รายงานพิเศษ : อ่านวาทะผู้นำ ยามผ่านพ้นโศกนาฏกรรมเหตุกราดยิง จากนิวซีแลนด์ถึงสหรัฐ

ยามใดที่ประเทศประสบเหตุโศกนาฏกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงภายในประเทศต่อชีวิตประชาชนจำนวนมาก ไม่ว่าเริ่มต้นด้วยสาเหตุอะไร จบลงอย่างไร สิ่งที่ต้องทำหลังจากนั้นมีอะไร อีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องทำในยามที่ประชาชนอยู่ในภาวะอกสั่นขวัญหายจากเหตุรุนแรงใดที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจ นั้นคือ

การแสดงออกถึงความเป็นผู้นำผ่าน “คำพูด” ที่แสดงถึงการปลอบประโลมพี่น้องร่วมชาติยามที่ตกอยู่ในความหวาดกลัว โศกเศร้าและท้อใจ ให้กลับมามีความหวังและร่วมผ่านวันอันโหดร้ายนี้ไปให้ได้

เมื่อใดที่ผู้นำประเทศเปล่งวาจาต่อปวงชนถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้น ผู้คนจะได้เห็นถึงทัศนคติ ปฏิกิริยา วุฒิภาวะ และยังรวมถึงความสามารถที่ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในตัวผู้นำว่าจะสามารถยับยั้งปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกได้

 

“สร้างชาติที่เราเชื่อว่าอยากให้เป็น”
จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
เหตุกราดยิงมัสยิดเมืองไครสต์เชิร์ช, มีนาคม 2562

นิวซีแลนด์เผชิญความรุนแรงภายในครั้งใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นในห้วงกระแสขวาจัดถาโถมทั่วโลก ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นผู้มีแนวคิดขวาจัดเชิดชูคนขาว ได้ใช้อาวุธกราดยิงใส่ชาวมุสลิมทั้งในมัสยิดอัลนูร์และศูนย์อิสลามลินวู้ดในเมืองไครสต์เชิร์ช จนมีผู้เสียชีวิต 51 ราย และบาดเจ็บ 49 คน

2 สัปดาห์ต่อมา จาซินดาได้มีสุนทรพจน์ต่อเหตุกราดยิงท่ามกลางประชาชนในสวนสาธารณะแฮ็กลีย์

โดยจาซินดาได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า ถ้อยคำใดเล่าจะแสดงถึงความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของชายหญิงและเด็กที่สูญเสียไป 50 คน และผู้บาดเจ็บจำนวนมากได้?

คำอะไรเล่าที่จับความเจ็บปวดของชุมชนมุสลิมของเราซึ่งเป็นเป้าหมายของความเกลียดชังและความรุนแรง?

คำใดอีกเล่าที่จะแสดงถึงความเศร้าโศกของเมืองที่รู้จักความเจ็บปวดมากมาย?

ฉันคิดว่าไม่มีเลย แล้วจากนั้นฉันมาที่นี่และได้พานพบด้วยคำทักทายอันแสนเรียบง่าย “อัลสลาม อัลลัยกุม” ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน

ถ้อยคำอันแสนเรียบง่าย จากผู้นำชุมชนที่ต้องสูญเสียเพื่อนและคนที่ตัวเองรัก ถ้อยคำอันเรียบง่ายที่กระซิบซาบจากผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล คำพูดอันเรียบง่ายที่เปล่งโดยผู้สูญเสียและทุกคนที่ฉันได้พบซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้

ขอความสันติจงมีแด่ท่าน

 

จาซินดากล่าวอีกด้วยว่า กว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องราวของผู้ได้รับผลจากการก่อการร้าย พวกเขามีเรื่องราวของความกล้า พวกเขามีเรื่องราวของผู้ที่เกิดมา เติบโตและทำให้นิวซีแลนด์แห่งนี้เป็นดั่งบ้าน ผู้ที่เสาะหาการลี้ภัย หรือแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเพื่อพวกเขาและครอบครัว

เรื่องราวเหล่านี้ ได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของเราทุกคน พวกเขายังคงอยู่กับเราตลอดไป พวกเขาคือเรา

แต่ความทรงจำเหล่านี้ล้วนนำมาซึ่งความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่ทำให้สถานที่เป็นดั่งที่เราอยากให้เป็น สถานที่ที่ว่านี้ หลากหลาย มีการต้อนรับ มีความเมตตาและเอื้ออาทร คุณค่าเหล่านี้คือสิ่งแทนที่ดีที่สุดของเรา

จาซินดากล่าวถึงกระแสแนวคิดสุดโต่งที่ถาโถมใส่ทั่วโลกและนิวซีแลนด์ว่า แม้ว่าเชื้อโรคอันน่ารังเกียจจะอยู่ในที่นี้แต่เราไม่ต้อนรับ การแบ่งแยกเชื้อชาติมีอยู่ แต่เราไม่ต้อนรับ การโจมตีต่อเสรีภาพของใครก็ตามที่ประพฤติบนความศรัทธาหรือศาสนา ที่นี่เราไม่ต้อนรับ ความรุนแรงและความสุดโต่งทุกรูปแบบ ที่นี่ก็ไม่ต้อนรับ กว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราแสดงให้เห็นแล้ว คุณแสดงให้เห็นแล้วจากการกระทำของคุณ

จากคนหลายพันคนที่เฝ้าไปจนถึงชายชราอายุ 95 ปีที่ขึ้นรถเมล์สี่คันเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เพราะเขาไม่สามารถหลับตาลงจากความเศร้าที่ได้เห็นความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของผู้อื่น

ความท้าทายของเราตอนนี้ คือการทำให้ดีที่สุดในแต่ละวันกลายเป็นจริง

เพราะเราไม่มีภูมิต้านทานจากเชื้อโรคของความเกลียดชัง ความกลัวและอื่นๆ เราไม่เคยมี แต่เราสามารถมีชาติที่ค้นพบการเยียวยา

 

นอกจากนี้ จาซินดากล่าวถึงหนทางแก้ไขเหตุการณ์นี้ว่า เราไม่สามารถเผชิญเรื่องนี้ได้ตามลำพัง ไม่มีใครทำได้ แต่คำตอบนั้นอยู่ตรงหน้าด้วยความคิดอันเรียบง่ายซึ่งไม่ผูกมัดด้วยพรมแดนภายใน ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของเชื้อชาติ ฐานอำนาจหรือรูปการบริหารใด แต่คำตอบอยู่ตรงที่ ความเป็นมนุษย์ของเรา

แต่ตอนนี้ เราจะจำผู้คนที่จากไป เราจะจดจำผู้ตอบสนองคนแรกที่ทุ่มเทเพื่อช่วยผู้อื่น เราจะจดจำน้ำตาของชาติเรา และการแก้ปัญหาใหม่ที่เราได้ก่อร่างขึ้น และเราจดจำว่าเราคือบ้านที่ไม่อาจและไม่สามารถอ้างความสมบูรณ์แบบ แต่เรามุ่งมั่นให้กลายเป็นจริง สมดั่งถ้อยคำในเพลงชาติของเราที่ว่า

“คนทุกเชื้อชาติและความเชื่อ รวมตัวกันที่นี่ต่อหน้าท่าน ขอให้พระองค์ประทานพรที่นี่ พระเจ้าปกป้องแผ่นดินเสรีของเรา จากความไม่ลงรอยกัน ความอิจฉา เกลียดชังและการทุจริต ปกป้องรัฐของเรา ทำให้ประเทศของเราดีและยิ่งใหญ่ ขอให้พระเจ้าปกป้องนิวซีแลนด์”

รวมกันเป็นหนึ่ง, ความสันติสุขจงมีแด่ท่าน

 

“ใจผมแตกสลาย”
บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
เหตุกราดยิงโรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุก
เมืองนิวทาวน์ รัฐคอนเนตทิคัต ธันวาคม 2555

เมืองนิวทาวน์ถือว่าเป็นเมืองที่ไม่ค่อยเกิดเหตุรุนแรง

แต่ในวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ในขณะที่นักเรียนชั้นประถมกำลังเข้าชั้นเรียน ผู้ก่อเหตุวัยเพียง 20 ปี ได้ใช้อาวุธปืนที่ซื้อโดยใช้ชื่อของมารดา ตัดสินใจลั่นไกใส่แม่ตัวเองจนเสียชีวิตคาห้องนอนและเดินทางไปยังโรงเรียนแซนดี้ ฮุก เข้ากราดยิงนักเรียน ครูและเจ้าหน้าที่ ตามห้องเรียนแต่ละชั้น เสียชีวิตรวมทั้งผู้ก่อเหตุ 27 ราย และบาดเจ็บ 2 คน

กลายเป็นเหตุยิงกันในโรงเรียนที่เลวร้ายเป็นอันดับ 2 และอันดับ 4 ในเหตุกราดยิงที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

บารัค โอบามา ประธานาธิบดีในเวลานั้น ได้ออกแถลงการณ์ทันทีหลังประชุมสถานการณ์เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน โดยได้กล่าวว่า

เราได้อดทนกับโศกนาฏกรรมเหล่านี้มากเกินไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และทุกครั้งที่ผมรู้ข่าว ผมไม่ได้ตอบสนองในฐานะประธานธิบดี แต่เป็นคนอื่น – ในฐานะพ่อ-แม่ และนั่นก็เป็นจริงทุกวันนี้ ผมรู้ว่าไม่ใช่พ่อ-แม่ในอเมริกาที่เพิ่งรู้สึกเศร้าสลดใจแบบเดียวกับที่ผมเป็น

คนที่เสียชีวิตในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็ก-เด็กตัวเล็กวัยน่ารักอายุระหว่าง 5 ถึง 10 ขวบ พวกเขามีชีวิตทั้งชีวิตรออยู่ข้างหน้า-วันเกิด, วันรับปริญญา, งานแต่งงาน, ลูกๆ ของพวกเขาเอง ในบรรดาผู้สูญเสียยังมีครู-ชายหญิงที่อุทิศชีวิตเพื่อช่วยลูกๆ ให้บรรลุความฝัน

ดังนั้น วันนี้หัวใจเราแตกสลาย-สำหรับพ่อ แม่ และปู่ ย่า ตา ยาย พี่น้องและน้องชายของเด็กเล็กเหล่านี้ และสำหรับครอบครัวของผู้ใหญ่ที่ต้องสูญเสีย หัวใจของเราแตกสลายเพื่อพ่อ-แม่ผู้รอดชีวิตและได้รับพรเช่นเดียวกับที่พวกเขาต้องกลับบ้านในคืนนี้โดยรู้ว่าความไร้เดียงสาของเด็กถูกพรากไปจากพวกเขาเร็วเกินไปและไม่มีคำพูดใดที่จะลบล้างความเจ็บปวดไปได้

ในฐานะประเทศนี้ เราผ่านพ้นมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนประถมในนิวทาวน์หรือห้างสรรพสินค้าในโอเรกอนหรือโบสถ์ในวิสคอนซินหรือโรงภาพยนตร์ในออโรราหรือมุมถนนในชิคาโก ย่านที่อยู่อาศัยเหล่านี้เป็นย่านของเราและเด็กเหล่านี้เป็นลูกของเรา

และเราจะต้องมารวมกันและดำเนินการอย่างมีความหมายเพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมเช่นนี้มากขึ้นโดยไม่คำนึงว่าเป็นเรื่องการเมือง

 

เย็นวันนี้มิเชล (อดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง) กับผม จะทำสิ่งที่พ่อ-แม่ทุกคนในอเมริกาจะทำเพื่อกอดลูกให้แน่น และเราจะบอกพวกเขาว่า เรารักพวกเขาและเราจะเตือนกันและกันว่าเรารักกันมากเพียงใด แต่มีหลายครอบครัวในคอนเนตทิคัตที่ไม่สามารถทำได้ในคืนนี้ และพวกเขาต้องการพวกเราทุกคนในตอนนี้ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ชุมชนนั้นต้องการให้เราเป็นคนอเมริกันอย่างดีที่สุด และผมจะทำทุกอย่างในอำนาจของผมในฐานะประธานาธิบดีเพื่อช่วยเหลือ

เพราะในขณะที่ไม่มีอะไรสามารถเติมเต็มพื้นที่ของเด็กหรือคนที่เรารักซึ่งต้องสูญเสีย ทุกคนสามารถยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่ต้องการ-เตือนพวกเขาว่าเราอยู่ที่นั่นเพื่อพวกเขาว่าเรากำลังอธิษฐานเผื่อพวกเขาว่าความรักที่พวกเขารู้สึก สำหรับผู้ที่หลงหายไม่เพียง แต่อยู่ในความทรงจำเท่านั้น แต่ยังอยู่ในเราด้วย

ขอพระเจ้าทรงอวยพรความทรงจำของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและถ้อยคำในพระคัมภีร์ จงรักษาผู้ใจสลายและเต็มไปด้วยบาดแผลด้วย

บทความก่อนหน้านี้เทศมองไทย : “เฟซบุ๊ก” บนทางสายเลือด ที่นครราชสีมา
บทความถัดไปแกนนำ พปชร.นำทีมช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร – วอนคู่แข่งหยุดดิสเครดิต