จากงานวิจัย ถึงละครที่เดินเรื่องด้วย “ผัดไทย” การต่อยอดเพื่อไทยแลนด์ 4.0

ศ.ดร.สุเนตร ชุตินทรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์พหุวัฒนธรรมศึกษาและนวัตกรรมทางสังคม สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า “การวิจัยควรมีประโยชน์มากกว่าขึ้นหิ้ง”

ด้วยเหตุนี้จึงคิดมาตลอดว่าจะต่อยอดงานวิจัยที่เหล่านักวิชาการอุตสาหะทุ่มเททำมาด้วยวิธีไหน จนในที่สุดก็เกิดเป็นโปรเจ็กต์ละครโทรทัศน์ “สูตรลับลิขิตฝัน” จากผลงานวิจัยในโครงการนวัตกรรมละครโทรทัศน์เพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมไทย 4.0 ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกองทุนพัฒนาสื่อสารปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีแผนจะออกอากาศให้แฟนๆ ได้ชมกันทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ส่วนจะสนุกไหม, งานจากผลวิจัยจะน่าดูยังไง? ต่างๆ นานาเหล่านี้ โปรดอดใจไว้ เพื่อรอพิสูจน์ด้วยตัวเอง

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น โปรดรับรู้ถึงแนวคิดและความตั้งใจของคนทำงาน

 

ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามจะผลักดันไทยแลนด์ 4.0 โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้าไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น ซึ่งในส่วนของศูนย์พหุวัฒนธรรมฯ ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมก็ตั้งใจจะช่วยขับเคลื่อน ด้วยการสร้างงานที่จะสร้างอิมเมจของประเทศ

“อย่างเกาหลีเขาใช้ละครเป็นสื่อกลางในการสร้างอิมเมจของประเทศ เพื่อส่งออกวัฒนธรรมของประเทศเขา”

“เราก็จะลองทำ”

ลองให้ “สูตรลับลิขิตฝัน” เป็นจุดเริ่มต้น

“และถ้าภาครัฐเห็นความสำคัญก็อาจจะเป็นต้นแบบให้ภาครัฐ หรือหลายๆ ภาคส่วนในสิ่งอื่นๆ ทำขึ้น”

“เราอยากให้งานวิจัยเป็นต้นน้ำที่สามารถมาสร้างบูรณาการร่วมกัน อยากสร้างงานที่สร้างผลสัมฤทธิ์ ที่สุดท้ายสร้างอิมเมจขึ้นในเวทีโลก”

“นี่คือเจตนารมณ์ของเรา”

 

ในส่วนของ “สูตรลับลิขิตฝัน” นั้น เนื้อหาว่าด้วยเรื่องของ “เส้นจันท์” หญิงสาวผู้อยากชนะการแข่งขันทำอาหาร เพราะหวังจะมีชื่อเสียง ทั้งยังจะได้นำเงินรางวัลมาเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วยแม่ ตา และยาย โดยเธอตัดสินใจเลือกใช้เมนูผัดไทยในการแข่งขัน แต่ “จันทนา” ผู้เป็นแม่คัดค้าน เนื่องจากเคยมีความทรงจำร้ายๆ เกี่ยวกับอาหารประเภทนี้

ขณะเดียวกันก็เห็นว่าเส้นจันท์ยังไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของการทำผัดไทยอย่างแท้จริง

แต่แล้วในคืนหนึ่งขณะที่เส้นจันท์หลับ จู่ๆ เธอก็หลงเข้าไปอยู่ในปี พ.ศ.2486 ทำให้ได้พบกับ “บรรจง” ซึ่งเป็นตาของเธอในวัยหนุ่ม ได้เรียนรู้สภาพชีวิตในยุคสงคราม และมีโอกาสทำผัดไทยให้บรรจงกินด้วยส่วนผสมดั้งเดิม

หลังจากนั้น-เมื่อคืนกลับเข้ามาสู่โลกปัจจุบันของความเป็นจริง จันทนาก็ตัดสินใจสอนเคล็ดลับการทำผัดไทยแสนอร่อยให้เส้นจันท์นำไปใช้ในการแข่งขัน

ขณะที่ตัวของเส้นจันท์ก็มีมุมมองหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ในส่วนของคนเขียนบท กอล์ฟ-สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์ บอกตรงๆ ว่า กว่าจะได้เนื้อเรื่องนี้มาก็ผ่านการถกกันหลายครั้ง โดยบางส่วนอยากได้เนื้องานที่ชูชาติ ชูวัฒนธรรม

“แต่ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องทำหรอก มันไม่เป็นนวัตกรรม เพราะเราทำแบบนั้นกันมานานแล้ว”

ก็ละครอิงประวัติศาสตร์ทั้งหลายแหล่นั่นแหละ-เขาว่า

“ที่ผ่านมาเราทำละครอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งมันคือเรื่องการแย่งชิงพื้นที่ แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์เราเป็นยังไง ประวัติศาสตร์อาหาร หรือประวัติศาสตร์วิถีชีวิตเป็นยังไง ไม่เคยทราบ อันนี้เลยพลิกมาอีกมุมหนึ่ง”

ขณะเดียวกันก็ตั้งใจเลือก “ผัดไทย” เพราะสิ่งที่เห็นจนคุ้นคือ “พอพูดถึงอาหาร มันเป็นอาหารชาววังไปหมด ไม่ค่อยเห็นอาหารชาวบ้าน”

ส่วนที่มีคนแย้งว่า “เป็นอาหารไทยตรงไหน มันเป็นจีน กระทะก็เป็นจีนแล้ว เส้นก๋วยเตี๋ยวก็เป็นจีน ซึ่งผมอยากจะบอกว่าไม่ต้องไปแยก ไม่มีอะไรเป็นไทยแท้ๆ หรอก แต่สุดท้ายมันหลอมรวม ผสมผสาน จนความเป็นไทยก็คือแบบนี้”

ฝั่งผู้กำกับฯ คือเชิดพงษ์ เหล่ายนตร์ เขาก็ว่า เท่าที่ทำงานมา เขาเห็นว่าบทเรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก

และ “ผมก็จะทำให้ดีที่สุด เพื่อส่งออกวัฒนธรรมไทย”

ไปสู่สายตาชาวโลก

บทความก่อนหน้านี้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตุลาการศาลปกครองชั้นต้น-ข้าราชการตุลาการ 237 ราย
บทความถัดไปอินโดฯเผยผลสอบ ‘เที่ยวบิน 182’ ตกกลางทะเล ชี้จอดนิ่งในโรงเก็บเกือบทั้งปี-ก่อนบินถี่ 132 เที่ยวใน 20 วัน