สรุปข่าวต่างประเทศ : ฉาวอีกรอง ปธ.โคเรียนแอร์ / เหตุกลุ่มติดอาวุธปลอมตัวที่มาลี / สั่งทูต-ครอบครัวแคนาดากลับทันทีห่วงโรคที่คิวบา

แคนาดา

ออตตาวา – สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศแคนาดาแถลงเมื่อวันที่ 16 เมษายน ว่า กระทรวงได้สั่งให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ทูตที่ประจำอยู่ที่สถานทูตแคนาดาในประเทศคิวบาเดินทางกลับประเทศแคนาดาในทันที หลังจากพบว่ามีชาวแคนาดาล้มป่วยด้วยอาการแปลกประหลาดทางสมองถึง 10 คน และเมื่อเข้ารับการตรวจทำให้เกิดความห่วงกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นโรคชนิดใหม่ที่เกี่ยวกับสมอง โดยอาการที่เกิดขึ้นรวมไปถึงอาการเวียนหัว ปวดหัว และไม่มีสมาธิ

รัฐบาลแคนาดาระบุว่า ได้มีการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเจ้าหน้าที่ทูตในกรุงฮาวานา รวมทั้งทดสอบคุณภาพอากาศและน้ำ แต่ไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆ ที่จะทำให้เกิดการล้มป่วย

People walk on the street in Havana, Cuba, April 12, 2018. Picture taken on April 12, 2018. REUTERS/Alexandre Meneghini TPX IMAGES OF THE DAY

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้ปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตในกรุงฮาวานาของคิวบาลง เนื่องจากพบเจ้าหน้าที่ของสถานทูต 24 คนล้มป่วยด้วยอาการเดียวกัน ซึ่งนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐในขณะนั้น กล่าวว่า อาการล้มป่วยดังกล่าวเป็นผลจากการ “โจมตีโดยมีเป้าหมาย” แต่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ด้านทางการคิวบาได้ออกมาปฏิเสธอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับการโจมตีใดๆ และว่า ทางการคิวบาได้ทำการสอบสวนเกี่ยวกับการล้มป่วยดังกล่าว

เกาหลีใต้

โซล – สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน น.ส.โช ฮยอน มิน รองประธานอาวุโสของสายการบินโคเรียนแอร์ ได้ออกมาขอโทษสังคมอีกครั้งหลังเดินทางกลับถึงกรุงโซล โดยตัดวันพักผ่อนในต่างประเทศลง หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวว่าได้สาดน้ำใส่หน้าพนักงานระดับผู้จัดการเนื่องจากไม่พอใจที่ตอบคำถามไม่ชัดเจนระหว่างการประชุม โดย น.ส.โชได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอ็มบีซีที่สนามบินอินชอน ยืนยันว่าไม่ได้ปาแก้วน้ำใส่หน้าพนักงาน แต่แค่ปัดแก้วเท่านั้น จะอย่างไรก็ดี น.ส.โชยอมรับว่าสิ่งที่ทำเป็นพฤติกรรมที่โง่เขลา และได้ส่งอีเมลขอโทษพนักงานต่อการกระทำของตนไปแล้ว

ด้านสหภาพแรงงานและสหภาพนักบินโคเรียนแอร์ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้บุตรสาวคนสุดท้องของประธานบริษัทโคเรียนแอร์ลาออกจากตำแหน่งด้านบริหาร เพราะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายโฆษณาซึ่งสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พฤติกรรมของ น.ส.โช ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร และทำให้พนักงานกว่า 20,000 คนซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิดต้องอับอายไปด้วย

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นเพื่อหาข้อมูลว่า น.ส.โชได้ใช้อำนาจในทางไม่ชอบ หรือละเมิดกฎหมายใดๆ จากพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ดี สายการบินโคเรียนแอร์ออกแถลงการณ์ระบุว่ายังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนดังกล่าว แต่จะรอผลสอบสวนเพื่อที่จะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

มาลี

บามาโก – สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โจมตีค่ายของกองทัพฝรั่งเศสและของกองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็น ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของสนามบินในเมืองทิมบุกตู ทางตอนเหนือของประเทศมาลี เมื่อวันที่ 14 เมษายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้เสียชีวิตคือเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของยูเอ็น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบคน

รัฐบาลมาลีระบุว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายสวมหมวกกันน็อกสีฟ้า ขึ้นรถยนต์ 2 คันที่บรรทุกระเบิดมาเต็มคันรถ โดยคันหนึ่งเป็นสีของกองทัพมาลี ส่วนอีกคันหนึ่งเขียนภาษาอังกฤษว่า “ยูเอ็น” และพยายามที่จะผ่านเข้าไปภายในค่าย ก่อนจะระดมยิงจรวดกว่าสิบลูกใส่ค่ายทั้งสองและจุดระเบิดรถยนต์ขึ้น แต่ระเบิดทำงานเพียงคันเดียว ส่วนรถอีกคันไม่เกิดระเบิด

REUTERS/Benoit Tessier/File Photo

เหตุรุนแรงดังกล่าวสงบลงในเวลาต่อมา โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของยูเอ็นเสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของยูเอ็นได้รับบาดเจ็บ 12 คน ในจำนวนนี้ บาดเจ็บสาหัส 5 ราย นอกจากนี้ ยังมีทหารฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บอีกราว 12 นาย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้ โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยูเอ็นระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของยูเอ็นถูกสังหารในมาลีแล้วทั้งสิ้น 162 นาย นับตั้งแต่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อปี 2556 ทำให้มาลีกลายเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดสำหรับกองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็นในตอนนี้

บทความก่อนหน้านี้ทางเดินผู้กล้า : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
บทความถัดไปละครไทยไม่ได้เพิ่งจะโกอินเตอร์ “5 สิ่ง” ที่ทำแล้วไปไกลได้สุดๆ !