นักเศรษฐศาสตร์ เผย ทำไมค่าเงินมาเลย์มีปัญหา ค่าเงินไทยแข็งแกร่ง

AFP PHOTO / MOHD RASFAN

(4 ธ.ค.) ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somkiat Osotsapa ระบุถึงวิกฤติค่าเงินริงกิตมาเลเซียตกต่ำ จากกรณีที่เงินริงกิตมาเลเซียตกต่ำอย่างหนักในรอบ 30 ปี ขณะที่ค่าเงินบาทในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และเริ่มแข็งค่าขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

ค่าเงินมาเลเซียมีปัญหา ค่าเงินไทยแข็งแกร่ง เพราะมาเลเซียได้รับปัจจัยกระทบดังนี้

หนื่ง ผลจากการที่ราคาน้ำมันลด ส่งออกลด เงินต่างประเทศเข้าน้อย ไม่มีรายได้เข้ามหาศาลจากการท่องเที่ยวเหมือนไทย

สอง กู้เงินต่างชาติมาใช้มาก เอามาทำโครงการ และอุดหนุนชาวมาเลย์แท้ๆ เรียก ภูมิบุตร ปีละหมื่นล้านริงกิตทุกปี ไม่เกิดรายได้ โครงการบิ๊กๆของมหาเธร์ไม่ทำเงิน เช่น ท่าเรือ สนามบิน แผนภาคเหนือ ภาคใต้ที่ปีโตรนาสทำ เงินได้มาจากการกู้ต่างประเทศ โดยขายพันธบัตร ซื่งเป็นหนี้เงินต่างประเทศระยะสั้น

สาม จึงต้องขายพันธบัตรให้ต่างชาติมากๆถือไว้ตั้ง 50% ของทั้งหมด ของไทยแค่ 10% เอง มาเลย์มียอดขายสูงกว่าไทยมาก ขายได้เยอะ เพราะไม่เก็บภาษี กู้มากินว่างั้นเหอะ

สี่ สำรองเงินต่างประเทศน้อยกว่าความจำเป็นขั้นต่ำ คือ ค่านำเข้าสินค้า ค่าชำระหนี้ระยะสั้นของประเทศ ค่าสร้างเงินริงกิตในประเทศ เงินไหลเข้าออกจากการลงทุน มาเลย์และตุรกีเจอปัญหานี้ รู้ทั่วโลก

ห้า มาเลย์มีหนี้ต่างชาติเยอะ ไทยมีน้อยเทียบกับสำรอง

“ผมว่าคนมาเลย์จะพยายามขายริงกิตมาถือเงินบาทนะ ริงกิตจะอ่อนลงเทียบกับบาท อาจมีนักท่องเที่ยวขนเงินมาแลกเยอะ ต้องระวัง” ดร.สมเกียรติ ระบุ

หก ตอนทรัมป์ขื้น ต่างชาติขายพันธบัตรมาเลย์เอาเงินออกมากกว่าไทยเท่าตัว ของมาเลย์ยังมีหนี้อีกเยอะมาก ของไทยเหลือไม่มาก ดูแล้วไทยสบาย

ล่าสุด แบงค์ชาติมาเลเซียขอให้ธนาคารต่างประเทศในเคแอล งดทำการซื้อขายล่วงหน้าเงินริงกิตในตลาดออฟชอร์แล้ว เมื่อวันเสาร์นี้เข้าโหมด capital control

ขณะเดียวกัน ดร.สมเกียรติ ยังได้กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้เงินบาทไทยแข็งแกร่ง ดังนี้

หนื่ง มีเงินไหลออกเพียง 1400 ล้านเหรียญ แต่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอยู่ที่ปีละ 35000 ล้านเหรียญ เป็นประเทศที่ได้ดุลเยอะ สำรองเงินตราต่างประเทศอยู่อันดับ 12 ของโลก การเกินดุลเทียบกับ GDP อยู่ราวอันดับ 5 ของโลก ระดับเยอรมัน คือ เกินดุล 8.5% ของ GDP

สอง ประเทศไทยมีภาระหนี้พันธบัตรที่ขายให้ต่างประเทศแค่ 10% ของทั้งหมด เทียบกับ 50% ของอินโดนิเซีย 40% ของมาเลเซียที่ต่างชาติถืออยู่ คนอินโด มาเลย์จืงกลุ้มใจมาก ห่วงค่าเงิน ยิ่งสำรองเงินตราต่างประเทศมีน้อย ยิ่งสะเทือนมาก

ราคาน้ำมันดิบที่จะไม่สูงก็ส่งผลต่อมาเลเซียมาก ตุรกีก็ปัญหาคล้ายๆ กัน มีสงคราม มีรายจ่าย เงินลงทุนจากต่างชาติลดฮวบ การท่องเที่ยวไม่ดีเหมือนเดิม ละตินอเมริกาสะเทือนหมด เริ่มที่เม็กซิโก เชื่อมไปถืงประเทศละตินที่ทำเขตการค้าเสรีกับเม็กซิโกทั้งหมด

สาม ดังที่เขียนไว้ แล้ว ประเทศที่มีสำรองน้อย รับเงิน QE มากท่าจะตายเอา ของไทยเอาออกไปเรียบร้อยแล้ว 55 ปรับตัวก่อนชาวบ้าน ไทยมีสำรองราว 180,000 ล้านเหรียญ เกินความจำเป็นขั้นต่ำที่ไอเอ็มเอฟบอกว่าต้องมีราว 64,000 ล้านเหรียญ ไทยมีมากกว่าตั้งสองเทา เยอะมาก

ไอเอ็มเอฟคำนวณไว้ คนรู้กันทั้งโลก ความจำเป็นขั้นต่ำ คือ หนี้ต่างประเทศระยะสั้น ปริมาณเงิน การนำเข้า เงินลงทุนเข้าออก ไทยมีสำรองเกินจำเป็นสองเท่า

เขาบอกว่า “ประเทศที่ค่าเงินเสถียรจะโตกว่าประเทศที่เงินไม่เสถียร” แต่เจอปัญหาทีความเติบโตลดได้เป็น 10% ต่อปี มูลค่าทรัพย์สิน รายได้ของคนก็ลดตามอัตราแลกเปลี่ยนนั่นแหละ จนลงครื่งนึง วินัยการเงินจึงสำคัญ

สี่ เมื่อเอาอยู่ ประเทศไทยจึงดูแข็งแกร่งในสายตานักลงทุน ยุโรปตอนนี้ก็แย่ วิ่งไปฝากเงินสวิสกันอีกแล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับตัวได้เร็ว

ห้า ที่สำคัญคือ ธนาคารพาณิชย์ของไทยตั้งสำรองความเสี่ยงหนี้สงสัยไว้ระดับสูงของโลกทีเดียว ร่วม 140% สถาบันการเงินของไทยจืงแกร่งมาก แบงค์ชาติควรพูดบ่อยๆ

“มาเลย์โดนทรัมป์เล่นล่ะ บอกแล้วประเทศราวหนื่งในสี่ของโลกที่สำรองน้อย หนี้มาก ใช้จ่ายเกินตัวจะมีอันตราย จากนโยบายของทรัมป์ ไทยสบายดี” ดร.สมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กป้อม” คืนสังเวียน! แผ่บารมี “สีกากี-ลายพราง” ไม่มีคำว่า “น้อยใจ” สำหรับ “พี่ใหญ่” คนนี้
บทความถัดไปมุกดา สุวรรณชาติ : ความหวังและความกังวล… ในสถานการณ์ใหม่