เชิงบันไดทำเนียบ : แยกกันเดิน รวมกันตี ! ‘บิ๊กแดง’ เปิดศึก ขวาพิฆาตซ้าย 2019 ‘บิ๊กตู่’ กรำศึก คุมทัพรัฐบาล

อีกหนึ่งกองหนุนคนสำคัญของ ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม นั่นคือ ‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘น้องรักต่างสาย’ เพราะ ‘บิ๊กตู่’ มาจากสาย ทหารเสือฯ บูรพาพยัคฆ์ ร.21 รอ.- พล.ร.2 รอ. ส่วน ‘บิ๊กแดง’ มาจากสายวงษ์เทวัญ เติบโตจากรั้ว ร.11 รอ. เดิม แม้วันนี้ดุลอำนาจในกองทัพจะเปลี่ยนไป การสลายของขั้วทหารสายต่างๆ
.
ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ เห็นฝีมือ พล.อ.อภิรัชต์ มานาน โดยเฉพาะในอดีตที่ต้องกรำศึกกับคนเสื้อแดงด้วยกันช่วงปี 2552-53 โดย พล.อ.ประยุทธ์ นั่งตำแหน่ง 5 เสือ ทบ. ส่วน พล.อ.อภิรัชต์ เป็น ผู้การ ร.11 รอ. ในขณะนั้น
.
มาในยุค รบ.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ ‘บิ๊กแดง’ ถูกโยกไปเป็น ผบ.พล.11 ฉะเชิงเทรา และ ผบ.มทบ.14 เพชรบุรีแทน จนมาถึงช่วงก่อนรัฐประหาร 22พ.ค.57 เพียง 1 เดือน ‘บิ๊กตู่’ โผโยกย้าย เม.ย.57 ได้โยก ‘บิ๊กแดง’ กลับเข้ากรุง ขึ้นเป็น ผบ.พล.1 รอ. ที่ดูแลพื้นที่ กทม. ทั้งหมด แสดงถึงความไว้วางใจที่มีให้ จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ เดินขึ้นตามสายเส้นทางเหล็ก จนได้เป็น แม่ทัพภาคที่ 1 เรื่อยมาถึง ผบ.ทบ.

แม้ที่ผ่านมา ‘บิ๊กแดง’ จะย้ำจุดยืนกองทัพเป็นกลาง แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ แสดงออกมา กลับมีความชัดเจนไม่น้อย แม้ที่ผ่านมาจะพยายามไม่ระบุตัวบุคคลหรือชื่อพรรคใด แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่าต้องการเพ่งเป้าไปที่พรรคอนาคตใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยวาทะแรก ‘ซ้ายจัด ดัดจริต’ ที่ต่อว่ากลุ่มคนที่ไปเรียนเมืองนอก แล้วมีแนวความคิดจะมาเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ รวมทั้งตอบโต้พรรคเพื่อไทยที่หาเสียงตัดงบกองทัพและยกเลิกเกณฑ์ทหาร โดย ‘บิ๊กแดง’ ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน โดยในช่วงนั้นก็ได้เปรยถึงบุคคลที่มีเงินและมีอำนาจไม่ต้องติดคุกหรืออย่างไร หรือไม่ต้องยอมรับกติกา และไม่สงสารคนที่มีเงินหรือมีอำนาจทำไมถึงยอมติดคุก
.
จากนั้น ‘บิ๊กแดง’ เลี่ยงการให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการเมืองมาหลานเดือน จนมาเปิดเผยว่ากำลังทำ ‘บทความเชิงวิทยานิพนธ์’ เกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศทางการเมือง ซึ่งได้เปรยสั้นๆว่าเปิดมาจะมีคนเดือดร้อน
.
จนล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ ออกมาบรรยายหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง“ ที่ บก.ทบ. ยาว 1 ชั่วโมงครึ่ง เรียกได้ว่ามีคนเดือดร้อนเพียบงานนี้ หลัง ‘บิ๊กแดง’ จัดหนักฝ่ายการเมือง ทั้ง ซ้ายจัดดัดจริต , ชอบอ้าง 2475 มาชี้นำ , ผึ้งแตกรัง , ลูกพี่ใหญ่หนีไปต่างประเทศ , พวกฮ่องเต้ซินโดรม , ชุมนุมกับเผาบ้านเผาเมือง , ชักศึกเข้าบ้าน , ล้างสมองคนรุ่นใหม่ , หนักแผ่นดิน เป็นต้น
.
โดย พล.อ.อภิรัชต์ ได้แบ่งนักการเมืองออกเป็น 3 กลุ่ม ว่า “พวกนักวิชาการ อาจารย์บางคน ที่คบคิดกับพวกคอมมิวนิสต์เดิม เป็น Mastermind เป็นคลังสมอง ร่วมกับ นักเรียนนอก ซ้ายจัดดัดจริต ไปเรียนในประเทศที่เคยล่าอาณานิยม อบรมสั่งสอน ไร้จรรยาบรรณ ชอบอ้างตัวเลข 2475 เป็นตัวชี้นำ อ้างว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย แต่มีวาทกรรมจาบจ้วง
.
หรือจะเป็นนักการเมืองบางคน นึกถึงประโยชน์ส่วนตัวและพวก ไม่นึกถึงประโยชน์ประเทศ

หรือนักการเมืองบางคน ที่อยู่ในภาคใต้ เคยมาเกาะแข้งเกาะขาเพื่อนพ่อผม ตั้งพรรคการเมืองมา 20 ปี วันนี้กลับมาเป็นใหญ่เป็นโตอีกครั้ง กลับเอาเรืองศาสนา การแบ่งแยกดินแดนมาหาเสียงในพื้นที่ จ.ชายแดนใต้
.
หรือจะเชื่อกลุ่มนักการเมือง ผึ้งแตกรัง ลูกพี่ใหญ่หนีไปต่างประเทศ
.
หรือจะเชื่อนักธุรกิจ เจ้าของโรงงาน ที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้องทอง ชีวิตไม่เคยลำบาก พวก ‘ฮ่องเต้ซินโดรม’ เคยชุมนุมกับกลุ่มเผาบ้านเผาเมือง สมคบคิดกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรม ล้างสมองคนรุ่นใหม่ เป็นฐานให้ตัวเองเข้าสู่การเมือง มีพฤติกรรมล้มล้างชาติและสถาบัน
.
โดยทั้ง 3 กลุ่มนี้ไม่ผิด ถ้าจะขึ้นเป็นผู้นำประเทศประเทศ ไม่ใช่ไม่เคยมี แต่ขอให้เขาไม่มีพฤติกรรมล้มล้างสถาบัน ล้มล้างการปกครอง หาประโยชน์ส่วนตัว ก็เชิญมา นำประเทศสู่ความเจริญ”
.
นอกจากนี้ ‘บิ๊กแดง’ ยังโต้แนวคิดการแก้ รธน. มาตรา 1 หลังมีนักวิชาการไปเสนอบนเวทีเสวนาของพรรคฝ่ายค้าน ที่ จ.ปัตตานี ว่า ตนไม่ได้ขวางการแก้ รธน. แต่การแก้ มาตรา 1 ตนจะไม่ยอม เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่ง ‘บิ๊กแดง’ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ มาตรา 1 ก็จะกระทบมาตราอื่นๆและหมวดอื่นๆตามมา โดยชี้ว่าเป็นความชาญฉลาดของนักวิชาการ ว่าสุดท้ายแล้วต้องการแก้ไขสิ่งใด พร้อมย้ำว่าแม้ตนจะตายไป ก็จะมีนายทหารรุ่นน้องขึ้นมาแทน อีกทั้งไม่มี รธน. ใดบนโลกที่ให้แบ่งแยกดินแดนได้
.
จุดนี้เองที่ทำให้ฝ่ายค้านต้องรีบออกมาตอบโต้ ‘บิ๊กแดง’ เพราะทำให้เกิดการตีความไปว่าการแก้ไข รธน. จะเก่ากับการล้มล้างการปกครองหรือไม่ ทำให้เห็นเค้าลางการแก้ไข รธน. ในอนาคตได้ไม่น้อย ที่ไม่ง่ายแน่นอน

โดย ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้เปิดเวทีคู่ขนานขึ้นทันที ใช้ชื้อหัวข้อที่ล้อกับ ‘บิ๊กแดง’ ว่า “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย บทบาทของประชาชน ในการสร้างชาติ” โดยตอบโต้กลับว่า พล.อ.อภิรัชต์ ทำลายความชอบธรรมในการแก้ไข รธน. ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ต้องการแก้ไข รธน. ตามเงื่อนไขและกติกาที่กำหนดไว้ใน รธน.60 พร้อมชี้ว่า ใครกันแน่ที่คิดล้มล้าง เพราะคณะรัฐประหารคือผู้ฉีก รธน. ที่ทำให้เกิดสุญญากาศทาง รธน. ขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านก็ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่มีการแก้ไข หมวด 1 และ หมวด 2
.
นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังชี้ถึงภัยคอมมิวนิสต์ในอดีต พร้อมเล่าถึงคุณพ่อ ‘บิ๊กจ๊อด’พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผบ.สูงสุด สมัยเป็นพันเอก ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ด.ช.อภิรัชต์ อยากเป็นทหารตามคุณพ่อ เรียกว่า ‘ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น’ รวมทั้งเป็นนักบิน ทบ. ขับ ฮ. แบบคุณพ่อด้วย
.
พล.อ.อภิรัชต์ เล่าว่า ทำไมตนถึงหวงแหนแผ่นดิน ทำไมอยากเป็นทหาร ย้อนไป 25ต.ค.2515 ‬สื่อพาดหัวข่าว ฮ.ตก หลังถูกผู้ก่อการร้ายยิง สมัยตน 12 ขวบ ยังเป็น ‘ด.ช.อภิรัชต์’ ความรู้สึกในขณะนั้น ไม่รู้ว่า บิดาเป็น 1 ใน 11 ชีวิต และอยู่ใน ฮ. 2 ลำที่ถูกยิงตก ที่ตนไม่ทราบเพราะการสื่อไม่เหมือนปัจจุบัน คุณแม่บอกว่าพ่อถูกยิง พ่อถูกยิงเท้าซ้ายทะลุ โดย มทภ.1 สมัยนั้น ไปช่วยชีวิตออกมาได้ ตนถามตัวเองว่าทำไมพ่อต้องถูกยิง ก็เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย จากผู้ก่อการคอมมิวนิสต์ที่ จ.ราชบุรี ซึ่งขณะนั้นคุณพ่อเป็น ‘พันเอก’
.
ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ได้ศึกษาถึงผลพวงหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 ด้วย โดยได้เชื่อมโยงกับการเมืองในปัจจุบัน แล้วนำบรรยายว่า “พวกคอมมิวนิสต์หลงผิดเข้าป่า แต่คิดได้ว่าระบบคอมมิวนิสต์ ไม่ดีอย่างไร สอนให้คนเป็นอย่างไร ถามพี่สนธิญาณ (ชื่นฤทัยในธรรม)ได้ มีคนกลับตัวกลับใจ แต่ยังคงมีไอ้คนหัวเดิมๆ มาเป็นนักการเมือง นักวิชาการ ฝังชิพเรื่องความเป็นคอมมิวนิสต์อยู่‬”
.
พร้อมกันนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ย้ำถึงบทบาททหาร ว่า กองทัพรับใช้ทุกรัฐบาล ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการเลือกนาย แต่กลุ่มคนพวกนี้รู้ดี ไม่ได้ดูทหารเพื่อปกป้อง รธน. ปกป้องบ้านเมือง แต่มองทหารเป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย ซึ่งทหาร ตร. ก็คือประชาชน เมื่อไม่ได้สวมเครื่องแบบ มีเหตุผลอะไร เพราะทหารคือหลักของความมั่นคง ปกป้องอธิปไตย จึงมีวาทกรรม หวังผลทางการเมือง เอาใจวัยรุ่น เช่น เสนอไม่ต้องเกณฑ์ทหาร รบๆกับมัน กระทรวงกลาโหม-กองทัพ จัดซื้ออาวุธทำไม หนักแผ่นดิน‬

ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังชี้ถึงปัญหา จ.ชายแดนภาคใต้ ที่เชื่อมโยงเหตุระเบิดกรุงเทพฯ ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา 8 จุด ว่าจะไม่วางมือโดยเด็ดขาด กลุ่มคนเหล่านี้เชื่อมโยงกับใคร เขาคนจากข้างล่าง (จ.ชายแดนใต้) ไปวางแผนฝั่งโน้น (ประเทศเพื่อนบ้าน) แล้วมาทำในเขต กทม. หลังมีการเลือกตั้งไม่กี่เดือน
.
ทั้งหมดนี้เป็นท่าทีของ ‘บิ๊กแดง’ แม้จะยืนยันว่าทหารถอยห่างออกจากการเมืองมาแล้ว หลัง คสช. สิ้นสุดลง แต่สิ่งที่แสดงออกก็สร้างผล ‘ทางบวก’ ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะงานนี้คนที่เดือดร้อนก็คือ ‘ฝ่ายค้าน’ นั่นเอง เรียกได้ว่าแยกกันเดินรวมกันตี พล.อ.ประยุทธ์ คุมทัพรัฐบาล
.
การต่อสู้ทางการเมืองในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ ‘สงครามสีเสื้อ’ ไม่ใช่แค่ ‘สืบทอดอำนาจ คสช.’ แต่เป็นการต่อสู้ทางอุดมการณ์ทางการเมือง ที่แบ่งเป็น ‘ซ้าย-ขวา’ อีกครั้ง ถือเป็นสิ่งเดิม แต่ในบริบทใหม่ ที่แต่ละฝ่ายมีตัวแทนในการต่อสู้ ผ่านสถาบันทางการเมืองต่างๆ เช่น กองทัพ พรรคการเมือง เป็นต้น ตามมาด้วยการสร้างมวลชนของตัวเอง โดยเฉพาะการดึงคนที่มีแนวคิดกลางๆในสังคมมาเข้าร่วม
.
ถือเป็นสิ่งที่ ‘บิ๊กตู่’ ต้องเผชิญ ‘บิ๊กแดง’ ต้องกรำศึก รวมทั้งเห็น ‘ชะตากรรม’ ของพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตามการออกมาพูดของ ‘บิ๊กแดง’ ก็ทำให้ถูกตีความกันไปไกล ว่ามีเบื้องหลังอย่างไร ? เพราะเป็นการ ‘เปิดหน้าสู้’ ที่มีเดิมพันสูงยิ่ง !!

บทความก่อนหน้านี้อ่าน “วิษณุ” บันทึกช่วงเหตุการณ์ ’13ตุลา 59′ : “การเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 9”
บทความถัดไปภาพยนตร์ นพมาส แววหงส์ / ABOMINABLE “มนุษย์หิมะที่น่ารัก”