ผุดขึ้นเยอะมาก! เพียง3 ปี ธุรกิจด้านสุขภาพ ตั้งใหม่เกือบ 9,000 ราย มูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการจดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เกือบ 9,000 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 56,632 ล้านบาท อานิสงค์ นโยบายเมดิคัล ฮับ-เทรนด์การดูแลสุขภาพ-การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจของธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือแพทย์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2558-2560) พบว่า มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในปี 2558 ตั้งใหม่ 702 ราย เพิ่มขึ้น ปี 2559 ตั้งใหม่ 761 ราย เพิ่ม 8.4% และปี 2560 ตั้งใหม่ 1,171 ราย เพิ่มขึ้น 53.88%

ล่าสุดในช่วง 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ปี 2561 ตั้งใหม่ 175 ราย เพิ่ม 23.24% และเมื่อรวมธุรกิจในกลุ่มนี้ทั้งหมด มีจำนวนนิติบุคคลคงอยู่ 8,690 ราย มีทุนจดทะเบียนรวม 56,632 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเติบโตของธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ เป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐบาลที่มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (เมดิคัล ฮับ) ซึ่งไทยมีความโดดเด่นด้านธุรกิจบริการสุขภาพและมีชื่อเสียงในระดับโลก ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น ทั้งด้านการเข้ามารักษาโรคและการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพและความงามยังคงเป็นกระแสที่นิยมและยังมีหลายประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งประเทศไทยที่ปัจจุบันมีมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์เติบโตตามไปด้วย และยังได้รับผลจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ร้านขายข้าวเข้าสู่โครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อจำหน่ายยาให้กับผู้มีรายได้น้อย ก็เป็นเหตุให้มีการจดทะเบียนร้านขายยาเพิ่มขึ้น

“นอกจากธุรกิจร้านขายยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่เป็นดาวรุ่งแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพประเภทอื่น เช่น สปา กิจการดูแลผู้สูงอายุ บริการเสริมความงาม และเครื่องสำอาง ยังจะได้รับประโยชน์จากการเป็นเมดิคัล ฮับของไทยตามไปด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงไม่แพ้กัน”นางกุลณีกล่าว

บทความก่อนหน้านี้รายงานเผย ผลกระทบด้านการเงิน จากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว ต่อองค์กรธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น รายงานไอดีซี สนับสนุนการจัดทำโดยเดลล์ อีเอ็มซี ชี้ชัด การรักษาความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความต่อเนื่องทางธุรกิจ คือปัจจัยสำคัญอันดับต้น ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโทษปรับ
บทความถัดไป‘หมอธี’ เดินหน้าล้างบาง ‘กระทรวงครู’ ขจัด ‘เหลือบริ้นไร’ วงการศึกษาไทย