ฐากูร บุนปาน : การซ่อม / ธำรงวินัย / จำเป็นต้องมีทหารเกณฑ์หรือไม่ในโลกปัจจุบัน ?

ฐากูร บุนปาน

กรณีการบาดเจ็บปางตาย ถึงขนาดยังนอนไม่ได้สติ ไม่รู้สึกตัวของพลทหารคชา พะชะ สังกัด ร.31 พัน 3 รอ.

ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดเหตุการณ์ใช้กำลังรุนแรงกับทหารเกณฑ์ในค่ายทหารของปีนี้

และไม่มีใครกล้ายืนยันได้ด้วยว่าจะเป็นกรณีสุดท้ายหรือไม่

จะมีกรณีเช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้นในรั้วทหารอีกมากน้อยเท่าไหร่ ไม่มีใครรู้ได้

แต่กรณีที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้นเป็นลำดับ

โดยเฉพาะตั้งแต่โซเชียลมีเดียได้รับความนิยมแพร่หลาย

ไม่ว่ากรณีการใช้กำลังเหล่านี้ สาเหตุจะเกิดขึ้นเพราะอะไร

– การซ่อม (หรือเรียกเสียเพราะพริ้งว่าธำรงวินัย)

– การทะเลาะกันเองตามประสาวัยรุ่น (อย่างที่ผู้บัญชาการทหารบกระบุล่าสุด)

– หรือรุ่นพี่หมั่นไส้ เลย “รุมตื้บ” รุ่นน้อง

ฯลฯ

ก็มีประเด็นต่อเนื่องให้พิจารณาหลายประการด้วยกัน

1. ไม่ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด

การใช้กำลังในค่ายทหารกลายเป็น “ความปกติ” อย่างหนึ่ง

เคยมีท่านผู้ควบคุมค่ายทหารออกมาพูดเมื่อเกิดเรื่องทำนองนี้ว่า ทหารมีหน้าที่ต้องรับฟังคำสั่ง เพราะถึงเวลาสงคราม การแตกแถวของคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง อาจจะส่งผลถึงการแพ้สงคราม

ก็ใช่

แต่ไม่ได้หมายความว่า การสอน-กล่อมเกลา-สร้างบรรยากาศให้เกิดการเชื่อฟังคำสั่ง ต้องใช้กำลังเพียงอย่างเดียว

จนกระทั่งกลายเป็น “ความเคยชิน” ของคนทุกระดับ

การเป็นหัวหน้าใหญ่ สั่งซ้อมทุกคนได้หมด

หรือเป็นรุ่นพี่ รุมตื้บไอ้เณรรุ่นหลังได้

ไม่ได้ช่วยให้เกิดการ “เชื่อฟังคำสั่ง” ขึ้นมา

หลายครั้งมีแต่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้น

ทั้งระดับความคับแค้นส่วนตัว

และภาพของทหารที่ปรากฏต่อสายตาคนภายนอก

2.มีคนจำนวนมากตั้งคำถามว่า ยังจำเป็นต้องมีทหารเกณฑ์อยู่อีกหรือไม่ในโลกปัจจุบัน

ที่การสู้รบตัดสินกันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการใช้อาวุธทางไกล

มากกว่าที่จะใช้กำลังทหารเข้าประจัญบาน

สำหรับสังคมขนาดย่อมๆ เศรษฐกิจขึ้นๆ ลงๆ ตามประสาประเทศกำลัง (ด้อย) พัฒนา

เอาทั้งสองอย่างพร้อมกันนี่ไม่ไหวหรอกครับ

ทั้งจะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ดีๆ

ทั้งจะมีกำลังทหารเยอะๆ

ถามว่าประเทศไทยมีเงิน มีงบประมาณขนาดนั้นหรือ

ถ้าไม่มี ก็ต้องเลือกว่าจะเดินทางไหน

ถ้าโลกไปทางเทคโนโลยี แต่พี่ไทยยังงมโข่งจะเอาแต่ให้มีทหารเยอะๆ

ก็สวัสดี

และถ้ากลัว (ด้วยความบริสุทธิ์ใจ) ว่า ถ้าไม่มีทหารระดับล่างเลย เดี๋ยวงานของกองทัพจะสะดุด

ก็มีท่านผู้รู้เสนอทางเลือกไว้อีกตั้งหลายอย่าง

เช่น

– รับสมัครทหารอาชีพไปเลย

เสริมด้วย

– อบรมคนทั้งประเทศให้เข้าใจวิชาทหาร แล้วระดมพลในยามจำเป็น

ทหารระดับล่างจะได้ปฏิบัติหน้าที่ทหาร

ไม่ใช่มาเป็นคนรับใช้ในบ้าน “นาย”

หรือเป็นที่รองรับมือตีนของใคร

3.และถ้าหากท่านผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลาย เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจเหมือนที่ท่านพูดออกมาว่า

ทหารเป็นอาชีพมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

แม้กระทั่งการเป็นทหารเกณฑ์ก็มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี

ก็มีข้อสังเกตตามมาว่า ทำไมไม่เห็นลูกชายของคนใหญ่คนโตหรือผู้บังคับบัญชาในกองทัพ มาเป็นทหารเกณฑ์กันบ้างเลย

ถ้าดีจริงไรจริง

จะมาเป็นไอ้เณรเสมอหน้ากับลูกตาสียายสา ลูกชาวบ้านทั่วไปไม่ได้หรือ

เรื่องแบบนี้ ท่านพูดเราจะฟัง

ท่านทำเราถึงจะเชื่อ

4.และต้องตระหนักด้วยว่า ทุกครั้งที่มีเหตุมีข่าวทหารเกณฑ์ตายหรือเจ็บ

ศักดิ์ศรีเกียรติภูมิที่กองทัพภูมิใจก็หมองลงไป

ไม่เชื่อก็ลองตรวจสอบโลกโซเชียลดูเอาเถอะครับ

ถ้าไม่คิดว่านี่คือปัญหา ก็ไม่เป็นไร

ปล่อยไว้

ปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นเรื่อยๆ

เดี๋ยววันหนึ่งความเปลี่ยนแปลงก็มาถึงเหมือนกับทุกเรื่อง

แต่ถ้ารู้สึกว่านี่คือปัญหา

ก็ต้องแก้

และแก้อย่างรีบด่วนด้วย

เพราะปัญหาของกองทัพไม่ได้มีแค่เรื่องทหารเกณฑ์

แต่เรื่องทหารเกณฑ์อาจจะเป็นฟางเส้นท้ายๆ บนหลังอูฐได้

ไม่ต้องเชื่อนะครับ

ลองกลับมาส่องตัวเองด้วยใจอันแยบคายดูเถิด