อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ : หัวเว่ย สหรัฐและโลก

อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

ตอนนี้คงไม่กล่าวถึงบริษัทหัวเว่ย (Huawei) ยักษ์ด้านเทคโนโลยีของสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้เสียแล้ว

ในการต่อสู้กับสาธารณรัฐประชาชนจีนเรื่องการค้าและความมั่นคงแห่งชาติ (national interest) สหรัฐอเมริกามีความชอบธรรมหลายประการที่จะทำ และมีเครื่องมือหลากหลายที่ใช้แสวงหาเพื่อการนี้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐควรใช้เครื่องมือทั้งหมดต่อเรื่องนี้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

อาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐดำเนินการที่ Huawei Technologies Co.Ltd. เป็นกรณีอันแสดงถึงสิ่งที่สหรัฐไม่เคารพต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนในทุกกรณี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้จัดหัวเว่ยและบริษัทในเครืออีกเกือบ 70 บริษัทอยู่ใน “Entity List” นั่นหมายความว่า บริษัทซัพพลายเออร์สหรัฐตอนนี้ต้องการใบอนุญาต (license) ในการทำธุรกิจกับบริษัทพวกนี้ ทั้งโทรศัพท์ไร้สายหัวเว่ยและอุปกรณ์โครงข่ายพึ่งพาอุปกรณ์สหรัฐ รวมทั้งเซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัย

ถ้ามีการ “แบน” การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ จะผลักดันให้บริษัทที่ทำผลกำไรสูงสุดของจีนและจ้างคนงานมากกว่า 180,000 คนต้องออกจากธุรกิจนี้

นี่เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง สหรัฐได้ตอบโต้มายาวนานเรื่องหัวเว่ย ว่าสร้างปัญหาภัยคุกคามผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐ และสหรัฐมีความชอบธรรมต่อเหตุผลที่กังวลในเรื่องนี้เกี่ยวกับหัวเว่ยอันเข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงข่ายโทรคมนาคมสหรัฐ และก่อผลอันเปราะบางให้กับรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับสายลับ เหตุการณ์ความขัดแย้งและการจารกรรม

แต่ทางการสหรัฐก็ได้ดำเนินการไปแล้วกับการป้องกันอุปกรณ์ของบริษัทหัวเว่ยจากการใช้กิจการโทรคมนาคมภายในประเทศสหรัฐ การดำเนินการให้บริษัทโทรคมนาคมถูกขับออกจากตลาดเป็นทั้งเรื่องไม่เหมาะสมและไม่ใช่สิ่งดี

 

สิ่งหนึ่งอันจะก่อผลเสียหายต่อทั้งสองฝ่ายทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนและสหรัฐคือ การให้ร้ายต่อบริษัทหัวเว่ยออกไปทั่วโลก รวมทั้งบริษัทซัพพลายเออร์อเมริกันของบริษัทหัวเว่ยด้วย ย่อมได้รับความเสียหายทางธุรกิจ ต้องประสบกับความปั่นป่วนและต้องก่อให้เกิดต้นทุนใหม่ขึ้นมาอีกด้วย

พวกพันธมิตรด้านการค้าของสหรัฐได้ท้วงติงแรงกดดันของสหรัฐต่อการดำเนินการต่ออุปกรณ์โทรคมนาคมของหัวเว่ยอันจะทำให้หัวเว่ยจนตรอก แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะเสียหายเล็กน้อย แต่ย่อมยากที่จะหาโอกาสให้มาตรการเข้มงวดต่างๆ จะไม่ย้อนกลับมากดดันสหรัฐในภายหลัง

วิถีทางเดียวคือ สาธารณรัฐประชาชนจีนจะเร่งพยายามหลายเท่าเพื่อผลิตเทคโนโลยีที่ทันสมัยภายในประเทศของตน ซึ่งทางการและบริษัทในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีแผนงานและดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว

การตัดสินใจเจรจาของทั้งสหรัฐและสาธารณรัฐประชาชนจีนดูเหมือนมีประโยชน์น้อยมาก

เจ้าหน้าที่สหรัฐอ้างว่า ไม่มีอะไรแล้วในการเจรจา แต่ดูแล้วคล้ายประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการใช้บริษัทหัวเว่ย เหมือนกับที่เขาใช้บริษัท ZTE Corp. ของสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีที่แล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หยิบยกประเด็น “ความมั่นคงแห่งชาติ” ไกลเกินไป อีกทั้งยังบ่อยเกินไปด้วย โดยอ้างว่าเพื่อนำประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ ไปใช้ในการทำสงครามการค้าต่อสาธารณรัฐประชาชนจีน

ประธานาธิบดีทรัมป์ทำเหมือนสร้างความน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่วิธีการนี้เกือบไปสุดทางแล้ว อันจะทำให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเหลือหนทางตกลงกับสหรัฐน้อยเต็มที

 

ที่แย่ที่สุด

การตัดสินใจในการทำสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ไม่ได้ส่งผลต่อด้านการค้าเพิ่มขึ้น แต่มีผลต่อเสถียรภาพ (stability) ของความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจของโลก ในขณะที่ความตึงเครียดต่างๆ ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

การค้าที่ดีย่อมฟื้นฟูสิ่งแตกร้าวจากข้อพิพาทได้ อันแสดงว่าทั้งสหรัฐและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับประโยชน์จากความร่วมมือและการเสริมสร้างความเข้มแข็ง

ในทางตรงกันข้าม การวางเป้าไปที่หัวเว่ย จะเป็นเพียงเผยตัวอันเปลือยเปล่าของสหรัฐต่อหนทางเจรจาของกลุ่มการค้าที่เป็นกลางต่อผู้นำจีน

แต่กลับเผยให้เห็น “สายเหยี่ยว” ของสหรัฐซึ่งเห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีนเองก็มองอย่างง่ายๆ ว่า เป็นการเลี่ยงไม่ได้ที่จะมองว่าสหรัฐมีเพียงต้องการ “จำกัด” ความสามารถทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน

สุดท้าย ซีรี่ส์การต่อกรโดยเอาหัวเว่ยเป็นเป้าหมายของสหรัฐดูเหมือนล้มเหลว

ส่วนหัวเว่ยเพียงใช้ยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นในการยุติเกมนี้ให้ชัดเจนขึ้นก็พอเพียงแล้ว กล่าวคือ เพียงบอกจุดยืนว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนยืนอยู่ตรงไหน? ก็พอเพียงแล้ว

แต่สำหรับสหรัฐ หากไม่มีเป้าหมายอะไรที่มากกว่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสี่ยงต่อการโดดเดี่ยวตัวเองจากพันธมิตรทั้งทางการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ ยิ่งสร้างความโกรธให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ยิ่งเพิ่มโอกาสต่อการเผชิญหน้าของทั้งสองมหาอำนาจโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีทางที่จะจบสิ้น

อะไรคือความต้องการของสหรัฐอเมริกาที่เป็นแผนการที่กว้างกว่าเพื่อแสวงหาการอยู่ร่วมกันอย่างดีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน อันสร้างทั้งความมั่นคงให้กับสหรัฐ ยกระดับสหรัฐด้านความสามารถในการแข่งขันทางการค้า การทำงานร่วมกับพันธมิตรของตนในการกดดันให้สาธารณรัฐประชาชนจีนดำเนินการตาม “ระเบียบโลก” อีกทั้งสหรัฐเป็นผู้นำในการวางกติกาให้ที่จะขวางการมีพฤติกรรมปั่นป่วน

การกดดันหัวเว่ย ในทางตรงกันข้าม ดูแล้วเป็นยุทธศาสตร์ที่คาดการณ์ผิดพลาด และมีแนวโน้มก่อผลเสียหายในหลายๆ ด้าน

บทความก่อนหน้านี้อนุสรณ์” ชี้ ปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง แค่ข้ออ้างยึดอำนาจ หลัง พปชร. ล้มดีลเก้าอี้รมต.
บทความถัดไป“ศรีสุวรรณ”ยื่นกกต.เรียกส.ส.อนาคตใหม่ มาชี้แจง ปมแถลงข่าว ถูกติดต่อซื้อตัวโหวตนายกฯ