ฐากูร บุนปาน : ก่อนถึง 24 มี.ค. จะได้เห็นอะไรแปลกประหลาดมากกว่านี้!

ฐากูร บุนปาน

หลังจากรอคอยกันมาด้วยความระทึกใจ

ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่

เพราะประกาศแล้วก็เลื่อนจนเชื่อไม่ได้

พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อช่วงเช้าของวันพุธที่ 23 มกราคม

โดย กกต.นัดประชุมเพื่อกำหนดและแถลงวันเลือกตั้งในบ่ายวันเดียวกัน

ตกลงเป็นวันที่ 24 มีนาคม

หมดคำถามเรื่อง “เลือกตั้งหรือไม่” ไปหนึ่งข้อ

ก่อนจะไปถึงคำถามว่า แล้วใครจะชนะหรือจัดตั้งรัฐบาล

ประมวลเหตุการณ์ฝุ่นตลบในช่วงก่อนการประกาศพระราชกฤษฎีกาก็จะเห็นว่า

คำถามเรื่องเลือกตั้งหรือไม่นั้น ไม่ค่อยน่าเป็นประเด็นสักเท่าไหร่

เพราะพรรคการเมืองแทบทั้งหมด-โดยเฉพาะพลังประชารัฐ ที่แนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรัฐบาล

ลงสนาม ลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชนไปแล้วหลายเพลา

บางคนบางพรรคเพียงปรากฏตัวก็ส่งผลให้แผ่นดินสะท้าน พสุธาสะเทือน

แต่บ้างเดินไปแล้วจนขาแทบลาก เรื่องที่อยากให้เป็นประเด็นในความสนใจไม่ยักเป็นประเด็น

ผ่าไปเป็นพาดหัวข่าวในเรื่องที่ติดลบกับคะแนนเสียงไปเสียได้

เป็นไปตามธรรมชาติธรรมดาของการเมืองเมื่อเข้าสู่โหมดการหาเสียงเลือกตั้ง

ก่อนถึง 24 มีนาคม ยังจะได้เห็นอะไรแปลกประหลาดมากกว่านี้

อีกหลายเรื่องหลายกรณี

ประเด็นที่เป็นกังวลกันมากไม่ว่าชาวบ้านร้านช่องในระดับไหน

ก็คือ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ จะบริสุทธิ์ ยุติธรรม เที่ยงตรงหรือไม่-อย่างไร

ด้านหนึ่งก็เป็นภาระที่ กกต. และรัฐบาล ในฐานะพระเอกและพระรองของหนังเรื่องนี้ ต้องไปจัดการดูแลให้สมกับความคาดหวังของท่านผู้ชม

แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นภาระของตัวแสดงประกอบอย่างพรรคและนักการเมืองทั้งหลาย รวมไปถึงท่านผู้ชมอย่างเราๆ ท่านๆ

ต้องช่วยกันกำกับ หรือเป่าปากโห่ร้องเวลาเห็นคนเล่นนอกบท

มีเสียงโห่มากๆ หรือเห็นผู้ชมชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ชิด ที่คิดจะออกนอกลู่นอกทาง ก็คงเขินๆ อายๆ กันบ้าง

ส่วนที่ลือๆ กันว่า บางคนบางพรรคการเมืองช่วงนี้ต้องไปหาหมอกระดูกหมอเส้นเอ็นบ่อยเป็นพิเศษ

เพราะรับกันทีละฟ่อนทีละปึ๊งจนข้อมืออักเสบทั้งคนให้คนรับนั้น

ก็ให้ถือว่าเป็นแค่ข่าวลือกันไป

เพราะไม่มีคนไข้ท่านไหนยอมรับว่าจริง (ฮา)

เช่นเดียวกันตัวเลขรวมๆ ที่บอกว่า ถึงวันนี้ก็ 3,000 เข้าไปแล้ว ยืดออกไปอีกหนึ่งเดือนนี่มิตกเข้าไปถึงประมาณ 4,500 หรือ

ก็เป็นแค่การคำนวณคนนอก

ที่ไม่มีทางไปรู้ตัวเลขเป๊ะๆ ของเขาได้

โน่น-ไปหลังเลือกตั้งนั่น พอมีการชำระบัญชีครั้งใหญ่ คราวนี้ไส้กี่ขดๆ ไหลออกมากองอยู่นอกท้องนอกพุง

ที่นึกว่าลับก็กลายเป็นเปิดเผยไปเอง

ที่สนุกยิ่งกว่าตอนนี้ก็คือขโมยร้องให้จับโจรนั่นละครับ

พรรค-นักการเมืองที่ถูกจับตาว่า “อู้ฟู่” ที่สุด กลายเป็นฝ่ายร้องโวยวายว่าเจอทีเด็ดของพรรค-นักการเมืองที่มีข่าวว่าบ้านแตก แล้วมีคนหิ้วกระเป๋าเงินออกจากบ้านไป

โวยว่า พรรคหลังแจกเยอะกว่า

เป็นงั้นไป-ฮ่าฮ่าฮ่า

จริงหรือไม่ เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่องแรกนั่นแหละครับ

รอให้ฝุ่นจางเดี๋ยวข้อเท็จจริงก็ค่อยๆ โผล่มาทีละจุด ทีละเส้น ลากโยงกันเป็นภาพเป็นเรื่องได้

จะชัดเจนว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร

ตอนนี้ก็ให้เป็นหน้าที่ของ “ข่าวลือ” ไปก่อน

ถึงในสังคมไทย ลือกันทีไรกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาทุกที

ก็ยังไม่ควรจะปรักปรำใคร จนกว่าจะได้หลักฐานคาหนังคาเขา

คิดเสียอย่างนั้นแล้วก็อาจจะสบายใจขึ้น

เอาเป็นว่า เลือกตั้งมาแน่ 24 มีนาคม

และถ้าไม่อยากให้ “เสียของ” คราวนี้ก็ต้องออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันให้มากๆ

ให้รู้กันไปว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้คิด-เชื่อ-อยากเห็นอย่างไร

รักใคร ชอบพรรคไหน เชื่ออะไรที่พูด ก็กาคนนั้น-พรรคนั้นเถอะครับ

แค่ไม่นอนหลับทับสิทธิ์ก็ช่วยสังคมนี้ได้มากแล้ว

บทความก่อนหน้านี้วิเคราะห์ – ถอดบทเรียน “ช้างศึก” ถึงเวลาคิดใหม่ทำใหม่
บทความถัดไปพท. จี้ บิ๊กตู่ เลิกอ้อมแอ้ม แล้ววางตัวเป็นกลาง ปูด ไอ้โม่งโผล่สัญญาจะให้ชุมชนละ 5 แสน