จักรกฤษณ์ สิริริน : “เฟอร์นิเจอร์ชีวฆาต” จากต้นแบบ Antimicrobial ลดเชื้อโรค COVID-19

ที่มาภาพ : bioclad.com

อย่างที่ทราบกันดีว่า มีการคาดการณ์สภาพสังคมหลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งมวลมนุษยชาติจะเข้าสู่ “ชีวิตวิถีใหม่” หรือ New Normal

ที่ “วัฒนธรรมการประกอบอาชีพ” จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล!

วิชาชีพดั้งเดิมหลายอย่าง โดยเฉพาะธุรกิจภาคบริการ ซึ่งหากใครไม่ปรับตัว ก็คงต้องหายวับไปกับตา!

ศัพท์ใหม่ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในเวลานี้ก็คือ Work from Home ทั้งที่คำคำนี้เป็นที่คุ้นเคยกันดีในหมู่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเหล่า Freelance ทั้งหลาย

โดยเฉพาะคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ที่ Work from Home หรือ “เขียนต้นฉบับจากที่บ้าน” กันมานานหลายสิบปีแล้ว

แต่สำหรับสังคมวงกว้าง ไม่ว่าจะข้าราชการ หรือพนักงานบริษัทเอกชนแล้ว ดูเหมือน Work from Home จะเป็นศัพท์ใหม่มาก

เพราะวิกฤต COVID-19 นี้เองที่บีบบังคับให้ “มนุษย์เงินเดือน” ต้องกักตัวเอง ทำงานจากบ้าน หรือ Work from Home เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว

 

ผมคิดว่า “ยุคหลัง COVID” นับจากนี้ รูปแบบการทำงานของสำนักงานต่างๆ ก็คงจะมีแนวทางที่เปลี่ยนไป คือเป็นแบบ Work from Home มากขึ้น

เนื่องจากองค์กรต่างๆ ได้เล็งเห็นแล้วว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำนักงานนั้น “ลดลงเป็นอย่างมาก” หากให้พนักงาน Work from Home

ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าไฟ ค่าวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ เช่น กระดาษถ่ายเอกสาร หมึกเครื่องพิมพ์ ค่าของว่างในการประชุม รวมถึงค่าที่จอดรถซึ่งเคยจ่ายให้กับพนักงาน

แต่หากเปลี่ยนมุมมอง Work from Home จาก “มนุษย์เงินเดือน” ไปที่ “ผู้ประกอบการ” โดยเฉพาะธุรกิจ SME หรือ Start-up

ผมเชื่อว่า นับจากนี้ ธุรกิจ Start-up และ SME ก็จะหันมาหารูปแบบ Home Office มากขึ้น

เนื่องจากเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก ได้มองเห็นทางออกเหมือนกับองค์กรขนาดใหญ่

ว่า “หลังวิกฤต COVID” แล้ว การมุ่งไปสู่แนวทาง Home Office คือแสงสว่างใหม่!

เพราะในห้วงวิกฤต COVID-19 บรรดาเถ้าแก่น้อยต่าง “ประกอบธุรกิจจากบ้าน” กันถ้วนหน้า

ดังนั้น ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว “ยุคหลัง COVID” ก็ทำธุรกิจที่บ้านกันต่อเสียเลย จะได้ไม่ต้อง “จ่ายค่าเช่าสำนักงาน” อีกแล้ว

และต่อไปนี้เราจะใช้ “บ้าน” เป็น “สำนักงาน” กันทั้งหมด ดีไหมครับ?

อีกทั้งน้องๆ หนูๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต่างก็คุ้นเคยกับการ “เรียนที่บ้าน” หรือ Homeschool กันมาระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะการเรียนผ่านระบบ Online

ดังนั้น ทั้งการ Work from Home ของ “มนุษย์เงินเดือน” ทั้งการทำ Home Office ของ “เถ้าแก่น้อย” และทั้งการเรียนแบบ e-Learning หรือ Homeschool ของเด็กๆ จะถูกยกระดับความสำคัญขึ้นมากอย่างแน่นอน

 

อย่างไรก็ดี ผมคาดการณ์ว่า ยังมีองค์กรจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชนหลายแห่งและสถาบันการศึกษา ที่ไม่ปรารถนารูปแบบ Work from Home, Home Office หรือ e-Learning

เพราะอุปนิสัยของ “เจ้านาย” จำนวนมาก มักต้องการ “เห็นหน้าลูกน้องตลอดเวลา” ในสำนักงาน

และ “ครูบาอาจารย์” ส่วนใหญ่ก็เช่นเดียวกัน หากวันไหนไม่ได้ “เช็กชื่อ” ลูกศิษย์หน้าชั้นเรียน จะต้องนอนไม่หลับ!

ที่สำคัญก็คือ มี “มนุษย์เงินเดือน” จำนวนหนึ่ง “อยากเข้าสำนักงานมากกว่า” เพราะอยู่บ้านนานมันเปลืองแอร์!

พูดอีกแบบก็คือ สิ่งเหล่านี้เป็น “ความคุ้นเคย” ในระดับ “วัฒนธรรม” เลยทีเดียว

ดังนั้น New Normal ของบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่กำลังเกณฑ์คนกลับเข้า Office จึงมีความพยายามค้นหาอุปกรณ์บรรเทาเบาบางการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสำนักงานกันอย่างมากมาย

หนึ่งในนั้นก็คือ แนวคิด Antimicrobial

 

Antimicrobial แปลตรงตัวว่า “สารยับยั้งจุลชีพ” ชื่อเต็มคือ Antimicrobial Agent ซึ่งอันที่จริงมีใช้กันมานานกว่า 20 ปีแล้ว

โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ อาทิ ภาชนะบรรจุภัณฑ์อาหาร เสื้อผ้าอาภรณ์ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องใช้ไม้สอยภายในบ้าน เป็นต้น

กรรมวิธีก็คือ การผสม “สารยับยั้งจุลชีพ” หรือ Antimicrobial Agent ลงไปในส่วนประกอบของวัสดุก่อนการขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์นั่นเองครับ

แปลไทยเป็นไทยก็คือ วัตถุต่างๆ ที่มีส่วนผสมของ Antimicrobial จะมีผลในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและแพร่ระบาดของเชื้อโรคหรือจุลชีพได้เป็นอย่างดี

Antimicrobial อาจอยู่ในรูปของ “ผลึก” Silver Nano, Zinc Oxide, Titanium Dioxide หรือ Chitosan ก็ได้

Silver Nano เป็น “อนุภาคขนาดเล็ก” ที่ “จิ๋วมาก” จนสามารถเข้าไป “สัมผัส” กับ “จุลชีพ” ได้อย่างทั่วถึง

เมื่อสัมผัสกับจุลชีพแล้ว Antimicrobial จะใช้กลไกโจมตีแบบหลายปฏิกิริยา ทำลายโปรตีน DNA (Deoxyribonucleic Acid) ทำให้ผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเกิดความเสียหาย

ส่งผลให้จุลชีพไม่สามารถแบ่งเซลล์ได้ และจะทำให้เซลล์ตายในที่สุด

ทุกวันนี้ นอกจาก “เสื้อนาโน” ที่เรารู้จักกันมากว่าสิบปีว่า “ใส่แล้วไม่ต้องซัก” เพราะ Silver Nano จะยับยั้งจุลชีพที่ทำให้เนื้อผ้าเกิดกลิ่นเหม็นนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีการเติม Antimicrobial ในการผลิตถาดใส่อาหาร (ลดแบคทีเรีย) แท็งก์น้ำ (ลดตะไคร่) ผ้าม่าน (ลดเชื้อรา) และอื่นๆ อีกมากมาย

เหตุผลหลักของการผสม Antimicrobial เข้าไปในผลิตภัณฑ์ นอกจากจะเป็นการยับยั้งจุลชีพแล้ว ยังช่วยปกป้องวัสดุจากการเสื่อมสภาพได้อีกด้วย

ในปัจจุบันมีวัตถุดิบที่ผสม Antimicrobial หรือเทคโนโลยีต้านจุลชีพระดับเซลล์ (Cellular Level) ให้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก สิ่งทอ เซรามิก สี ฯลฯ

และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ “หน้ากากอนามัย Antimicrobial”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการ Healthcare และวัสดุอุปกรณ์ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์

 

ที่สำคัญที่สุดก็คือ มีการคาดหมายกันว่า ในเร็ววันนี้จะมีการนำกลไกแบบผลิตภัณฑ์ Antimicrobial มาประยุกต์ใช้ในการป้องกัน COVID-19

โดยผสมเข้าไปในวัสดุขึ้นรูป “อุปกรณ์สำนักงาน”

นั่นก็คือ “เฟอร์นิเจอร์ชีวฆาต” เพื่อช่วยลดความสกปรกผิวสัมผัส หรืออาจก้าวไกลไปถึงขั้นป้องกันเชื้อ COVID ได้!

โดยผสม Antimicrobial แบบยับยั้ง COVID ได้เข้าไปใน “เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน” ทุกรูปแบบนั่นเอง

ซึ่งถือเป็นการสร้าง New Normal ให้กับ “เครื่องใช้ใน Office” ที่ต่อไปนี้ไม่ต้องเช็ดล้างทำความสะอาด ส่งผลให้พื้นผิวของ “อุปกรณ์สำนักงาน” มีความทนทานต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า พวกน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในสำนักงานต่างๆ ที่ใช้กันมานานนั้น มีส่วนทำให้ผิวสัมผัสของ “เฟอร์นิเจอร์” เสื่อมสภาพได้ง่าย

 

ซึ่งก็เหมือนกับที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่านับจากนี้ การ Work from Home การทำ Home Office และการเรียนแบบ e-Learning หรือ Homeschool จะถูกยกระดับความสำคัญขึ้นมากอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาสำนักงานทั้งหลายที่ได้ทยอย “เรียกคนกลับเข้า Office” และโรงเรียนต่างๆ ที่ใกล้จะเปิดเทอม ได้มี “เฟอร์นิเจอร์” แนว Antimicrobial ไว้รองรับการใช้งาน

เพื่อเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการช่วยลดการติดเชื้อ COVID

นอกเหนือไปจากมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การเว้นระยะห่างทางสังคม การหมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และการสวมใส่หน้ากากอนามัย

ที่ทุกวันนี้ กระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ได้กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของมวลมนุษยชาติไปแล้ว!

Antimicrobial จึงเป็น “ชีวิตวิถีใหม่” ของ “อุปกรณ์สำนักงาน” ใน “ยุค Post-COVID” นั่นเอง!

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“จาตุรนต์” ติงนายกฯ ดุ ส.ส.เหมือนลูกน้องใต้บังคับบัญชา ไม่เข้าใจสภา
บทความถัดไปโสมใต้ผงะอีก! พบติดเชื้อโควิด-19 เกือบ 20 คน โยง “บาทหลวง” โบสถ์อินชอน