทหารของเขาและกลับกรุงโรม

ซีซาร์ปฏิเสธคำสั่ง

และในปี 49 ก่อน ค.ศ. ก็ท้าทายอำนาจของโรม โดยการนำทหารหนึ่งกองพลทิ้งที่ตั้ง

และกลับเข้าอิตาลีภายใต้อาวุธอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

จนเกิดสงครามกลางเมือง

และซีซาร์เป็นผู้ชนะ

ส่งผลให้มีฐานะ อำนาจ และอิทธิพลอย่างไร้คู่แข่ง

หลังเข้าควบคุมรัฐบาล ซีซาร์เริ่มโครงการปฏิรูปสังคมและรัฐบาล รวมทั้งการสถาปนาปฏิทินจูเลียน

รวบระบบข้าราชการของสาธารณรัฐเข้าสู่ศูนย์กลาง

และสุดท้ายประกาศตนเป็น “ผู้เผด็จการตลอดชีพ”

แต่คลื่นใต้น้ำทางการเมืองไม่เคยสงบ

15 มีนาคม 44 ปีก่อน ค.ศ. ซีซาร์ถูกกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา นำโดยมาร์กุส ยูนิอุส บรูตุส ผู้ซึ่งเป็นคนสนิทและเป็นเสมือนลูกศิษย์ลอบสังหาร

เล่ากันว่าประโยคสุดท้ายของซีซาร์ก่อนตายเป็นภาษาละตินก็คือ “Et tu Brute” (เจ้าเองหรือ บรูตุส)

จบชีวิตเผด็จการ และอำนาจสูงสุดเด็ดขาดเอาไว้ง่ายๆ อย่างนั้น

โคลงพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 บาทหนึ่งที่ติดปากคนจำนวนไม่น้อยก็คือ

“ประวัติวีรบุรุษไซร้ เตือนใจ เรานา”

การถึงแก่อสัญกรรมของประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ ก็ดี

หรือฆาตกรรม-โศกนาฏกรรมของผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านไปกว่าพันปีก็ดี

มีมุม “เตือนใจ” ให้แต่ละคนแต่ละท่านคิดได้ต่างๆ กัน

แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ ถ้าให้เขียนจุดจบหรือฉากสุดท้ายตัวเองได้ ก็คงจะขอเลือกแบบท่านแรก

ก็ขอโมทนา

แต่ชีวิตจริงกับความหวังความฝันนั้นมักไม่ค่อยเดินทางเดียวกันเสมอไป

ปลูกถั่วได้ถั่ว ปลูกแตงได้แตง ยังเป็นเรื่องจริงเสมอ

ปลูกอำนาจแล้วหวังความสงบในฉากจบ

เคยมีไหม?

บทความก่อนหน้านี้คนมองหนัง | รำลึกถึง “ชัยยุทธ โตสง่า” ในฐานะ “ป๋อม บอยไทย”
บทความถัดไปนักวิชาการชี้ “พปชร.” ดัน “ประยุทธ์” นั่งนายกฯ ไม่ว่าเป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ-เสียงข้างน้อยก็อยู่ไม่นาน