ฐากูร บุนปาน | ทำไมการศึกษาไทย ไม่เคยสอนให้เข้าใจผลพวง “รัฐประหาร”

ฐากูร บุนปาน

จะเพราะเป็นคนหัวทื่อๆ ช้าๆ หรือว่าหัวแข็งก็ไม่แน่ใจ

เวลาที่ใครมาพูดว่า การศึกษาไทยล้มเหลวจึงยังไม่ค่อยปลงใจเชื่อนัก

เพราะเห็นคนรอบข้างและคนจำนวนไม่น้อยในประเทศนี้ ขยับฐานะทางสังคมของตัวเองขึ้นมาได้ด้วยการศึกษาจำนวนมาก

แต่เพราะอายุมากขึ้น พอจะเริ่มแยกออกว่าความสำเร็จส่วนบุคคลจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าความสำเร็จของส่วนรวมด้วยเสมอไป

บวกเข้ากับเหตุการณ์ซึ่งหน้าสองเรื่องที่ประสบด้วยตัวเอง

ถึงได้เริ่มเชื่อขึ้นมาแล้วว่า

สงสัยการศึกษาไทยล้มเหลวจริง

เอาเรื่องแรก สดๆ ร้อนๆ ก่อน

กรณีแก๊งวัยรุ่นอันธพาลบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ไประรานนักเรียนที่กำลังสอบไม่ให้สอบต่อไปได้

ทำร้ายครู ทำร้ายนักเรียน ลวนลามผู้หญิง

ในส่วนคดีก็ว่ากันไป แต่ในส่วนสาเหตุยังมีเรื่องให้ถกกันได้อีกยาว

ส่วนหนึ่งอาจจะบอกว่าเกิดจากความเป็นอันธพาล เพราะการรวมกลุ่มแล้วคะนอง ความมึนเมาอันเนื่องจากการเสพสุราตั้งแต่หัวไก่โห่ หรืออะไรก็ได้

แต่ส่วนที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ

คนเหล่านี้ไม่ให้ค่า ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา

เพราะถ้ามีสำนึกสักส่วนเสี้ยว ว่านักเรียนที่กำลังสอบอยู่กำลังทำเรื่อง “สำคัญ”

มันต้องมีใครสักคนหรือหลายๆ คนในกลุ่มทักท้วงขึ้นมาบ้างละว่า

การบุกเข้าห้องสอบ ทำให้การสอบชะงักลงกลางคัน อันจะส่งผลมหาศาลตามมานั้น

ทำไม่ได้และไม่ควรทำ

แต่นี่ไม่มีใครท้วงใคร

อาจจะเพราะกร่าง เพราะคะนอง หรือเพราะเมาอย่างว่า

แต่อีกนัยหนึ่งก็แปลได้ด้วยว่า คนเหล่านี้ไม่ได้เห็นการสอบอยู่ในสายตา

ไม่ได้ให้ราคากับการสอบ การศึกษา

ถามว่าคนกลุ่มนี้เคยผ่านการศึกษาในระบบโรงเรียนมาหรือไม่

เอาสถิติกระทรวงศึกษาธิการที่ท่านบอกว่าเด็กไทยจบโรงเรียนประถมประมาณร้อยละ 90

ผ่านมัธยมร้อยละ 50

(ถ้าตัวเลขผิด คือต่ำกว่าที่ท่านคุยเอาไว้ก็ขออภัย แต่ถ้ายิ่งไปเพิ่มตัวเลขให้มากขึ้น จะยิ่งแปลว่าเราล้มเหลวทางการศึกษาเข้าไปใหญ่)

เผลอๆ หลายคนในจำนวนนี้ ถ้าเป็นเด็กแถวนั้น คงเรียนมัธยมวัดสิงห์มาบ้างละน่า

อะไรทำให้กล้าบุกโรงเรียน-ซึ่งควรจะเป็น “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” ในบางระดับสำหรับคนทั่วไป

จะเพราะคนเหล่านี้ไม่ถือว่าโรงเรียนเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

และระบบการศึกษาไม่ได้เป็น “ภารกิจสูงส่ง” อีกต่อไป

ใช่หรือไม่?

เรื่องต่อมา ย้อนหลังไปหลายปีและหลายทีหลายครั้งในประเทศนี้

คือทำไมการศึกษาไทยไม่สามารถรวบรวมข้อมูลและสรุปให้คนเข้าใจได้ว่า

การใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ-รัฐประหาร-ตัดตอนการปกครองที่ให้อำนาจประชาชน (ที่เหมือนแก๊งซ่าบุกเข้าห้องเรียนยุติการสอบ) นั้น

เอาเข้าจริงแล้วมักนำไปสู่ความล้มเหลว ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

มากกว่าความสำเร็จตามสัญญาขายฝัน

ทำไมความรู้จำนวนมหาศาลจากตัวอย่างจำนวนมากมายในโลกนี้ ไม่เคยถูกสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ในสังคมไทย

และทำไมคนจำนวนไม่น้อยในสังคมถึงชื่นชมยินดี หรือยังคิดว่าวิธีการรัฐประหาร เป็นการแก้ไขปัญหาสารพัดที่ดีที่สุด

ผู้รู้หลายท่านเคยชี้เอาไว้แล้วว่า รัฐประหารนั้นจู่ๆ เกิดขึ้นมาเองกลางอากาศไม่ได้

ลำพังทหารหรือกองทัพก็ทำรัฐประหารไม่ได้

เพราะว่าการใช้อำนาจ (ในทางผิด) นั้นเหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องอาศัยปัจจัยเกื้อกูลอื่นๆ หล่อเลี้ยง

ไม่ว่าจะดิน น้ำ อากาศ

ไม่มีกองหนุน กองเชียร์ ไม่มีความคิด (ประหลาด) เบื้องหลัง ว่ารัฐประหารเป็นยาวิเศษ

รัฐประหารเกิดไม่ได้นะครับ

แต่เมื่อรัฐประหารงอกเงยและงอกงามในสังคมไทย

ไม่ตั้งคำถามเอากับระบบการศึกษาไทย ว่าอบรมสั่งสอนคนมาอย่างไร ถึงทำให้สนับสนุนรัฐประหารกันได้ออกหน้าออกตาขนาดนั้น

จะให้ไปถามใคร

กระทรวงศึกษาฯ ไม่ต้องมาตอบ

ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องอธิบาย

ตั้งใจตั้งคำถามเอาไว้ให้ชาวบ้านช่วยกันอภิปราย ช่วยกันคิด และช่วยกันแสดงออกเป็นหลัก

เพราะเชื่อว่าการฟัง คิด ถาม เขียนนี่แหละ หัวใจของการศึกษา

ไม่ใช่ห้องเรียนห้องสอบที่ไหน

ท่านว่าอย่างนั้นไหม

บทความก่อนหน้านี้อาชญากรรม | ปิดฉากแก๊งโจ๋งานบวช บุกตื้บครู-ลวนลามนร. สิ้นฤทธิ์-นอนเรือนจำ ร่ำไห้โฮ-อ้างเมาขาดสติ
บทความถัดไปวิเคราะห์ | “ทษช.” ลุ้นชะตากรรมยุบพรรค 7 มี.ค.ชี้ขาด เกมแตกแบงก์พันป่วน